เที่ยวไร่ชา • เก็บสตรอเบอร์รี่ • นอนนับดาว |

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

เที่ยวไร่ชา • เก็บสตรอเบอร์รี่ • นอนนับดาว

เที่ยวไร่ชา • เก็บสตรอเบอร์รี่ • นอนนับดาว

สวัสดีค่ะ วันนี้ขอขึ้นเหนือ พาไปแอ่วเชียงใหม่กันถึง"ดอยอ่างขาง"เจ้าา ทริปนี้เราใช้เวลา 5 วัน 4 คืน เดินทางไปโดยรถทัวร์ กลับโดยเครื่องบินค่ะ ได้ตั๋วขากลับมาในราคา 600กว่าบาท ไปเมื่อวันที่ 8 - 12 ม.ค.59 ค่ะ :)

 

Day 1 (8 ม.ค.59) ออกเดินทาง!

ออกเดินทางโดยรถทัวร์เวลา 22.05น. คืนนี้เรานอนในรถทัวร์กันค่ะ เดินทางไปถึงเชียงใหม่ 07.35น. รถทัวร์ถึงค่อนข้างตรงเวลา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมงกว่า)

 

-ค่าเดินทางโดยรถทัวร์เที่ยวเดียว 500 บาท-

 


 

Day 2 (9 ม.ค.59) มุ่งหน้าสู่อ่างขาง - กางเต็นท์ม่อนสน - เที่ยวสถานีวิจัยเกษตร

รถจะมาจอดที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงใหม่แห่งที่ 2 หรือที่เค้าเรียกกันว่าอาเขตค่ะ พอดีมีเพื่อนเป็นคนเชียงใหม่ เพื่อนเลยมารับไปทานข้าวเช้าค่ะ พวกเราเลยได้เที่ยวในเมืองแว้บนึง ก่อนที่จะเดินทางขึ้นดอยกัน!

 

สำหรับอาหารมื้อแรก นี่เลยค่ะ! "ร้านก๋วยเตี๋ยวอัญชัน" อยู่ที่นิมมานซอย17 มีเส้นให้เลือกหลายเส้นเลยค่ะ เส้นหมี่ - เส้นเล็ก มีทั้งหมูนุ่ม - หมูกรอบให้เลือกทานด้วย เมนูที่เราสั่งคือเส้นเล็กอัญชันหมูกรอบจ้า

 

ร้านก๋วยเตี๋ยวอัญชัน

 

จากนั้นเราก็แวะร้านอาหารเช้าน่ารักๆ ชื่อร้านว่า "Flour flour"ค่ะ เป็นร้านขนมปังโฮมเม้ดเล็กๆ (ที่เค้าบอกกันว่าพ่อค้าน่ารัก) คนเยอะคิวแน่นเชียวค่ะ

 

ร้าน Flour flour ร้านเปิด 08.00-11.00น.แต่บางวันจะปิดช่วงบ่ายเอาใจคนตื่นสายด้วยค่ะ

 

 

 


 

>>>ออกเดินทาง!

เพื่อนขับรถมาส่งที่ "สถานีขนส่งช้างเผือก"จ.เชียงใหม่ค่ะ เราจะเริ่มเดินทางขึ้นดอยจากที่นี่!!!

 

+++หลังจากนั้นเราก็เดินหาที่ขึ้นรถตู้ค่ะ โดยเราต้องขึ้นรถที่"ยานยนต์นครเชียงใหม่"ลองถามคนแถวนั้นดูได้ ที่ซื้อตั๋วจะเป็นตึกสีส้มๆ จะได้รถตู้เชียงใหม่-ฝางค่ะ ราคา 150 บาทต่อที่นั่ง รถจะไปจอดที่ "วัดหาดเจ้าสำราญ" ค่ะ

 

 

 

เดินทางไปชั่วโมงกว่าๆ รถจะแวะพักที่สถานีขนส่งเชียงดาว ตรงนี้เข้าห้องน้ำฟรี และได้น้ำดื่ม 1 ขวด

 

 

 ใครเมารถเตรียมถุงเตรียมยาดมให้ดี เพราะระหว่างนั่งรถไปเจอหลายโค้งอยู่เหมือนกัน อาจจะมวนๆท้องได้ ใช้เวลา 3 ชั่วโมงจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงวัดหาดเจ้าสำราญค่ะ

 

 จากนี้เราต้องหารถสองแถวขึ้นค่ะ!!


 

รถสองแถว

>>ขึ้นดอยอย่างเดียว : คันละ 800 บาท นั่งได้ 10 คน(ตกคนละ 80 บาท) ลองรอๆรวมกับคนอื่นๆดูได้ค่ะ

>>หากต้องการขึ้นดอย ค้าง 1 คืน แล้วเที่ยวด้วย เค้าจะคิด 2,300 บาท (ราคาจะขึ้นอยู่กับเทศกาล ก่อนหน้านี้มีพี่ที่รู้จักไป เหมา 1,500บาทเท่านั้น ลองโทรเช็คราคาตามเบอร์ในรูปเลยจ้า) นั่งได้ 10 คนเท่านั้น(เกินกว่านี้ไม่ได้ อันตราย) ตกจ่ายคนละ 230 บาทเท่านั้น โชคดีมากๆที่วันที่ไปมีคนใจดีอยากเที่ยวเหมือนที่พวกเราไปพอดี รวม 10 คนเป๊ะ! ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนมากๆ :)

 

 

พวกเราเลือกให้เค้าพาเที่ยวตามนี้ค่ะ

วันแรก :

- รถสองแถวพาไปโหลดของที่ลานกางเต็นท์ดอยอ่างขาง ที่มี"จุดชมวิวม่อนสน" จุดชมวิวยอดฮิต- เที่ยวในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

 

วันที่สอง :

- ไร่ชา 2000

- เที่ยวไร่สตรอเบอร์รี่ดอยอ่างขาง

- หมู่บ้านนอแล : ไร่สตรอเบอร์รี่นอแล

 


 

อ่ะ! หลังจากติดต่อเรื่องสองแถวเรียบร้อยก็นั่งสองแถวไปลงจุดแรกคือ "ลานกางเต็นท์ดอยอ่างขาง" เป็นลานที่เต็มไปด้วยต้นสน มี"จุดชมวิวม่อนสน" ที่เป็นจุดชมวิว ยื่นไปให้ชมทิวเขาแบบ 180 องศา ถ้ามาช่วงปลายฝนอาจได้เจอหมอกมาทักทายหน้าเต๊นท์กันเลยทีเดียว >< ที่นี่อยู่บนอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกค่ะ (ครั้งหน้าถ้าไปจะเดินป่าไปดอยผ้าห่มปกชัวร์ๆ) เรียกว่าสวยงาม อินธรรมชาติสุดๆ คืนนี้เราจะนอนที่นี่กัน!!!

ค่ากางเต็นท์ : มีเต็นท์อุทยานให้เช่า ราคาเต็นท์ 225 บาท โทรจองไม่ได้ ต้อง Walk In เท่านั้น หรือถ้าใครเอาเต็นท์มากางเองก็เสียค่าอุทยานเพียง 30บาท

 

ช่วงที่ไปเป็นช่วงเทศกาลค่ะ เสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ให้อุทยานไปคนละ 80 บาท วันที่ไปเต็นท์ของอุทยานเต็มแล้วค่ะ เลยได้เช่าเต็นท์จากร้านค้าแถวนั้น 400บาทต่อหลัง นอนได้ 3-4 คน (มีเครื่องนอน / หมอน /ผ้าห่มพร้อม) +ค่าเช่าผ้าใบกันน้ำค้าง 50บาท*อันนี้เค้าบอกค่อนข้างจำเป็น ไม่งั้นตื่นมาน้ำค้างเปียกหัวแน่ๆ

 มีห้องน้ำ - ห้องอาบน้ำบริการด้วยจ้า

 อันนี้จุดขายของกิน / ที่ชาร์ตแบตมือถือก็มีน้า

 

ได้เต็นท์ โหลดของเรียบร้อย เราก็เตรียมตัวไปสถานีเกษตรหลวงอ่างขางกันค่ะ!!!


  

ระหว่างทางเจอแนวซากุระเมืองไทย ต้นพญาเสือโคร่งด้วย><

 

 


 

ถึงแล้ว!!!! สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เสียค่าเข้าคนละ 50 บาทค่ะ

 

ที่นี่เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง เป็นที่ค้นคว้าวิจัยพืชเมืองหนาว สร้างตามพระราชดำริของในหลวงที่ท่านมีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่อยู่ตามดอยทำการเกษตรแทนการปลูกฝิ่นที่ทำลายป่าค่ะ

 

มีทั้งกะหล่ำหลากสี ม่วง-เขียว

 

สวนผักหลากชนิด

 

สวนกุหลาบ

 

ไฮไลท์เลย อันนี้ชอบมาก ซากุระจากญี่ปุ่น

 แต่งตัวหนาวๆนี่เช็คอินที่ญี่ปุ่นได้สบาย><

 ชอบดอกซากุระของที่นี่มากๆ อันนี้เก็บจากพื้นน้าา ><

 

และที่พีคสุดๆก็คือสวนบ๊วยค่ะ เป็นสถานที่ถ่ายหนัง-ถ่ายละครในหลายๆเรื่องเลย

 

 

ใครอยากพักในนี้ก็มีให้เลือกมากมายค่ะ แต่ขอบอกเลยว่าจองยากมากกก ต้องจองแต่เนิ่นๆนะ :3

 

รวมบ้านพักที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง คลิก!

 

อันนี้ที่พักแถวๆหน้าสถานีเกษตรฯค่ะ เรทราคาอยู่ที่ประมาณ 1,000บาท

 อ่างขางบ้านสวนค่ะ ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,500บาท

 

พอเที่ยวหนำใจ เราก็กลับไปที่พักของเราที่ลานกางเต็นท์ค่ะ คืนนี้เราจะมาท้าลมหนาวกัน><

 


 

บอกเลยว่ายิ่งเป็นป่าสนนี่ยิ่งหนาวค่ะ

อาหารหลักที่แนะนำเลยก็คือหมูกระทะ!!! เค้าจะขายชุดละ 300บาทค่ะ นอกนั้นร้านอาหารตามสั่งก็มี ทานข้าวต้มกันไป

ที่ชอบมากๆก็คือวัฒนธรรมที่ขายนมร้อน น้ำขิงในหม้อดินเหมือนๆกันหลายร้าน

 

 

และกิจกรรมหลักๆในช่วงค่ำก็คือการผิงไฟ555555

 


 

 Day 3 (10 ม.ค.59) วันเที่ยวอ่างขาง - ไร่ชา -ไร่สตรอเบอร์รี่

แน่นอนว่าเราเลือกนอนที่นี่ นอกจากจะชมทิวเขาวิวแบบพาโนราม่าเเล้ว ไฮไลท์ก็คือ...

แทแด๊นนนนน!!! พระอาทิตย์ค่ะ

 

เต็นท์กับวิวใกล้กันแค่นี้ ><

 

อิ่มเอมกับพระอาทิตย์ยามเช้าแล้วเราก็ลุยกันต่อค่ะ!

 


 

บอกเลยว่าให้ที่นี่เป็นพระเอกของทริป มันสวยอลังการ เจอหมอกนิดๆ มีแดดอ่อนๆ

ที่นี่ คือ"ไร่ชา 2000" ค่ะ

 รีบไปช่วงเช้านะ เผื่อจะได้เจอหมอก

 

อันนี้เกล็ดน้ำแข็งเล็กน้อย เก็บตกจากเมื่อเช้าค่ะ

 

 


 

นั่งรถไปอีกหน่อย ก็ไปเจออีกที่อลังการพอกัน "ไร่สตรอเบอร์รี่อ่างขาง"ค่ะ

เก็บไม่ได้นะ โดนปรับ 100 บาท

 


  

จากนั้นเราก็ขึ้นไป "หมู่บ้านนอแล" ค่ะ

ที่นี่จะอยู่ติดกับพม่าเลย เราได้เห็นฐานทัพทั้งไทย-พม่า

ได้สตรอเบอร์รี่ราคาถูกจากที่นี่ด้วย กล่องละ 50บาทเท่านั้น ซื้อไปซื้อมา เค้าเลยพาไปไร่สตรอเบอร์รี่ของพวกเค้าเลยค่ะ เก็บทานได้จากต้นเลย ไม่เสียค่าเข้าหรือเก็บ ถ้าอยากซื้อกลับบ้าน กิโลละ 350 บาท

ได้สตรอเบอร์รี่ลูกเป้งๆจากที่เราเลือกเองมา 2 กล่อง กล่องละ 150บาทเท่านั้น>< (คัดแต่สีขาวมา ถึงกรุงเทพจะได้สุกพอดี อิอิ)

 

 


 

คืนนี้เรากลับมานอนในสถานีวิจัยค่ะ ได้นอนที่"บ้านพักฉันทนา" อยู่แถวสวนบ๊วยเลย จริงๆตอนแรกตั้งใจจะนอนหน้าสถานี เป็นห่วงเรื่องการเดินทางไป-กลับ แต่ที่พักเต็มหมดทุกที่เลย ถือว่าโชคดีมากๆเพราะบ้านพักฉันทนาอบอุ่นมากๆ แล้วไม่ต้องห่วงว่าไกลจากช่วงหน้าสถานีค่ะ เพราะเจ้าของที่นี่ใจดีกับพวกเราจริงๆ มารับเราหน้าสถานีด้วย แล้วขากลับยังพาลงดอยอีก ประทับใจที่นี่มาก :) ราคาที่พัก 1,000บาทค่ะ นอนได้ 6 คนเท่านั้น!!!! มีอาหารเช้าให้ เป็นข้าวต้มค่ะ ทานได้ตั้งแต่ 6.00-07.30น. อ้อ! เช็คเอาท์ก่อน 10 โมงค่ะ

 

ลืมถ่ายหน้าที่พักมาค่ะ ไปดูรูปด้านหน้าที่พักจาก Facebook บ้านพักฉันทนาเอาน้า

นี่เบอร์โทรบ้านพักฉันทนา : 0899526971 / นี่ Facebook ค่ะ

หน้าตาข้างในห้องพักเป็นแบบนี้ค่ะ มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ด้วย (เป็นแบบเตาแก๊ส)

ที่นี่จะอยู่ติดกับภูเขาที่ข้ามไปฝั่งพม่าเลยค่ะ เป็นหมู่บ้านของพวกชาวเขา มีทั้งคนไทยใหญ่ จีนฮ่อ และเผ่ามูเซออยู่ที่นี่ ได้นั่งคุยกับคนที่นี่เค้าบอกว่าที่นี่เป็นหมู่บ้านที่หนาวที่สุดค่ะ เพราะเป็นแอ่งกระทะระหว่างภูเขา บรึ๋ยยยย

 มีร้านค้า - ร้านสะดวกซื้อด้วยค่ะ

ตอนเช้าๆมีคนจูงล่อออกมาด้วย คือได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเขาจริงๆ ชอบ!!!! ><

  


 

Day 4 (11 ม.ค.59) วันอากาศขั้วโลก - ที่พักหลักล้าน

เช้านี้พวกเรารีบตื่น เพราะคนที่นี่เค้าบอกว่าตอน 6 โมงเช้าจะมีแม่คะนิ้งค่ะ!!!!

 

 

พวกเรารีบตื่นมาด้วยอุณหภูมิ 1 องศา!!!!!!

คุณพระ!!! มันหนาวจับใจ หนาวจริงหนาวจัง คือ ณ จุดๆนี้ ใส่รองเท้าผ้าใบมาไม่รอดจริงๆ เท้าแข็งมากๆ (พวกเราใส่เสื้อ 5 ชั้น กางเกง 2 ถุงมือ 1 หมวกไหมพรม 1 ผ้าพันคอ 1 (เบาๆ) อยู่ได้สบาย แต่รองเท้าเอาไม่อยู่จริงๆ รีบวิ่งกลับที่พัก5555)

 

ก็ได้เก็บภาพแม่คะนิ้งมาอย่างนี้ ถือเป็นประสบการณ์สุดขั้วจริงๆ เฮือกกกกหนาวววว

 เกล็ดน้ำแข็งเกาะต้นบ๊วยค่ะ

 


 

หลังจากผจญความหนาว เช็คเอาท์เรียบร้อย คุณฉันทนา เจ้าของบ้านพักเมื่อคืนก็มาส่งพวกเราถึงหน้าวัดหาดเจ้าสำราญค่ะ เพราะสถานีต่อไปที่เราจะไปก็คือ"เชียงดาว"!!!!! คืนนี้เราจะไปพัก ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้านกันค่ะ!!!!

 

เรานั่งรถบัสสีส้ม "เชียงใหม่-ท่าตอน" จากแถววัดหาดเจ้าสำราญค่ะ ราคา 40 บาท บอกคนเก็บตั๋วว่าจะไปบ้านระเบียงดาว เค้าจะมาส่งในตัวเมืองเชียงดาว ให้หารถขึ้นที่สี่แยก ที่มีหัวมุมเป็นร้านข้าวขาหมูค่ะ เลี้ยวเข้าซอยทางจะไปวัดอินทาราม (ป้ายสีขาว)จะมีวินรถกระบะขึ้นอยู่จ้า ราคาค่ารถ 50บาท (แต่คนขับใจดี พวกเราได้ขึ้นฟรี น่ารักมาก><)

 

หน้าตาซอยที่ต้องเข้าเป็นแบบนี้

 

นี่ค่ะวินที่ต้องนั่งรอ หน้าตาที่ขึ้นรถเป็นอย่างนี้ ลองถามคนแถวนั้นดูได้ จะเป็นวินรถกระบะ : อันนี้เบอร์โทรที่วิน : ลุงอ้าย 083-3183062 แนะนำให้มาช่วงบ่าย จะยังมีรถ แต่ถ้าไม่มี สามารถขึ้นสองแถวสีเหลืองได้ ราคาเหมา 500-600บาทค่ะ

 


  

หากใครขับรถมาเอง จากตัวเมือง ระยะทาง 70 กว่ากิโล ขับรถ 3 ชั่วโมงกว่า หรือถ้ามาจากตัวเมืองแล้วอยากใช้รถประจำทางก็นั่งรถบัสสีส้มเชียงใหม่-ท่าตอนมาจากสถานีขนส่งช้างเผือกก็ได้จ้า

 

ขับขึ้นดอยไป บอกเลยว่าอันตรายอยู่เหมือนกัน เพราะถนนค่อนข้างเล็ก และหักศอก ใครขับรถมาเองต้องระวังมากๆ เพราะคุณลุงคนขับต้องบีบแตรให้สัญญาณรถที่สวนมาอยู่ตลอดทาง (ย้ำ! อย่าลืมบีบแตรช่วงโค้งกันนะ) อ้อ! มีค่าขึ้นดอยที่ต้องเสียค่าเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 20 บาทด้วยค่ะ

 

คุณลุงคนขับสุดใจดีพาพวกเรามาส่งถึงที่พักวันนี้เราจะนอน"บ้านวิวดอยหลวงเชียงดาว"กันค่ะ เป็นที่พักที่ใกล้โฮมสเตย์ยอดฮิตอย่าง"บ้านระเบียงดาว" พวกเราเสิร์ชในเว็บไซต์แล้วเจอ (จริงๆตอนแรกจะนอนบ้านระเบียงดาวแต่ที่พักเต็ม)

 

มาถึงตื่นตากับภูเขามากๆ ><

 

 

บ้านวิวดอยหลวงราคา 400บาทต่อหัว มีอาหารให้ช่วงเย็นและเช้าของอีกวัน อาหารเติมได้ด้วยจ้าาา>< เค้าบอกว่าที่พักนี้เป็นจุดที่สูงที่สุดด้วย

 หน้าตาที่พักเป็นแบบนี้ค่ะ ที่นี่เป็นที่อยู่ของพวกชาวเขา บรรยากาศจะพื้นเมืองสุดๆ ในห้องจะไม่มีไฟ มีแต่ไฟหน้าห้องค่ะ ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีปลั๊กเสียบใดๆ แต่มีเครื่องนอนอุ่นๆให้ มีห้องน้ำรวม สัญญาณโทรศัพท์-สัญญาณเน็ตพอมีค่ะ

 

หรือถ้าใครชอบนอนเต็นท์ที่นี่ก็มีค่ะ

 

นี่อาหารมื้อเย็นค่ะ ไม่อิ่มเติมได้ไม่อั้นโลด!!! รสชาติโอเคเลย

 

นี่อาหารมื้อเช้าค่ะ อยากทานเท่าไหร่ตักเลย!

 

วิวสุดอลัง><

 

 

อยากซื้อน้ำ - ซื้อเบียร์ - ซื้อขนมมีขายค่ะ

 

 


 

ส่วนนี่บ้านระเบียงดาวจ้า ราคาค่าพัก 500บาทต่อหัว มีอาหารให้เย็น-เช้าเหมือนกัน ที่นี่เปิดเป็นร้านกาแฟเล็กๆด้วย ใครไม่พักก็ขึ้นมาเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับได้จ้า

 

วิวเค้าหลักล้าน อลังการสุดๆ รู้สึกอยากนั่งมองไปนานๆ ที่เห็นนี่คือดอยหลวงเชียงดาวจ้า แล้วบอกเลยว่าวิวตอนกลางคืนนี่ดาวเต็มฟ้า สวยงามมากก!!!!

 

 

นอกจากนี้ยังมีโฮมสเตย์ที่อื่นๆด้วยนะ ใครจองบ้านระเบียงดาวไม่ได้ไม่ต้องห่วง มีให้เลือกเยอะอยู่เหมือนกัน **แต่ต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือนนะ เพื่อความชัวร์ โทรไปจอง โอนเงินก่อนครึ่งนึงจ้า**

ดอยหลวงเชียงดาวช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตก><

 


 

เบอร์โทรที่พัก :

 


  

Day 5 (12 ม.ค.59) : วันเข้าเมือง - เที่ยวเชียงใหม่ -กลับกรุง

ขากลับ จะมีลุงเป็นสองแถวรับจ้างรับเราลงไปส่งที่สถานีขนส่งเชียงดาวจ้า ราคาค่ารถคนละ 50บาท จากขนส่งนั่งรถบัสสีส้มกลับสถานีขนส่งช้างเผือกในตัวเมืองเชียงใหม่โลดด!!! (บอกเลยว่าขากลับลงจากดอยก็นั่งรถผะอืดผะอมเหมือนกันสำหรับคนเมารถ อย่าลืมยาดมนะ555555)

 

ในรถบัสมีถุง ไว้บริการ สำหรับคนต้องการจะอ้วกด้วยจ้า ><

 

วันนี้เราจะใช้ชีวิตสบายๆ หลังจากเที่ยวเหนื่อยมาหลายวัน เริ่มที่คาเฟ่ "หลงป่า"ค่ะ ร้านน่ารัก บรรยากาศธรรมชาติ ทางเข้าไปนี่ต้องเข้าไปในป่าจริงๆ ที่นี่จะเป็นร้านนั่งเล่นชิลล์ๆ จัดเป็นสวน มีกรงสัตว์ นกยูง-ชะนีให้ชมด้วย

 

 

ตกเย็นก็ไปหาอาหารเหนือทานกัน ที่ร้าน"ครัวคนเมือง" อยู่นิมมาน 17  อาหารรสชาติโอเคเลย จัดอาหารพื้นเมืองมาเต็ม!!!!

 

และเดินทางกลับโดยเครื่องบินโดยสวัสดิภาพ :)

 


 

สรุปค่าใช้จ่ายทั้งทริป

  • ค่ารถทัวร์ขาไป 500บาท
  • ค่าเครื่องบินขากลับ 625บาท
  • ค่าเดินทาง 560บาท (ค่าสองแถวพาเที่ยว 230 บาทต่อคน /กรณีหารสิบคน และอื่นๆอีก 330 บาท) [ลดค่าเดินทางเที่ยวในเมืองไปเนื่องจากมีเพื่อนที่รู้จักพาขับรถเที่ยว]
  • ค่าที่พักคืนแรกที่จุดชมวิวม่อนสน  530 บาท (เต็นท์ 400บาท พื้นที่กางเต็นท์ 80บาท ผ้าใบ 50 บาท)
  • ค่าที่พักคืนที่สองที่บ้านพักฉันทนา 500 บาท(1,000บาท หารได้ 6 คน)
  • ค่าเข้าสถานีวิจัยเกษตรหลวง 50 บาท
  • ค่าเข้าตอนขึ้นดอยหลวงเชียงดาว 20 บาท
  • ค่ากิน-อยู่ 1,000บาท
  • ของฝาก 740บาท 

รวม 4,525บาท

 


 

 • อาหารการกินที่ได้ลองมา •

คนที่นี่ฮิตขายซาลาเปากันมาก (เดาเอาเองว่าเพราะมันอุ่น) อันนี้ซาลาเปาไส้ครีมค่ะ ครีมอย่างเยิ้มเลย ชอบมากก!!!!

 

อันนี้"หมูน้ำค้างดอยอ่างขาง" คล้ายๆหมูแดดเดียวค่ะ แต่เค้าจะห้อยไว้ตรงหลังคาเพื่อตากน้ำค้างด้วย จะรสชาติเค็มๆ

 

โดนัทของที่นี่ค่ะ รสชาติมันจะหวานๆ เพราะเป็นแป้งราดน้ำผึ้ง

 

 บะหมี่เครื่องยาจีนซี่โครงหมูค่ะ เส้นบะหมี่จะคล้ายๆราเมน รสชาติโอเคเลย

 

 ข้าวคะน้าอ่างขางผัดน้ำมันหอย มันจะคล้ายๆกับคะน้ากวางตุ้ง ดี๊ดี!!!!!><

 


 

- ข้อแนะนำ / สิ่งที่ต้องเตรียม -

  • อย่าลืมพกบัตรประชาชนนะ (เผื่อใครขับรถไปเที่ยวเอง) เนื่องจากเค้าจะมีด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วยค่ะ
  • ไฟฉาย หรือตะเกียงไฟไว้ตั้งให้สว่างในเต็นท์ ตอนกลางคืนตื่นมาเข้าห้องน้ำ ทางเดินจะค่อนข้างมืดจ้า่
  • ใครอยากมาปิ้งย่างที่แคมป์ก็ขนมาได้เลยจ้า หมู-หมึก-กุ้ง มาร์ชเมลโล่-เตาปิ้ง-กระทะ สนุกสนานกับการตั้งแคมป์กางเต็นท์ได้เต็มที่! [ถ้าขี้เกียจแบกเค้ามีเตาให้เช่าแถวนั้นเลย]
  • ยาดม พกไปก็ดี เผื่อใครเจอทางโค้งแล้วไม่ไหว
  • รองเท้าหนาๆกันหนาวไปเลย
  • ถุงมือ หมวกไหมพรมพร้อมลุยหนาว
  • สุดท้ายเตรียมใจพร้อมลุย ทริปนี้ไม่หนัก ขึ้นรถชมวิวอินธรรมชาติชิลล์ๆ เตรียมหนาวไปอย่างเดียวเป็นพอ :)