[รีวิว] โอ้โห...โ อ ม า น • เที่ยวเอง • ยกก๊วน • วิวปัง • อลังเว่อร์ (รูปเยอะ+มีคลิป) |

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

[รีวิว] โอ้โห...โ อ ม า น • เที่ยวเอง • ยกก๊วน • วิวปัง • อลังเว่อร์ (รูปเยอะ+มีคลิป)

[รีวิว] โอ้โห...โ อ ม า น • เที่ยวเอง • ยกก๊วน • วิวปัง • อลังเว่อร์ (รูปเยอะ+มีคลิป)

โ อ ม า น ” ประเทศที่ไม่เคยคิดว่าจะไป...

ดูเหมือนจะไม่มีอะไร

แต่พอเที่ยวกลับมาแล้วรู้สึกว่า...

หลงไหลเมืองนี้จนหมดใจเลยหละ : )


สวัสดีครับ กันต์กวี Chill Reporter เอง ขอบอกว่าไปเที่ยวประเทศโอมานมาจ้า ที่นี่เหมาะมากๆสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากลองไปเที่ยวแบบ ชิกๆ เก๋ๆ ไม่ซ้ำใคร ...

โอมาน..จึงเป็นจุดหมายที่ กันต์กวี Chill Reporter และเพื่อนๆ ตั้งใจที่จะไปเที่ยวกัน

 

โดยแพลนที่เราจะไปเที่ยวตามนี้เลยครับ

+ ทริปนี้เราขับรถเที่ยวกันเองนะ +

Day 1 : กรุงเทพ- Muscat บินตรงไปลงเมืองหลวงของโอมานครับ

Day 2 :  มัสยิด Sultan Qaboos Grand Mosque / วังสุลต่าน Al Alam Royal Palace

เดินทางไปเมือง Sur / ว่ายน้ำที่ Bimmah Sinkhole / แวะถ่ายรูปริมทะเล / นอนที่เมือง Sur

Day 3 : ขึ้นเขาไปตามหา Wadi Bani Khalid  oasisกลางเทือกเขา / ตะลุยทะเลทราย Wahiba Sands / นอนที่เมือง Nizwa

Day 4 :  บุกป้อมโบราณ Nizwa Fort / หมู่บ้านโบราณ Misfat al Abreyeen / เดินทางกลับ Muscat / ช็อปปิ้งห้าง City Center / เดินชิลตลาดท้องถิ่น Mutrah Souk  / นอนที่เมือง Muscat

Day 5 : ถ่ายรูปเล่นที่สวนสาธารณะ / Royal Opera House /  ชายหาด Al Shatti / ช็อปปิ้งห้าง Oman Avenues Mall / สนามบิน – เดินทางกลับกรุงเทพฯ
 ต่อไปนี้! จะรีวิวแบบละเอียดยิบ ตามพวกเราไปบุก..โอมาน..กันเลยครับ

 


Day1 : กรุงเทพฯ ดอนเมือง – สนามบิน Muscat – ที่พัก


ในที่สุดก็มาถึงวันเดินทางอันแสนตื่นเต้นครับ กันต์กวี และเพื่อนๆรวม 5 คน แทบนอนไม่หลับ555  เอาจริงๆคือไม่มีใครในทีมเคยเดินทางไปประเทศแถบตะวันออกกลางเลย เราหาข้อมูลกันหนักพอสมควรเลยนะ แต่ว่าข้อมูลมีน้อยมากๆครับ เราเลยเตรียมตัวไปเท่าที่จะทำได้ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือ เสื้อผ้า + หน้าผม + กล้องถ่ายรูป + และท่าโพสสุดปังเตรียมไว้ในหัว อย่างอื่นค่อยว่า ขอถ่ายรูปออกมาตัวเราดูดีไว้ก่อน กลัวจะปังสู้วิวไม่ได้ อิอิ

 

+++ เดี๋ยวจะบอกการเตรียมตัว และข้อควรรู้อย่างละเอียดอีกที ด้านล่างรีวิวน้า +++

เริ่มออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง ตอน 15.20 น.ครับ เดินทางถึง กรุงมัสกัส ตอน 18.00น.*เวลาท้องถิ่นนะครับ // เราจึงหมดเวลาไปกับการเดินทางโดยเครื่องบินไปทั้งหมดประมาณ 6 ชั่วโมง

+++ที่โอมานเวลาช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง+++

พอเครื่องกำลังจะ Landing ดวงตาก็เป็นประกาย เพราะสิ่งที่เรามองเห็นผ่านหน้าต่างเป็นสีน้ำตาลสุดลูกหูลูกตาเลย สวยงามแปลกตาน่าตะลึงสุดๆ

 

ประตูเครื่องเปิดปุ๊บสิ่งแรกที่เราสัมผัสได้คือ...ลมร้อนนนนนน

โอ้โห! ร้อนกว่าเมืองไทยเยอะเลยนะเนี่ยขนาด 6 โมงเย็นแล้ว แต่ว่า..ความร้อนไม่เป็นอุปสรรคในการเที่ยวของเราแน่นอน <คิดในใจ> ต้องติดตามต่อไปนะว่าจะร้อนแค่ไหน

// จะทนได้ไหม ทนได้รึปล่าว //

สนามบินที่นี่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็สะดวกสบายดี...มาเที่ยวที่นี่เราทำ Visa on Arrival ครับ ต่อคิวไม่นาน จ่ายค่า Visa 5 OMR หรือประมาณ 500 บาท อยู่ได้ 10 เลยวันจ้า < แหมเราอยู่ 5 วันอยากจะต่อเหลือ 250 ซะเหลือเกิน555+ > ทำวีซ่าเสร็จสรรพก็เดินมาต่อที่ ตม. ยิ้มหวาน : ) บอกเขาไปว่าเรามาเที่ยว แล้วก็ไปรับกระเป๋า ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ( อ่านข้อมูลมาว่าเค้าห้ามถ่ายรูป เราเลยไม่กล้าถ่ายมาอวดครับกลัวอดเข้าประเทศ555+ )

 

"อีกหนึ่งสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตติดจอ"นั้นก็คือ.. ซื้อซิมการ์ดสิครับรออะไร มีทั้งบริษัท Ooredoo และ Omantel ให้เลือก กลุ่มเรามา 5 คน ซื้อแค่ 2 คนครับ คนละยี่ห้อเลย

++ ค่าซิม 2 OMR และมีค่าอินเทอร์เน็ต 1 GB อีก 3 OMR ใช้ได้ 1 Week รวมเป็น 5 OMR ในครั้งแรก

++ หลังจากนั้นก็ซื้อเติมเอาครับ 1 OMR / 1 GB / 1 วัน

หลักๆพวกเราใช้เข้าหาข้อมูลแล้วก็เปิด Map นำทาง ส่วน Line  Facebook และ IG ก็เล่นได้ปกตินะครับ แต่ส่วนใหญ่เราก็ไปเล่น WI-FI ที่โรงแรมมากกว่าเก็บเน็ตไว้ เปิด Google Map นำทางครับ < กลัวหลง 555 > การซื้อซิมที่นี่มันจะต้องลงทะเบียนซิมด้วย คิวอาจยาวนิดนึง จริงๆแล้วไปซื้อตามร้านสะดวกซื้อข้างนอกก็ได้น้า

ต่อด้วยการไปรับรถเช่าครับ พอดีเราติดช่วงละหมาด พนักงานไปละหมาดกันหมดเลยครับ เราก็ยืนรอ วนไปครับ! ทุกคนทิ้งบูธทิ้งร้านกันไปหมดเยยยย

อ้อ..สำคัญมากๆเลยคือรถที่นี่ขับพวงมาลัยซ้าย ไปขับแรกๆนี่งงใช่เล่นเลย แต่ที่ดีสุดๆก็คือ ที่นี่น้ำมันถูกมากกก

เวลาที่รอคอยก็มาถึง!! มื้อแรกที่โอมานอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเรา เป็นร้านอาหารในปั๊ม ขอทานง่ายๆเพราะหิวมากกกกก หน้าตาก็อย่างที่เห็นเลยครับ  มีไก่ย่างมีข้าวคล้ายๆข้าวหมก แล้วก็มีแกงกะหรี่ไก่ทานคู่กับแผ่นแป้งอาราบิกครับ

ก่อนเข้าที่พักเราซื้อของไปตุนไว้กินพรุ่งนี้เช้าและตอนกลางวัน 

ทำไมหรอครับ?? ก็เพราะเราไปในช่วงเดือนรอมฎอนไงหละ  ร้านอาหารทุกร้าน..ย้ำว่า..ทุกร้าน จะเปิดขายหลังพระอาทิตย์ตกเท่านั้น < มีขายเฉพาะโซนอาหารปรุงสดในห้าง ร้านอาหารทั่วไปในห้างก็ปิด T T > เราจึงต้องเตรียมของไปทานกันในรถครับ อีกอย่างจะต้องไม่ทานอาหารและน้ำให้ชาวมุสลิมที่ถือศีลเห็นเด็ดขาด เป็นมารยาทที่สำคัญมากๆ

++ น้ำดื่ม น้ำอัดลม ขนม อาหาร ++ ราคาพอๆกับบ้านเราเลยครับ อยากกินอะไรหยิบเลยยย!!!! < ที่นี่เป็นประเทศมุสลิมจึงไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ะครับ >

 


Day2 :  มัสยิด Sultan Qaboos Grand mosque / วังสุลต่าน Al Alam Royal Palace / เดินทางไปเมือง Sur / ว่ายน้ำที่ Bimmah Sinkhole / แวะถ่ายรูปริมทะเล / นอนที่เมือง Sur


 วันนี้เป็นวันแรกที่เราได้เที่ยวกันแบบจริงๆจังๆ เปิดตัวพวกเรา 5 คนเดินออกจากโรงแรมด้วยชุดสุด*อลังการดาวล้านดวง*ที่เราเตรียมมาจากเมืองไทย เรียกว่าเราใช้เวลาแต่งหน้าแต่งตัวกันนานมาก โดยเฉพาะสาวๆที่ขนเครื่องเพชรต้นตระกูลเจ้าคุณย่า มาจากเมืองไทย พวกนางบอกว่าชุดนี้เรียบร้อยที่สุดตั้งแต่เกิดมา 5555

ชุดต้องอลังการสมสถานที่ครับเพราะที่แรกที่เราไปคือ...Sultan Qaboos Grand mosque ที่นี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเฉพาะช่วงเช้าตั้งแต่ 8 โมง - 10 โมง เท่านั้น ปิดทุกวันศุกร์

ย้ำ!! ก่อนเข้าต้องแต่งกายสุภาพ ผู้หญิงต้องใส่ชุดยาวให้เลยข้อเท้า ข้อแขนและต้องมีผ้าคลุมผมให้มิดชิด ปกติแล้วที่โอมานจะไม่ค่อยซีเรียสกับการแต่งตัวของนักท่องเที่ยวเท่าไหร่นัก  แต่ที่นี่เป็นสถานที่ทางศาสนาจึงเข้มงวดมาก <ใครชุดไม่พร้อมที่นี่มีให้เช่าด้วยนะ>

เข้าไปในแกรนด์มัสยิดขอบอกว่าเว่อร์วังอลังการยิ่งใหญ่แบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย คือมองไปทางไหนก็น่าถ่ายรูปไปหมด

“แชนเดอร์เลีย” คือใหญ่มากกกก เกิดมาไม่เคยเห็นที่ไหนใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ที่สำคัญในนี้แอร์เย็นมากสบายสุดๆ อีกหนึ่งไฮไลท์คือพรมผืนใหญ่ติดอันดับโลกอยู่ที่พื้นของห้องโถงแห่งนี้ เค้าใช้เวลาทอนานหลายปีมากๆ

 

ตามมาเลย..เราขับรถกันไปต่อที่ วังสุลต่าน Al Alam Royal Palace อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่จากมัสยิด ที่นี่ถ่ายรูปได้แต่ด้านนอกนะจ๊ะ!!  

 

ได้เวลาเดินทางไกลจาก Muscat ไปเมือง Sur ครับใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง วิวริมทางนี่สวยมากก แล้วไม่ต้องถามถึงอาหารเที่ยงนะครับ เรากินขนมที่เตรียมมากันบนรถ : )

 

ขับไปหลงไปแต่ก็มาถึง Bimmah Sinkhole เห็นของจริงพูดได้คำเดียวว่าตะลึง !! เพราะมันใหญ่กว่าที่ดูมาจากรูปเยอะมาก จะถามว่าที่นี่เกิดขึ้นได้ยังไง  มีหลายข้อมูลมากบ้างก็ว่าเป็นหลุมยุบ บ้างก็ว่าหลุมอุกกาบาต

ถึงเวลาแล้วโดดน้ำโลด เพราะร้อนมาก ความคาดหวังกับน้ำสีมรกตสุดสวย คือต้องเป็นน้ำจืดแน่ๆ แต่ผิดคาดจ้าเป็นน้ำเค็ม !

 ใครไม่ลงก็นั่งให้ปลาตอดขาก็ได้น้า ปลาที่นี่ทำงานดีมาก คงหิวเพราะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเลย

 

เสร็จแล้ว Move ต่อ ขับรถไปจอดข้างทางแวะถ่ายรูปริมทะเลซะหน่อย

คืนนี้เรานอนกันที่เมือง Sur ครับ เป็นเมืองตากอากาศชื่อดังของโอมาน

 

และนี่ก็เป็นมื้อแรกที่เราได้กินอย่างเป็นทางการ ละแวกนี้มีอาหารทะเลขายหลายร้านเลยนะ เค้าบอกว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อแต่เราเลือกที่จะไม่กินครับ 1.อาหารทะเลกินที่เมืองไทยก็ได้ 2. กลัวแพงครับ 5555

 


Day3 : ขึ้นเขาไปตามหา Wadi Bani Khalid  โอเอซิสกลางเทือกเขา / ตะลุยทะเลทราย Wahiba Sands / นอนที่เมือง Nizwa


 ก่อนออกไปเที่ยวต่อเราขับรถวนชมเมือง Sur กันก่อนครับ

 

จุดมุ่งหมายต่อไปคือ Wadi Bani Khalid  โอเอซิสกลางเทือกเขาสูงที่ต้องขับรถขึ้นเขาลงเขาไปประมาณ 1 ชัวโมง

 

คุ้มค่าการรอคอย..มาถึง Wadi Bani Khalid  ต้องเดินเข้าไปอีกนิดนึง แต่พอถึงแล้วหายเหนื่อยเลยหละสวยมากๆ

นี่คือมุมแรกที่ต้องถ่ายรูปครับกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

หันหลังไปเจออีกมุมนึงครับ อลังการยิ่งกว่า

 

เดินขึ้นไปอีกนิดนึงก็จะเป็นภูเขาสีขาวสวยๆอารมณ์แกรนด์แคนยอนเลย

 

จุดมุ่งหมายต่อไปตะลุยทะเลทราย!! ที่ที่อยากไปที่สุดในทริปนี้ ไฮไลท์สุดปังอลังการที่เรารอคอย มาถึงแล้ว ทะเลทราย Wahiba Sands

ปกติแล้วการมาเที่ยวทะเลทรายให้ถึงอก ถึงใจ ถึงอารมณ์นั้นจะต้องนั่งรถ 4x4 เข้าไปนอนในแคมป์กลางทะเลทราย แต่พอดีกลุ่มของเรา เอาตรงๆคืออยากถ่ายรูปหลายๆที่ อยากแวะเยอะๆ เราเลยแค่ขับรถเข้าไปตามถนน แล้วก็จอดถ่ายรูปเบาๆพอกรุบกริบ

นี่ขนาดไม่ได้เข้าไปลึกนะ ยังสวยงามสุดลูกหูลูกตาเลยหละ ประทับใจมากๆน้ำตาจะไหล TT

++ขอแนะนำนะครับ++ ที่นี่ร้อนระอุมากๆ คิดท่ามาให้พร้อม ซ้อมมาให้ดี เพราะคุณจะโพสได้ไม่นาน ก้นคุณอาจไหม้เป็นไก่ปิ้งได้

 

 

เสร็จจากทะเลทรายเราขับรถกันต่อประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ มานอนที่เมือง Nizwa เป็นเมืองหลวงเก่าของโอมาน เมืองนี้ถือว่าเจริญพอสมควรเลยนะถ้าเทียบกับ Sur ที่นอนเมื่อคืน

ที่มานอนที่ Nizwa เพราะตื่นเช้าเราจะได้เที่ยวกันเลยแบบไม่ต้องเสียเวลา แต่ถ้านอนกลางทะเลทรายก็คงได้บรรยากาศไปอีกแบบ

นี่คือร้านอาหารที่เราไปทานจ้า เป็นร้านที่อยู่ใต้โรงแรม Al Diyar Hotel อร่อยทีเดียวเลยหละ เเต่ละเมนูหน้าตาดีมากๆ

 

 


 

Day 4 :  ป้อมโบราณ Nizwa Fort / หมู่บ้านโบราณ Misfat al Abreyeen / เดินทางกลับ Muscat / ช็อปปิ้งห้าง City Centre Muscat / ตลาดท้องถิ่น Mutrah Souk  / นอนที่เมือง Muscat


มาต่อกันที่วันที่ 4 พวกเราไม่มีทีท่าที่จะเหนื่อยเลย เริ่มต้นวันใหม่กันที่นี่เลย ป้อมโบราณ Nizwa Fort ใหญ่โตมโหฬารมาก

ละแวกนี้มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะอยู่นะ ร้านขายของที่ระลึกก็มีให้ได้ควักกระเป๋ากระจายรายได้กันด้วย

 

ไปต่ออย่าได้หยุด!!  จุดมุ่งหมายต่อไปก็คือ หมู่บ้านโบราณ Misfat al Abreyeen ตั้งอยู่บนเนินเขาพวกเราเดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็ได้พบกับความสวยงามแบบดิบๆ เปลี่ยนอารมณ์การถ่ายรูปได้อีก 1 แคมเปญ

มีร่องน้ำไหลลงมาจากภูเขาด้วยน้ำใสมากๆเลย

 

 

เสร็จจากที่นี่แล้วก็ขับรถกลับไปยัง Muscat

 

เรากลับมาที่ Muscat เมืองหลวงอีกครั้ง จุดมุ่งหมายแรกที่เราคิดตรงกันคือ เข้าห้างกันเถอะไม่ไหวแล้ว  พุ่งตรงไปเลยครับ ห้าง City Centre Muscat มาที่นี่มีครบทุกอย่างเลยทั้ง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า มีครบทุกแบรนด์จริงๆ แถมเสื้อผ้าเนี่ยก็เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นซะด้วยคนที่นี่ก็เลือกซื้อกันแบบจัดเต็มนะ ไม่แน่ใจว่าชุดพวกนี้เนี่ยเค้าเอาไปใส่ที่ไหนกัน เพราะเวลาคนที่นี่ออกจากบ้านเค้าก็จะใส่ชุดคลุมฮิญาบและชุดโต๊ปกันแทบทุกคนเลย

พูดถึงราคากันหน่อยเข้าไปสำรวจมาแล้วพบว่า..เสื้อผ้าราคาแพงกว่าเมืองไทยนะครับ เราจึงขอบาย พุ่งตรงไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตหาขนมกินเหมือนเดิมดีกว่า อิอิ

 

ใกล้ค่ำเรามาถ่ายรูปเล่นตรงข้ามตลาด Mutrah นี่เป็นท่าเรือสำราญที่น่ามาถ่ายรูปมากๆ เดินชิลยามเย็นเดินดูพระอาทิตย์ตกทะเลก็ดีไปอีกแบบนะ

 

พอเริ่มมืดก็ได้เวลาบุก ตลาด Mutrah Souk ที่นี่มีของขายสำหรับนักท่องเที่ยวเยอะมาก ทั้งผ้า ของตกแต่ง ของที่ระลึก เครื่องประดับต่างๆ ก็มีให้เลือกกัน

 

 

ร้านอาหารตรงตลาดก็เป็นแนวขายนักท่องเที่ยวเช่นกัน ราคาก็เลยจะสูงกว่าร้านที่เราเคยกินมาในวันก่อนๆนิดหน่อย แต่มาแล้วก็ต้องลองให้ครบ  อ้อลืมบอกร้านนี้ที่บอกว่าแพงกว่าร้านอื่นนิดนึงก็เพราะว่ามีของดีจ้า อะไรนะหรอ  WiFi สิจ๊ะ นั่งเล่นมือถือกันแทบจะไม่ได้กินข้าวเลยจร้า

จบวันที่ 4 เราพักกันที่แรงแรมในตัวเมือง Muscat

ดึกๆยิ่งคึกคัก เราเลยออกมาเดินเล่นกันที่ LuLu Hypermarket ซื้อของฝากกันที่นี่เลย ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คืออินทผาลัม มีให้เลือกเยอะมากกก

สุดท้ายเราเลือกยี่ห้อนี้มา เพราะเห็นว่าได้รางวัลการันตี 555 กล่องนี้ ครึ่งกิโลประมาณ 120 บาท ซื้อกลับมาหลายกล่องเลยหละ กลับถึงห้องจะได้แพคกระเป๋าให้เสร็จสรรพเลย ผลสรุปจากการแพ็คกระเป๋าคือ...น้ำหนักเกินจ้า ต้องหิ้วกันแขนแทบหลุด

 


 Day 5 : ถ่ายรูปเล่นที่สวนสาธารณะ Al Qurm / Royal Opera House /  ชายหาด Al Shatti / ช็อปปิ้งห้าง Oman Avenues Mall / ถึงสนามบิน – กลับกรุงเทพฯ


วันนี้ต้องบินกลับตอนเย็น เราจึงรวบ 4 ที่เที่ยวมาไว้ในวันเดียว เลือกที่ขับรถไม่ไกลอยู่ใกล้ๆแค่ในเมือง แถมใน Muscat รถก็ไม่ติดอีกด้วยวิ่งฉิวววเลยจ้า

เริ่มที่แรก กับการมาเดินเล่นถ่ายรูปชิลๆใน สวนสาธารณะ Al Qurm คือเห็นแต่สีน้ำตาลมานานหลายวันอยากมีรูปกับต้นไม้สีเขียวๆบ้างก็เลยต้องมา ที่นี่..ซีนห้ามพลาดในสาธารณะก็คือ กำแพงสุดเก๋ที่จะโพสท่ายังไงก็ออกมาสวย

อีกมุมที่ห้ามพลาดเหมือนกันนั่นก็คือมุมนี้...ต้นอินทผาลัม มาดินแดนตะวันออกกลางจะพลาดได้ไง แต่ละคนครีเอทเป็นท่าทางไม่ซ้ำกันเลย จัดเต็มกันจริงๆ

 

Royal Opera House ที่นี่ก็อลังการไม่แพ้กันนะจ๊ะ ขับรถเข้าไปมีที่จอดรถสะดวกสบาย พอเดินเข้าไปถ่ายรูปกับอาคารสีขาวสะอาดตาแล้วรู้สึกว่าตัวเองเหลือตัวเท่ามดเลยหละ แต่ก็ดีนะรู้สึกผอม 555+

 

ไปต่อกันที่ Al Shatti เป็นชายหาดที่อยู่ในเมือง ที่นี่เป็นย่านพักผ่อนที่ดูชิลมากเลยหละ

 

ก่อนกลับไปสนามบินเราแวะช็อปปิ้งที่ Oman Avenues Mall ครับ ซื้อของฝากเพิ่มเติม แล้วก็หาของไว้ทานมื้อเย็นกันอีกซักหน่อย

 

ถึงเวลาต้องโบกมืออำลา บ้ายบายโอมานซะแล้ว ระหว่างรอเครื่องก็ต้องเดินช็อป Duty Free ขากลับเราขึ้นเครื่องบินกลับไฟท์ 19.40 น. และถึงเมืองไทย ตอน 4.40 น.

อ่านจบอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ไปให้เพื่อนของคุณดูกันด้วยหละ

ไม่แน่..รูปโปรไฟล์ รูปต่อไปอาจจะเป็นรูปที่คุณโพสท่าอยู่กลางทะเลทรายก็เป็นได้น้า

 

+++ค่าใช้จ่ายทริปนี้เราหมดไปคนละประมาณ 10,000 บาท <บวกลบ>

*ไม่รวมค่าเครื่องบินไปกลับ*

อยากรู้ว่าค่าใช้จ่ายแพงมั้ย ต้องเตรียมตัวยังไง อะไรที่ต้องรู้ก่อนไป

กดที่นี่เลย >> สกู๊ป..ตอบปัญหาคาใจก่อนไปโอมาน


 กันต์กวี Chill Reporter รีวิวครับ  : )