หนีเข้าป่ามาอยู่ง่ายๆกับ โจน จันใด • บำบัดภูมิแพ้กรุงเทพ • เรียนรู้การอยู่ด้วยตัวเองกับธรรมชาติ |

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

หนีเข้าป่ามาอยู่ง่ายๆกับ โจน จันใด • บำบัดภูมิแพ้กรุงเทพ • เรียนรู้การอยู่ด้วยตัวเองกับธรรมชาติ

หนีเข้าป่ามาอยู่ง่ายๆกับ โจน จันใด • บำบัดภูมิแพ้กรุงเทพ • เรียนรู้การอยู่ด้วยตัวเองกับธรรมชาติ

         สวัสดีชาวชิลค่าาา วันนี้คนเมืองอย่างเรา(ผู้ซึ่งน่าจะเป็นโรคภูมิแพ้กรุงเทพขั้นหนัก) อยากหนีเข้าป่าไปหาธรรมชาติค่ะ บังเอิญว่ามีพี่คนนึงที่รู้จักค่ะส่งรูปมาชวนไปเข้า "คอร์สพึ่งตนเอง" ของ "โจน จันใด" เป็นคอร์สที่ต้องอยู่กับธรรมชาติ รู้จักเรียนรู้การอยู่ด้วยตนเองในพื้นที่การเกษตรของตัวเองแบบไม่ต้องออกไปไหน ไม่จำเป็นต้องใช้ตังค์เท่าไหร่ อยากกินอะไรก็ปลูกเองแบบออร์แกนิก เรียกว่าใช้ชีวิตกิน-อยู่ง่ายๆให้ธรรมชาติบำบัดค่ะ โดยคอร์สนี้ต้องไปอบรมกันที่สวนพันพรรรณ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ค่ะ (ทางสวนพันพรรณจะจัดอบรมอยู่ 2 ที่คือที่อำเภอพร้าวและอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่)

     • รายละเอียดคอร์ส คลิกที่นี่ ค่ะ

         บอกก่อนว่า คอร์สนี้เต็มไวมากกก มีแต่คนสนใจทั้งคนไทยและต่างชาติ ส่วนตัวรู้จักพี่โจนบ้างตาม Youtube นิดหน่อย รู้แค่ว่าแกเป็นคนอยู่อย่างง่ายๆ ทำอะไรง่ายๆ สมมติว่าต้องใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่กันดานที่สุดแกก็สามารถอยู่ได้ด้วยการพึ่งตัวเอง ด้วยพลังงานจากธรรมชาติ ไม่มีน้ำประปาก็ดูดน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ในบ้าน ไม่มีไฟฟ้าใช้ ก็ทำโซล่าเซล ทำกังหันลมผลิตไฟฟ้าใช้เองก็อยู่ได้


         และอีกเรื่องที่ดังมากๆอย่างที่บอกไปก็คือ คุณโจน จันใดแกเป็นผู้เชี่ยวชาญการทำบ้านดินค่ะ จัดว่าเป็นผู้ปลุกกระแสบ้านดินฟีเว่อร์ในไทยเลยก็ว่าได้ แกจะสร้างบ้านง่ายๆ โดยนำวัสดุง่ายๆมาสร้างบ้าน ทั้งดิน ,ยางรถยนต์ (ต้นทุนการสร้างราคาถูกกว่าบ้านทั่วไป 4-5เท่าเลยนะเอ้อ สามารถดูคลิปได้จากใน Youtube ด้านล่าง) หรือการสร้างบ้านด้วยฟาง (ดูเหมือนมันไม่น่าเป็นไปได้ แต่บ้านฟางนี่แข็งแรงมากเลยนะ) โดยการสร้างบ้านแบบนี้บอกเลยว่าคนไม่มีประสบการณ์ก็ทำได้ง่ายๆค่ะ!

 
         ส่วนใหญ่ใน Youtube แกก็จะสอนวิธีการเอาตัวรอดแบบเฮ้ย! แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ สอนการทำโยเกิร์ต การเผาถ่าน ทำเครื่องกรองน้ำด้วย
ตนเอง!!! DIYไปอี้กก (ลองดูคลิปด้านล่าง โปรดักชั่นน่ารัก ดูกวนๆด้วย)
 
 
 
คอร์สนี้ใช้เวลา 4 วัน 3 คืนค่ะ รอบที่สมัครคือวันที่ 12-15 สิงหา รวม 4 วัน เสียค่าสมัคร 3,500บาท ค่ะ(ต้องส่งอีเมลล์ไปสอบถามล่วงหน้าก่อนว่าคอร์สเต็มหรือยัง โดยการส่งอีเมลล์เพื่อรับใบสมัคร สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เพจ Pun Pun Organic Farm หรือเว็บไซต์ thai.punpunthailand.org
 
-----------------------------------------------------------------------
• Day 1 (12 ส.ค. 59)
      เรานั่งรถทัวร์มุ่งสู่เชียงใหม่ตั้งแต่คืนวันที่ 11 ค่ะ ที่สถานีรถทัวร์แถววิภาวดี มาถึงเชียงใหม่วันที่ 12 ตอนประมาณ 07.30น. โดยแผนการเดินทางสู่สวนพันพรรณมีดังนี้ค่ะ

กรุงเทพ -> เชียงใหม่ (ลงอาเขต)
อาเขต -> ประตูช้างเผือก
ประตูช้างเผือก -> ปากทางขึ้นเขื่อนแม่งัด
ปากทางขึ้นเขื่อนแม่งัด -> สวนพันพรรณ
 
         ในกำหนดการเค้านัดทานข้าวเที่ยงที่สวนพันพรรณตอนเที่ยงตรงค่ะ โดยเราแวะทานข้าวเช้าที่ "สถานีขนส่งผู้โดยสารอาเขตเชียงใหม่" ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะนั่งรถตุ๊กๆไปที่ "ประตูช้างเผือก" (ที่สวนพันพรรณเค้าแนะนำมาว่ามีรถโดยสารที่นี่) ค่ารถตุ๊กๆ 120บาท เราไปกัน 4 คนเลยเสียไปคนละ 30บาท ใครอยากนั่งรถแดง (สองแถว)ไปประตูช้างเผือกก็ได้ค่ะ (ค่าโดยสาร 20บาท) แต่เวลาจะล่าช้ากว่านิดนึง
 
         หลังจากนั่งไปประตูช้างเผือกให้เราหารถสองแถวสีขาวที่เขียนว่า "เชียงใหม่-แม่แตง"ค่ะ เพื่อเดินทางต่อไปปากทางขึ้นเขื่อนแม่งัด (25บาท) แล้วนั่งมอไซค์ต่อไปอีกคนละ 100บาท แต่โชคดีค่ะรถสองแถวที่เราขึ้นบ้านอยู่แม่แตงพอดีเลยพาไปส่งถึงที่สวนพันพรรณ แม่แตงเลย (ค่ารถคนละ 100บาท)
 
         รถจะจอดได้ถึงปากทางเข้าสวนข้างหน้านะคะ ต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ 500เมตร ไม่ไกลค่ะ เดินผ่านทุ่งนากว้างๆเข้าไป (ฝนตกต้องมีลุยโคลนด้วยนะคะ หารองเท้าที่พร้อมลุยมาด้วยน้า)
 
ถึงแล้วค่ะ "สวนพันพรรณ" พอถึงก็เช็คชื่อ และถึงเวลาทานข้าวพอดีค่ะ!!!! 
        
          ที่นี่อาหารจะมีให้ 3 มื้อ แบบบุฟเฟต์ เป็นอาหารสุขภาพ ส่วนใหญ่จะเน้นผัก เต้าหู้ และไข่ค่ะ มีปลาบางมื้อ ตอนแรกคิดว่าจะอยู่แบบไม่มีหมูกันได้มั้ย ไม่น่ารอดแน่ แต่บอกเลยว่า กับข้าวอร่อยทุกมื้อออออ >_< และที่สำคัญคืออาหารที่นี่ไม่ใส่ผงชูรสค่ะ

         มื้อแรกที่ได้ทานคือข้าวเหนียว - ไข่ต้ม-ปลาทู- ซุปหน่อไม้ค่ะ ช่วงเวลาทานข้าวก็ได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่เล็กน้อย เอาล่ะ! มาอยู่อย่างง่ายๆใช่มั้ย ใช้มือกินปลาทูมันเลยค่ะ เอาง่ายเข้าไว้ อิอิ หมดกันความเหนียม>< จากนั้นก็ล้อมวงปฐมนิเทศกับพี่โจนนิดหน่อย คอร์สนี้มีคนประมาณ 25คน เค้าก็ให้แนะนำตัว ถามความถนัดและวัตถุประสงค์ที่อยากมาเรียนรู้ที่นี่ หลังจากนั้นก็เดินสำรวจสวนรอบๆกันค่ะ 
 
 
         ที่พักที่นี่จะสร้างกันเอง ที่เห็นนี่คือ เป็นบ้านดินที่ช่วยกันสร้าง คนสร้างก็จะมีทั้งคนที่นี่สร้างกันเองกับคนที่มาลงเรียนสร้างค่ะ
         
         เค้าจะแบ่งห้องพักเป็นห้องนอนแยกและห้องนอนรวมค่ะ (ใครอยากนอนแยกเป็นครอบครัวให้แจ้งมาในอีเมลล์ก่อนเน้อ)
         บ้านดินหลังนี้เป็นห้องโถงที่เป็นห้องประชุม มี 2 ชั้น
ชั้นบนเป็นที่พักรวมของพวกผู้ชายค่ะ
 
 
อันนี้ห้องพักรวมผู้หญิง
 
         นี่คือห้องนอนรวมของผู้หญิงที่เราพักค่ะ ก็จะมีที่นอน-หมอน-ผ้าห่มและมุ้งกางไว้ให้ ไม่มีพัดลม ไม่มีแอร์ แต่ช่วงที่มาอากาศเย็นโอเคเลยไม่ร้อน มีที่เสียบปลั๊กค่ะ
 
         สิ่งอำนวยความสะดวกอาจดูไม่มาก แต่บอกไว้ก่อนว่า 3G แน่นมากค่ะะะ เน็ตไวโอเคเลย แถมมีโปเกม่อนให้เก็บด้วยนะเอ้อ (แต่ไม่มี Pokestopน้า)
 
เลี้ยงไก่ไว้เก็บไข่ เลี้ยงวัวไว้รีดนม :)
 
มีคาเฟ่ที่เป็นร้านหนังสือ / ขายของที่ระลึกและของใช้ที่ทำกันเองด้วยค่ะ 
 
หนังสือก็ขาย โซนนี้หน้าตาน่ารัก :)
 
ได้ชิมเค้กมะนาว กลิ่นมะนาวแท้ๆเลยค่ะ
 
เค้กและคุ้กกี้ที่ขายนี่เด็กๆที่นี่เป็นคนทำค่ะ 
 
โกโก้ปั่น (เครื่องดื่มจะเน้นไม่ใส่นมค่ะ เค้าบอกใส่นมจะไม่อร่อย)
 
กาแฟเย็น
 
ของที่ระลึกน่ารักๆค่ะ
 
เมล็ดพันธุ์แจกฟรี ที่นี่เปิดกว้างมากๆ เน้นเพาะเมล็ดพันธุ์แท้ๆเพื่อแจก
 
 
ศาลาข้างๆคาเฟ่ค่ะ บรรยากาศตอนเช้านี่ดีใช้ได้

      
         อย่างแรกที่ได้เรียนคือ เรียนทำกิมจิค่ะ มีคนเกาหลีที่เคยมาเป็นอาสาสมัครที่นี่เคยสอนไว้ เลยเอามาถ่ายทอดวิชากันต่อค่ะ  
 
เค้าสอนทำกิมจิ 2 แบบค่ะ คือแบบเกาหลี และแบบอีสาน
       
       [ลืมบอกค่ะ ใครที่อยากมาอยู่ยาวๆ ก็สามารถสมัครมาเป็นอาสาสมัครที่นี่ได้นะคะ แต่ต้องสมัครก่อนล่วงหน้า 2 เดือน เค้าจะมีตารางล็อคคิวไว้ ซึ่งที่นี่จะมีคนเวียนมาเป็นอาสาสมัครแน่นตลอด ส่วนใหญ่ที่เห็นจะเป็นคนต่างชาติ ส่วนคนไทยใครอยากมาก็มาได้เน้อ]
 
ใกล้มื้อเย็นแล้วค่ะ แหะๆได้ช่วยในครัวนิดหน่อย
 
มื้อเย็นทานผัดไทยค่ะ อร่อยเหาะ!
 
ตกค่ำก็มีบรรยายการทำบ้านดินโดยพี่โจน 
 
และเรียนทำโยเกิร์ตค่ะ!!!!
 
โดยใช้นี่ค่ะ! นมจากวัวที่เลี้ยงเองในสวน นมแท้ๆ รีดมาสดๆเลยค่ะ 
 
 
• วิธีการทำโยเกิร์ตนั้นง่ายมากๆ ตามคลิปนี้เลย (ฮาจริงขอให้คลิก)
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------
• Day 2 (13 ส.ค. 59)
ตื่นเช้ามาพร้อมกับวิวภูเขา มีปุยหมอกนิดหน่อย เช้านี้ทานข้าวผัดและซุปมิโสะค่ะ
 

ใครไม่อิ่มก็มีกล้วยให้กินได้ตลอดเน้อ


ระบบของที่นี่คือใครกินใครล้างค่ะ รับผิดชอบของตัวเอง นี่คือจุดล้างจาน ให้ล้างผ่านน้ำ 4 น้ำ ห้ามเปิดน้ำเพิ่มด้วยนะเอ้อเพื่อเป็นการประหยัดน้ำค่ะ


ที่เซอร์ไพร์สคือ เราสามารถเปิดน้ำกินจากก๊อกได้เลย พี่โจนทำระบบกรองน้ำไว้แล้วเรียบร้อย เอาไปตรวจเข้าแล็บเสร็จสรรพ ได้มาตรฐานมากกว่าน้ำดื่มบางยี่ห้ออีกนะ :3
 

ทานข้าวร่วมกันค่ะ เวลาทานข้าวคือ ตอนเช้า 08.00น. เที่ยง 12.00น. และเย็น 18.00น.ค่ะ แต่ละมื้อจะมีการส่งสัญญาณให้มาทานข้าวรวมกันโดยการตีระฆังค่ะ

เดี๋ยวจะหาว่าโม้ มีโปเกม่อนจริงจริ๊ง5555 (แต่มีตรงนี้นี่แหละจุดเดียว)
 
โดยวิชาแรกที่ได้เรียนค่ะ ปลูกผักทำสวน!!!!
 
อะ ใช้รถปรับหน้าดิน
ขุดๆ คลุมฟาง นำกล้ามาลงค่ะ



เรียนๆอยู่ก็มีวัวที่เลี้ยงมาทานหญ้าไปอี้กก น่ารัก :)


ลงเมล็ดพันธุ์อื่นๆ เยอะแยะเลย
 
         ระหว่างเรียนแกก็จะสอนวิธีการขุด การลงดิน การใช้ปุ๋ย เหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการเพาะพันธุ์ อย่าง สภาพดินแบบนี้ใช้ได้มั้ย?ต้องทำยังไง? คนที่มาเรียนนี่ก็จะถามกันตลอดเลยค่ะ เพื่อนำไปใช้กับที่ของตัวเองจริงๆ ได้ความรู้เพิ่มเยอะ ><
เจอเต่าทอง :3
 
 
         มื้อกลางวันมื้อนี้ชอบที่สุด>_< (ไม่รู้ว่าเหนื่อยเลยหิวมากรึเปล่า อิอิ) เห็ดชุบแป้งทอดกระเทียม กับน้ำพริกอ่อง ทานไป 2 จาน เห็ดคือดี!!!!! กรอบๆหอมกระเทียม หน้าตาไม่ค่อยดีแต่อร่อยสุด


 
         หลังมื้อกลางวันก็พักผ่อนตามอัธยาศัยนิดหน่อยค่ะ ชั้นบนของโถงรวมมีจุดพักน่ารักๆด้วยค่ะ มีเปลให้นอนกับหนังสือให้ยืมอ่าน



         มาถึงช่วงบ่าย มีเรียนทำน้ำ EM กันค่ะ เป็นน้ำหมักชีวภาพ ไว้บำรุงต้นไม้ที่เราปลูก เร่งพืชผล / พัฒนาดิน /ไล่แมลงค่ะ วัตถุดิบแต่ละอย่างที่ใช้ก็จะให้ผลแตกต่างกันไป



 มีเรียนทำปุ๋ยหมักจากธรรมชาติ
อาสาสมัครชาวต่างชาติทำงานค่ะ ใครถนัดอะไรก็ทำอันนั้น
 
 
         ตกเย็นก็เป็นเวลาของการเก็บเมล็ดพันธุ์ ที่นี่ขึ้นชื่อในการเก็บเมล็ดพันธุ์แท้ๆเพื่อนำไปปลูกให้ได้ผลผลิตแบบไม่ตัดแต่งค่ะ


 
ไม่ว่าจะเป็นถั่วฝักยาว , เมล็ดแมงลัก (เพิ่งรู้ซึ้งก็วันนี้..กว่าจะได้แต่ละเมล็ดคือดอกมันเล็กมาก บีบกันระงมTT)
ถั่วฝักยาว
 
 
นี่เมล็ดแมงลักค่ะ
 
 

เมล็ดฟักทอง
 

ใครอยากได้เมล็ดพันธุ์ผักหรือต้นอะไรไปปลูก ที่นี่เค้าก็เปิดกว้างนะคะ สามารถส่งไปรษณีย์ไปขอที่สวนพันพรรณได้เลย >> สอบถามที่เพจ Pun Pun Organic Farm

- หรือใครมาที่นี่ก็มีเมล็ดพันธุ์ให้หยิบฟรีที่คาเฟ่ตามที่กล่าวไปเน้อ -

มาถึงมื้อเย็น!!! ซูชิ!!!! ชอบมากกก (ข้าวปั้นหน้าตาแปลกแต่อร่อย) มีน้ำยำให้ราดด้วย ทานกับกิมจิที่ทำกันเองเมื่อวาน :)


 
         ตกค่ำสอนทำน้ำ "กอมบูชา"ค่ะ เรียกว่าเป็นน้ำวิเศษก็ได้ หรือยาบำรุงนั่นแหละค่ะ พี่โจนเล่าให้ฟังว่าน้ำนี้เป็นสูตรจากจักรพรรดิ์เกาหลีที่เค้าทำไว้ทานแก้ป่วยค่ะ คล้ายๆกับโสมเกาหลี ทานแล้วจะช่วยให้ระบบเลือดดี กำจัดสารพิษออกจากตับ ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน แข็งแรง รสชาติจะซ่าๆเปรี้ยวๆนิดนึง ดื่มแทนน้ำอัดลมก็ได้ค่ะ


• วิธีทำกอมบูชาตามคลิปเลยค่ะ คลิปพี่โจนติดตลกเหมือนเคย XD
         
 
 
-----------------------------------------------------------------------
• Day 3 (14 ส.ค. 59)

หลังมื้อเช้า ทางเรานำดินจากที่บ้านมาถามพี่โจนค่ะ ว่าดินแบบนี้สร้างบ้านได้หรือเปล่า ใครสงสัยหรืออยากถามอะไรก็มาถามพี่โจนได้เสมอ แกติดดินไม่ถือตัวเลยค่ะ

เพราะวันนี้เราจะเรียนทำบ้านดินกัน!!!!
 


         บ้านดินที่ว่านี่คือ เราต้องทำบล็อกก่อนค่ะ แต่ทำจากดิน เริ่มจากการขุดดินเพื่อนำไปทำบล็อกแทนอิฐสร้างบ้าน


ดินต้องผสมน้ำ ก๊อกน้ำซึ่งอยู่ไกล พวกเราเลยเกิดความสามัคคีส่งถังน้ำกันเล็กน้อย น่ารัก :)


ต้องย่ำดินเพื่อผสมแกลบกับดินค่ะ เอ้า! ช่วยกันๆ

 
         นำดินที่ผสมแกลบแล้วมาทำบล็อกค่ะ
ออกมาเป็นอย่างนี้ค่ะ ตากแดดรอแห้ง :)
 
 
ถ้าแห้งแล้วเรียบร้อยจะได้บล็อกแบบนี้ค่ะ
 
 
พี่โจนจะสอนทำบ้านดินแบบจำลองค่ะ ใช้วิธีง่ายๆ ไม่มีสูตรอะไรมาก ง่ายแต่เข้าใจ 

ต่อไปเป็นขั้นตอนของการผสมสีค่ะ อยากได้บ้านสีไหนเลือกเล้ย



 
         เก๊ง ๆ ๆ ๆ!!!!!! เสียงระฆังดังแล้ว อาหารกลางวัน ส้มตำกับไข่เจียวผักค่ะ ยังคงอร่อยทุกมื้อ :)


 
หลังทานข้าวมาเป็นงานฉาบ... ผสมสีก่อนๆ :)


งานก่อบ้านฟางก็มา...

         หลักๆพี่โจนบอกว่าแกจะไม่เน้นสอนทฤษฎีหรือสอนเทคนิคค่ะ ทุกอย่างควรเป็นสิ่งที่คิดเอง ลองเอง แล้วจะรู้สูตรที่เหมาะสมกับบ้านของเราเองค่ะ :)
 
 
เรียนเสร็จก็มาสำรวจบ้านพี่โจนกันค่ะ หลังนี้สร้างกันเอง


 
นี่บ้านฟางอีกหลัง

ใครอยากลองสร้างบ้านดินด้วยตัวเอง พี่โจนมีหนังสือพร้อมวิธีทำอย่างละเอียดเลยค่ะ ขายอยู่ที่ร้านหนังสือชั้นนำ ที่สวนพันพรรณก็มีขายนะ


-----------------------------------------------------------------------
• Day 4 (15 ส.ค. 59)

มื้อเช้า ทานข้าวเคล้าหมอกไกลๆ เพราะฝนตกนิดหน่อย

วันนี้เราจะเรียนเรื่องสุขภาพกัน!!


สมมติว่าโลกนี้วันนึง...เราต้องใช้ชีวิตอยู่แบบ"ไม่มีหมอ"เราจะทำยังไง?

การอบรมวันนี้มีคำตอบค่ะ !
 
วันนี้พี่โจนได้สอนเรื่องการดูแลตัวเอง การรักษาสุขภาพแบบง่าย สอนภูมิปัญญาพื้นบ้านต่างๆที่ใช้ของรอบๆตัวเป็นยารักษาค่ะ โดยวิธีรักษาทั้งหมดพี่โจนแกได้มาจากการทดลองด้วยตัวเองค่ะ


-> อย่างการดื่มน้ำให้ได้ 5 แก้วใน 1 วัน เพื่อรักษาโรคกระเพาะ คือดื่มน้ำแทนยาเลย (แค่น้ำเท่านั้น!!!!) ทั้งๆที่การรักษานี้เป็นองค์ความรู้ที่เก่าแก่มาก ไม่ใช่ของใหม่แต่วิธีนี้ไม่ค่อยมีใครนำมาใช้กันค่ะ

-> การรักษาโรคด้วยการดื่มน้ำปัสสาวะของตัวเอง อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ!!! ฉี่คนเรานี่แหละสามารถนำมาบำบัดโรคได้ อย่างโรคหอบหืด หรือโรคตาแดง คนที่มาอบรมท่านนึงได้แชร์ประสบการณ์ด้วยว่า เคยทดลองกับลูกชาย เค้าใช้ฉี่ตัวเองหยอดตาลูก แก้โรคตาแดงได้อี้กกก

-> สารพัดประโยชน์จากดิน ทั้งรักษาแผล (กรองดินนำมาพอกแผลสดหายเลย) , รักษาอาการปวดท้อง หรือเอามาผสมสมุนไพรพอกหน้ารักษาสิวก็เวิร์คค่ะ
สาวๆพอกหน้ากันใหญ่ อิอิ
 
-> การดีท็อกซ์ / การกินน้ำมะพร้าวล้างสารพิษในร่างกาย

ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้ธรรมชาติรอบๆตัวมารักษาตัวเองง่ายๆแบบไม่ต้องพึ่งหมอ ไม่ต้องใช้เคมีบำบัดค่ะ

นี่อาหารมื้อก่อนกลับ ถั่วฝักยาวสีม่วงค่ะ แปลกดี :)
 

         นอกจากนี้พี่โจนยังสอนแนวคิดในการใช้ชีวิต เป็นแรงบันดาลใจ ให้คนรู้จักพอ รู้จักรักสุขภาพ มีหลายคำคมที่น่าเอามาใช้ในชีวิตด้วยค่ะ อย่างคำที่พี่แกจะพูดเสมอคือ..

"ชีวิตมันต้องง่าย ถ้ามันยากแสดงว่ามันผิด" (เหมือนตอนสร้างบ้านดิน ถ้ารู้สึกว่าทำแล้วมันยากจัง ช้าจัง แสดงว่าทำผิดวิธีละ)
"อย่ารอให้มีประสบการณ์ก่อน...ไม่งั้นเราจะไม่มีอะไรเลย" ,"ผมทดลองทุกอย่างเลยในชีวิตนี้" (อยากทำไรทำเลย ทดลองเลย)
"เราทำงานกันแทบตาย สุดท้ายซื้ออะไรกินก็ไม่รู้" , "เราเรียนจบปริญญามา แต่ทำไมกินขยะ" (จึ้กไปสิคนเมือง เพลาๆอาหารทำลายสุขภาพกันมั่งเน้อ)
 


            การมาอบรมครั้งนี้ แรกๆยอมรับว่าไม่ได้สนใจอะไรมาก แค่รู้สึกอยากลอง อยากเรียนรู้ อยากเป็นคนออร์แกนิก แต่บอกเลยว่าหลังจากอบรมนี่ได้เปิดโลก ได้ลองใช้ชีวิตง่ายๆอยู่ได้ด้วยตัวเองจริงๆ เป็นชีวิตที่ไม่ได้ต้องการอะไรมาก กินอิ่มนอนหลับ มีผักปลูกเองกินเองแบบไร้สาร ไม่ทำร้ายธรรมชาติ ไม่ทำร้ายใคร
         
         แถมมาที่นี่ได้เพื่อนใหม่อีกตังหาก เพื่อนใหม่ที่มีอะไรก็แลกเปลี่ยนกันในกรุ๊ปไลน์ตลอด คือสัมผัสได้ว่าพวกเราคือคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เป็นคนที่อยากตามรอยพี่โจน อยากอยู่ป่าอยู่กับธรรมชาติ หลังจากได้แลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ได้ฟังคำสอนของพี่โจน เราเชื่อว่าสิ่งที่พวกเราคิด พวกเราจะทำ มันสามารถเปลี่ยนโลกได้จริงๆ นิดนึงก็ยังดี อย่างน้อยพวกเราก็ไม่ได้เพิ่มมลพิษ ได้รู้จักปลูกสิ่งดีๆแบบไร้สาร แบบไม่ตัดแต่ง คือคิดเอาเองว่าถ้าเราปลูกแล้วเราขายแต่สิ่งดีๆ มันเหมือนเป็นการเพิ่มจำนวนทรัพยากรดีๆให้คนบนโลกมีสุขภาพดีขึ้น มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น (ดูยิ่งใหญ่มะ แหะๆ) นั่นแหละค่ะ แค่รู้สึกว่าโลกเราควรมีธรรมชาติที่ดีมากกว่านี้ แล้วเดี๋ยวธรรมชาติจะคุ้มครองเราเอง :D (เอามาบำบัดรักษาโ ร ค และ โ ล ก ไง) อิอิ
 
 
 


ใครอยากลองใช้ชีวิตง่ายๆ แบบคนสุขภาพดีลองนำหลักของพี่โจน จันใดมาใช้กับชีวิตดูก็ได้นะคะ
 
รู้สึกว่ามันดีต่อใจจริงๆ
อยู่ง่ายๆ กินง่ายๆ รู้จักพอ แค่นี้ก็มีความสุขแล้วค่ะ

:)