ปั่นจักรยานชมวิว • พิชิตภูเขาไฟฟูจิ • ชมแสงแรกของวันบนยอดเขาแบบเหนือเมฆ by ดีเจเอก |

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

ปั่นจักรยานชมวิว • พิชิตภูเขาไฟฟูจิ • ชมแสงแรกของวันบนยอดเขาแบบเหนือเมฆ by ดีเจเอก

ปั่นจักรยานชมวิว • พิชิตภูเขาไฟฟูจิ • ชมแสงแรกของวันบนยอดเขาแบบเหนือเมฆ  by ดีเจเอก

         สวัสดีชาวชิลล์ครับ วันนี้ผม ดีเจเอก กฤษณาวารินทร์ จะพาทุกคนไปบุกญี่ปุ่นกันครับ สัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่นึกถึงเป็นอันดับต้นๆเลยก็คือ “ภูเขาไฟฟูจิ” ที่แล้วแต่ว่าใครมีโอกาสได้ไปญี่ปุ่นหน้าที่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิก็โชคดีไป แต่ทริปพาเที่ยวครั้งนี้ของผมไม่ธรรมดาแน่ๆครับ เพราะผมและเพื่อนจะพาไปขึ้นภูเขาไฟฟูจิที่ความสูง 3,700เมตรจากระดับน้ำทะเล ไปพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจิ และชมแสงแรกของวันบนนั้น!!!!! (ใครจะคิดละครับว่ามันสามารถขึ้นไปอยู่บนนั้นได้!!)

 

โดยแพลนที่เราจะไปเที่ยวกัน  ตามนี้ครับ

Day 1 : เที่ยวเมืองโตเกียว เดินเที่ยว / ช็อปปิ้ง (พักที่โตเกียว)

Day2 : ออกเดินทางโตเกียวสู่ Kawaguchiko (พักบ้านพักที่ Kawaguchiko)

Day3 : ปั่นจักรยานชมวิวรอบๆทะเลสาบ เที่ยวชมเมือง Kawaguchiko (พักบ้านพักที่ Kawaguchiko)

Day4 : ขึ้นภูเขาไฟฟูจิ (พักบนภูเขาไฟฟูจิที่ชั้น 7.5)

Day5 : พิชิตยอดภูเขาไฟ / ชมแสงแรกบนภูเขาไฟฟูจิ / กลับ

พร้อมออกเดินทางครับ!!! ทริปนี้พวกเราไปกัน 11 คน

 


 • Day 1 : TOKYO TOWN / SHOPPING & EATING DAY!

 

มาถึงถิ่นนี่ ช็อปปิ้งสิครับรออะไร!!!!

หนุกหนานกันตามระเบียบ...

 

...เรื่องกินก็ไม่ขาด!!!

         แถวๆสถานีรถบัสจะมีห้างให้เราเดิน พวกเรามีเวลา เลยหาร้านกาแฟนั่งเล่น ไปเจอกับร้านกาแฟ “Blue Bottle” คนเยอะเลยลองต่อคิวดู ร้านดูเก๋มาก กาแฟดี ลองเสิร์ชข้อมูลดู ได้ความว่า ร้านนี้ร้านที่มีสาขาจากอเมริกา คอกาแฟจะฮิตและชอบกันมากกก (แวะถูกร้านแล้วแหละเรา ><)

 

อีกร้านนึงที่เราแวะชิมกันคือร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อชั้นดี “Rokkasen” คือดียยยยย์

 

แวะชิมกาแฟอีกร้านครับที่ร้าน "Rapha" เป็นร้านขายเสื้อผ้า-จักรยาน เดินช็อปกันเพลินเลยล่ะ

 

 

มาถึงถิ่นต้องจัดซูชิไปอีกซักร้าน!

 

 


 • Day 2 : GO TO KAWAGUCHIKO!!!!!

         จุดหมายหลักของทริปนี้ก็คือ การไปพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจิครับ แต่เราอยากเที่ยวเมืองรอบๆภูเขาไฟด้วย แถมพวกเราคือแก๊งนักปั่นจักรยานกันอยู่แล้ว ในแผนเลยมีวันขี่จักรยานทัวร์รอบเมืองธรรมชาติ Kawaguchiko แห่งนี้ด้วยครับ เพราะฉะนั้นเราต้องมาหาที่นอนกันก่อนที่เมือง “Kawaguchiko” 

         บริเวณรอบๆภูเขาไฟฟูจิจะมี 5 ทะเลสาบล้อมรอบด้วยกัน ในอดีตตอนแรกที่นี่เป็น 1 ทะเลสาบใหญ่ แต่พอภูเขาไฟระเบิด เลยทำให้ 5 ทะเลสาบนี้แยกออกจากกัน โดยทั้ง 5 ทะเลสาบจะมีถนนเชื่อมถึงกันหมด สามารถปั่นจักรยานได้หมดครับ ซึ่งที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปนอนพักและดังที่สุดก็คือที่ ทะเลสาบ Kawaguchiko นี่แหละครับชื่อเดียวกับชื่อเมืองเลย โดยในแผนเราจะนอนรีสอร์ทที่นี่กัน 2 คืน :)

 

การเดินทางจากโตเกียว  : สามารถมาได้โดย รถไฟ หรือ รถบัส แล้วแต่จะเลือกครับ (รถบัสจะราคาถูกกว่า จะมีสถานีอยู่ที่ชินจูกุ ราคา 1,750เยน) รถบัสจะมาจอดที่ Kawaguchiko เลย ใช้เวลาเดินทางจากรถบัสมาทะเลสาบประมาณ 2 ชั่วโมง มีโรงแรมให้เลือกพักริมทะเลสาบเยอะเลยไม่ต้องห่วงครับ

พร้อมออกเดินทางครับ!

นี่สถานีรถบัสที่ Kawaguchiko

 

พวกเรานอนพักที่นี่โดยเลือกนอนแบบบ้านครับ มี 3 ห้องนอน บ้านกว้างขวางใช้ได้เลย

พอถึงที่นี่ก็พักผ่อนกัน พร้อมออกเที่ยวกันวันพรุ่งนี้!!

 

 


 • Day 3 : BIKING DAY @ KAWAGUCHIKO LAKE

         วันที่ 3 ผมขอเรียกว่าวันปั่น เป็นวันปั่นจักรยานชมรอบๆทะเลสาบของพวกเราครับ ที่นี่จะมีเส้นทางให้เลือกเลยว่าอยากปั่นระยะสั้นหรือยาวขนาดไหน อยากจะปั่นจักรยานรอบๆเบาๆ หรือจะปั่นยาวๆจนเก็บให้ครบ 5 ทะเลสาบก็ได้ ซึ่งต้องใช้เวลาทั้งวัน โดยรอบๆทะเลสาบนี้ ที่นี่จะเป็นเมืองเน้นวิวครับ เป็นเมืองกีฬาทางน้ำเล็กๆ มีกิจกรรมพายคายัค / เล่นวินด์เซิร์ฟ หรือใครอยากดำน้ำจืดก็มีครับ

         เรื่องจักรยาน พวกเราเช่าจักรยานเอาครับ ค่าเช่าจักรยาน คันละประมาณ 3,000บาท โดยเค้าจะมาแบบฟูลเซอร์วิสเลย มีไกด์พาปั่น มีรถเซอร์วิส เป็นรถมินิแวนขับตามแก๊งพวกเราเลย มีจุดพัก 3 จุด พอถึงจุดพักเค้าก็จะมีทีเบรค มีน้ำชา-ขนมให้ (แต่ข้าวเที่ยงหรืออาหารกลางวันหาทานกันเองนะครับ)

 

แวะชิมไอศครีมซักหน่อยที่จุดแวะพักครับ :)

พวกเราปั่นรอบๆ ไป 3 ทะเลสาบครับ

ทางระหว่างปั่นนี่วิวดีใช้ได้เลยครับ >_<นั่นภูเขาไฟฟูจิที่เราจะได้เจอกันวันพรุ่งนี้!!!!

 

 


 • Day 4 : FUJI MOUNTAIN, NICE TO MEET YOU

อะๆๆใกล้เตรียมตัวขึ้นฟูจิแล้วววว!

 

         อธิบายกันก่อน ภูเขาไฟฟูจิจะมีทั้งหมด 10 ชั้น (ชั้นที่ 10 คือยอด เค้าจะเรียกว่า Summit ดังรูปครับ) รถโดยสารจะพาเราขึ้นไปส่งที่ชั้น 5 เลย ซึ่งชั้นนี้จะเป็นชั้นศูนย์รวม ลักษณะจะเหมือนเป็นเมืองเล็กๆ มีร้านอาหาร ร้านค้า โรงแรม ที่จอดรถ ห้องน้ำให้บริการ เป็นเซ็นเตอร์ที่รถทุกคันต้องมาจอดเพื่อส่งคน จะเป็นถนนยาวจากชั้นล่าง เลาะเขาขึ้นไป เหมือนเป็นจุดสตาร์ทของคนจะเริ่มเดินขึ้นภูเขาไฟฟูจิครับ 

  

         วันนี้เราจะขึ้นไปจากชั้น 5 ถึงแค่ชั้น 7.5 เพื่อไปนอนบนภูเขาไปกันครับ! แต่ละชั้นที่เราเดินขึ้นไปจะมีจุดแวะพัก มีห้องน้ำ (ค่าเข้าห้องน้ำ 200เยน) มีที่นอน โดยที่นอนเหนี่ยจะมีชั้นละ 50-150ที่นอน จุดนึงจะมีที่เดียวเท่านั้น แต่ละชั้นจะเจ้าของคนละเจ้ากัน สามารถจองได้โดยบริษัททัวร์ ปกติตามโปรแกรมจะขึ้นกันหลังเที่ยง เพื่อไปค้างกันที่ชั้น 8 หรือ 7

นี่ครับที่ชั้น 5 จุดเริ่มต้นขึ้นเขาของเรา ศูนย์รวมทุกอย่าง :)

         โดยก่อนอื่นเราต้องจองที่พักล่วงหน้าก่อนที่จะมาครับ เพราะที่พักที่นี่คนจะมาพักกันเยอะมากก จองยากมาก โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์นักท่องเที่ยวเยอะมาก โดยสามารถจองที่พักบนภูเขาไฟได้ตั้งแต่ชั้น  7  / 7.5 / 8 / 8.5 โดยโรงแรมจะมีถึงชั้น 8.5 ครับ (แนะนำให้นอนที่ชั้น 8.5 เค้าว่าสวยสุด)

         ใครอยากขึ้นภูเขาไฟฟูจิอย่างเดียวก็สามารถนั่งรสบัสมากับทัวร์ที่ชินจูกุก็ได้ รถบัสจะมาส่งที่ชั้น 5 ใครไม่อยากดูพระอาทิตย์ก็ขึ้นเช้า-ลงเย็น  แต่ถ้าจะมาจากโตเกียวแล้วมาปีนไม่ทันเน้อ ต้องมาพักแถวๆภูเขาไฟฟูจิก่อน เพราะมันต้องใช้เวลาเดินขึ้นและลงประมาณ 10 ชั่วโมงครับ (ขาขึ้นจะช้า ขาลงจะไวหน่อย)

         สำหรับผมไปแบบไม่ได้ซื้อทัวร์ครับ ไปกันเอง มีแฟนที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ ประกอบกับหาข้อมูลในเน็ตและมีเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่นที่รู้จักช่วยจองโรงแรมข้างบนด้วย

• ค่าขึ้นภูเขาไฟ ไม่เสียค่าขึ้นนะครับ ใครผ่านไปผ่านมาอยากจะขึ้นก็ขึ้นได้เลย แต่จะมีจุดให้บริจาคอยู่ แล้วแต่กำลังศรัทธา ใครอยากเดินขึ้นไปเฉยๆก็ได้ครับ แต่ถ้าอยากจะนอนข้างบน เรื่องการจองโรงแรม ต้องมีคนที่พอพูดภาษาญี่ปุ่นรู้เรื่องเพื่อสื่อสารให้ได้นะครับ เพราะคนที่อยู่ด้านบนนี่จะไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยจะเป็นพวกคนท้องถิ่นครับ แล้วของทุกอย่างข้างบนจะแพงกว่าด้านล่างหมด เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวครับ

ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวที่นี่ก็คือ

         จะมี 3 เดือนครับ คือเดือนกรกฎาถึงประมาณเดือนกันยา  ช่วงหน้าฝนจะแนะนำ ช่วงเวลารอยต่อระหว่างช่วงหน้าฝนกับหน้าหนาวนี่กำลังดีครับ เพราะช่วงหน้าหนาวหิมะจะลง อันตราย ขึ้นไม่ได้ครับ เค้าไม่ขึ้นกัน แล้วมันจะหนาวมากด้วยครับ

 

 

 


 การเตรียมตัวขึ้นภูเขาไฟฟูจิ

         ดูเหมือนสูง ดูเหมือนจะลำบาก ทางเดินที่นี่เดินไม่ได้ยากมากครับ ไม่ได้ต้องปีนอะไร เป็นทางกึ่งธรรมชาติกับทางที่เค้าเซาะทางให้เดินเป็นชั้นๆไว้ มีทางชันให้เดินเหมือนกัน แต่ก็เดินไม่ได้ยากมาก ไม่ได้ต้องตะกาย เด็กๆหรือคนชราก็สามารถเดินได้สบายๆครับ บางคนนี่ขึ้นทุกปี มาเดินกันเยอะมาก ผมเห็นเด็ก 6-7ขวบมากับผู้ปกครองก็มี เพราะเราสามารถเลือกได้ว่าจะเดินถึงชั้นไหนครับ

         สำหรับใครที่มากับทัวร์ก็สามารถเลือกได้ว่าจะเดินไปถึงยอดเลย หรือเดินถึงแค่ชั้นไหน เพราะก็มีบางคนร่างกายที่พอเดินขึ้นไปชั้นสูงๆ ออกซิเจนไม่พอก็มี หมดแรง ป่วย ตาบวมไปต่อไม่ได้ก็มี โดยต้องนอนพักหรือเดินลงครับ

         พอเราเดินตั้งแต่ชั้น 8 ขึ้นไปอากาศจะเริ่มเย็นครับ จริงๆสภาพโดยรวมอากาศจะไม่ร้อนนะ วันไหนไปวันฟ้าเปิดแดดแรงก็จะร้อนแดด ไม่หนาวเท่าไหร่ ตอนที่ไปนี่ไม่เจอฝนหรือแดดแรงๆ เสื้อยืดตัวเดียวก็เดินได้สบายๆเลย พอเจอฝนด้วยอากาศจะเย็นขึ้น ข้างบนอากาศจะไม่แน่นอน เดี๋ยวมีฝน เดี๋ยวก็มีแดดครับ

 


 

สิ่งที่ต้องเตรียม / ข้อแนะนำ

  • เสื้อ / กางแกงกันฝนบางๆ
  • สวมเสื้อผ้าใส่สบาย
  • เสื้อกันหนาวเบาๆ 1 ตัว เพราะเวลาที่ขึ้นไปถึงยอด แน่นอนว่าหนาวครับ
  • เสื้อผ้าแห้งไปเปลี่ยน 1 ชุด
  • รองเท้ากึ่งเดินเขา : สำหรับภูเขาฟูจิ ไม่ได้มีต้นไม้หรือไม้ใหญ่ให้เกี่ยว ทางจะเป็นดินเป็นหิน ผสมกรวดก้อนเล็ก-ใหญ่ ซึ่งจะค่อนข้างลื่น รองเท้าผ้าใบบางคู่นี่ลื่นง่ายมาก เพราะฉะนั้นควรใช้รองเท้ากึ่งๆเดินเขาให้เกาะทางเดินนิดนึง ไม่ถึงกับเดินเขาจ๋าก็เอาอยู่ครับ
  • ไม้เท้า เอาไว้ค้ำช่วยพยุงเวลาเดิน มีขายที่นั่นครับ : ถ้าซื้อข้างล่างราคา 700กว่าเยน ซื้อข้างบนภูเขาไฟขายไม้ละ 900เยน กิมมิคของไม้ก็คือ แต่ละสถานีจะมีคนรับปั๊มที่ไม้ครับ ว่าเราผ่านมากี่สถานีแล้ว ซึ่งใครอยากได้ไม้ที่ปั๊มแล้วสำเร็จเสร็จสรรพทุกสถานีสามารถหาซื้อได้ข้างล่างภูเขา (แต่ผมว่าซื้อขึ้นไปปั๊มเองภูมิใจกว่า อิอิ)
    นี่ครับไม้เท้าของผม :)
  • ยาดม (เผื่อไว้)
  • ขนมเอาขึ้นได้หมดกันหิว
  • สภาพร่างกายแข็งแรงในระดับนึง
  • ทิชชู่เปียกสำคัญมาก** ไว้เช็ดเหงื่อระหว่างทางและสำหรับห้องน้ำด้านบนที่ไม่มีสายฉีดชำระ บางห้องก็ไม่มีทิชชู่ ไว้เช็ดตัว และที่สำคัญที่พักไม่มีที่อาบน้ำ ทุกที่ไม่มีที่อาบน้ำ ห้องนอนไว้นอนอย่างเดียว

 เราเดินขึ้นไปบนภูเขาไฟฟูจิจากชั้น 5 ถึงชั้น 7.5ที่พักที่เราจองไว้ครับ

         


 

         โดยที่พักนี่ บอกเลยว่าไว้นอนอย่างเดียวครับ!!! เดินเข้าไปจะเป็นม่านปิด มีที่นอน 2 ชั้น ใน 1 ชั้นนอนติดกันเป็นปลาปิ้ง ไหล่ชนไหล่กับคนข้างๆที่ไม่รู้จัก ถ้าไปกับเพื่อนคนริมก็ต้องนอนติดกับคนอื่นที่ไม่รู้จักครับ ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวก หรือทีวีใดๆ อยากเข้าห้องน้ำจะอยู่ด้านนอก ไม่มีห้องอาบน้ำด้วยนะ (บอกแล้วว่าทิชชู่เปียกสำคัญจริงๆๆๆ >_<)

พวกผมได้นอนชั้นบน หัวจะติดกับเพดานไปอี้กกก

 

ค่าที่พักนี่คืนละ 3,000 กว่าบาท (10,000เยนต่อคนครับ) มีอาหารให้ 2 มื้อ คือมื้อก่อนนอนและมื้อเช้าของอีกวัน ที่เป็นเบนโตะเซ็ตพร้อมน้ำ 1 ขวด

         เอาล่ะคืนนี้ขึ้นมาจนถึงที่พักบนภูเขาไฟฟูจิแล้ว พรุ่งนี้เราจะตืดแต่เช้าตรู่มากๆ เพื่อเดินไปพิชิตยอดเขาภูเขาไฟฟูจิให้ทันชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน!!!


 

 • Day 4 : FUJI MOUNTAIN, WE WILL ROCK YOU!!!!

         พวกเราตื่นประมาณ ตี1 ตี2 เดินต่อไปถึงยอดภูเขาไฟเพื่อให้ทันดูพระอาทิตย์ขึ้น ดูจนอิ่มแล้วถึงจะเดินลงครับ

บางคนถามว่าคนที่อยู่บนภูเขาฟูจิเลย จะได้เห็นวิวภูเขาสวยเท่ากับคนที่มองดูภูเขาไฟจากข้างล่างไหม?

         ผมจะเล่าให้ฟังว่าจุดพีคก็คือ พอเราเดินเลยชั้น 7ขึ้น ไปแล้ว มันจะสูงกว่าระดับเมฆแล้วครับ ถ้าวันไหนมีเมฆเยอะๆ คนข้างล่างแน่นอนว่าจะไม่เห็นฟูจิ เมฆจะบัง แต่ถ้าเราได้เดินขึ้นบนฟูจิแล้ว เราอยู่เหนือเมฆครับ น่อววววว

         เดินๆไปนี่วิวข้างๆคือเมฆเต็มไปหมด หน้าตามันเหมือนทะเลหมอกเลยแต่ไม่ใช่หมอก มันคือเมฆ เราจะเห็นทั้งวันเลย เรียกว่าวิวเมฆเต็มอิ่มสุดๆ ขาลงนี่สามารถเห็นได้ตลอดทางเลย แต่พอเดินลงเขาไปเรื่อยๆจะเหมือนกับเดินมุดเมฆลงมา ก็จะครึ้มลง ลงมาข้างล่างก็จะไม่เห็นเมฆแล้ว...

         บางคนถามเดินอยู่กับเมฆอย่างนี้ ถ้าฝนตกสามารถเดินได้ไหม? แน่นอนครับ เดินได้ แต่อย่าลืมเสื้อกันฝนน้า เราหนีไม่ได้อยู่แล้ว ก็จะเห็นเลยว่าเอ้ออออเมฆกำลังผลิตฝน!

         ทางเดินไม่ไกลครับผมว่า จริงๆแล้วจากชั้น 5 ไปถึงยอด Summit ชั้น 10 ระยะทางเพียง 7 กิโลเมตรเอง แต่เดินขึ้นทางค่อนข้างชัน เดินเร็วไม่ได้ บวกกับอากาศมันจะบาง เราเลยเหนื่อยง่าย ต้องเดินช้าๆ ค่อยๆเดินครับ

 

         พวกเราเดินๆไปต้องไปพักที่ชั้น 8.5ก่อน ไม่ใช่อะไรครับ คนล้นตรงยอด!!!! เราใช้เวลาเดินตอนเช้าประมาณ 3 ชั่วโมง

อุณหภูมิก็ ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นหนาวใช้ได้เลย 5-6องศา แต่พอพระอาทิตย์ขึ้นจะก็เริ่มอุ่นๆขึ้นละครับ ขยับมาเป็นประมาณ 10องศาต้นๆ

พวกผมเอาธงไทยไปเองครับ ถ่ายรูปซะหน่อย

 

         พอถึงชั้น 9 ก็จะมีศาลเจ้าเล็กๆ เป็นประตูโบราณของญี่ปุ่นเค้าที่มักจะมาขอพรกันเป็นเทพเจ้าประจำภูเขากัน คนมักจะมาขอพรให้ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่จะมาขอเรื่องอายุ เรื่องสุขภาพกัน ที่ไม่รู้ใครเป็นคนเริ่มเอาเหรียญไปเสียบที่ประตูครับ แล้วเสียบไว้ตามร่องทุกชั้นเลย พอเริ่มมีคนเสียบก็เสียบตามกันเต็มไปหมดเลยครับ

 

         พอเดินขึ้นจนถึงยอด ก็จะเห็นปากปล่องภูเขาไฟที่ไม่ร้อน ไม่ระอุแล้ว จะเป็นปากปล่องภูเขาไฟกว้างๆลงไปลึกๆ ไม่เห็นอะไรข้างใน ลึกมาก เพราะเค้าจะมีรั้วกั้นเราไม่ให้อยู่ริมขอบมากเพราะป้องกันอันตราย ชะโงกหน้าไปดูไม่ได้ครับ

ส่วนขาวๆที่เห็นนั้นเมฆนะครับไม่ใช่ควัน ไม่ร้อน อิอิ

 

และนี่แหละครับไฮไลท์ แสงแรกของวันบนยอดเขาฟูจิ!!!!


 

ค่าใช้จ่ายตลอดทั้งทริป ประมาณ 37,000บาท รวมตั๋วแล้วครับ ไม่รวมค่าช็อปปิ้ง (ตอนนี้ค่าเงินเยน 100เยน 35บาท)

 

         ใครที่เคยมาเที่ยวญี่ปุ่นหรืออยากมาลองทริปสายลุย ออกแนวธรรมชาติๆ ขอให้มาลองขึ้นภูเขาไฟฟูจิสักครั้งครับในชีวิต ดูเหมือนยากแต่ขึ้นไม่ยากอย่างที่คิดครับ รับรองว่า วิวสวย อลังการ ประทับใจแน่นอน 

 

แล้วพบกันใหม่ทริปหน้า หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวตามรอยผม

ถ่ายรูปสวยๆแล้วอย่าลืมแท็ก #ChillStyle มาหากันนะครับ :)

- ดีเจเอก -