อร่อยเกินราคา ที่ร้าน ซูชิ 100 เยน |

อร่อยเกินราคา ที่ร้าน ซูชิ 100 เยน

  Konnichiwa (คอนนิจิวะ สวัสดีตอนกลางวันค่า) สัปดาห์นี้พินจะพาทุกคนไปชิมและแชะกันที่ร้านซูชิแสนอร่อย ที่สำคัญราคา ถู๊กกกกกถูก  มาญี่ปุ่นทั้งที  เราจะพลาดไปทานซูชิกันได้ยังไงละคะ  เที่ยวในสไตล์กอร่าเนี่ย ขอเน้นถูกและดีไว้ก่อน จะได้มีเงินเหลือไว้ช็อปต่อ อิอิ

        ก่อนอื่นขอเกริ่นถึงห้างห้างนึงที่หลายคนเวลาออกตั๋วไป-กลับญี่ปุ่นทางนาริตะแอร์พอร์ต จะต้องแว๊บไปเดินช็อปปิ้งฆ่าเวลา เก็บตกของฝากจากซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ หรือไปหาอะไรอร่อยๆทานเพราะมีร้านอาหารมากมาย และห้างนี้อยู่ใกล้แอร์พอร์ตที่สุด นั่นคือ ห้าง AEON นั่นเองค่ะ บางคนอาจจะเคยไปแล้ว ไม่ว่าจะหาวิธีไปเอง หรือไปกับทัวร์เพราะหลายบริษัททัวร์ได้ใส่ AEON MALL เป็นหนึ่งโปรแกรมทัวร์ที่น่าสนใจ ก่อนบินกลับประเทศไทยเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว แต่บางคนอาจจะยังไม่เคยไป เพราะถ้าพักในโตเกียวเวลากลับก็จะนั่งรถไฟตรงเข้าแอร์พอร์ตยาวเลยอาจจะไม่ได้แวะที่ไหน

        แต่วันนี้พินไม่ได้มาชวนเดินห้างAEONนะค๊า ช่วงHidden wonders แบบนี้พินต้องพาไปในร้านที่ทุกคนที่เคยมาเดินห้างนี้ไม่ทันได้สังเกตแน่นอน  ร้านที่พินจะชวนไปชิมกันก็คือร้านซูชิ100yen นั่นเองค่า ร้านนี้ชื่อว่า Kura Sushi จริงๆร้านนี้โด่งดังมากในประเทศญี่ปุ่น แล้วก็มีสาขามากมายหลายเมืองทั่วประเทศ แต่ไม่ว่าจะไปสาขาไหนๆคนก็จะต่อคิวยาว รอนานตลอดๆ  ลองตามพินไปที่สาขานี้นะคะ รับรองแป๊บเดียวได้เข้าไปนั่งทานสบายใจสบายท้อง คนไม่เยอะเท่าในเมืองแน่นอน แถมบางทีไปถึงก็ได้ทานเลย ไม่มีคิวอีกต่างหาก แต่ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาด้วยนะคะ

        แล้วร้านนี้อยู่ตรงไหน ไปยังไง ตามพินมาเลยค่า จากหน้าห้าง รถจะมาส่งแถวๆป้ายStarbucks Coffee เราไม่ต้องเดินเข้าไปในห้างค่ะ เราเดินตรงออกมาจากห้าง เดินข้ามผ่านที่จอดรถออกไปจนถึงถนนด้านหน้า

             พอเดินมาจนเจอถนนด้านหน้าห้างแล้ว ข้ามถนนมาอีกฝั่งเลยค่ะ 

     เมื่อเห็นหน้าตาร้านแบบนี้ ก็ใช่แล้วค่า เราจะได้ลิ้มรสซูชิจานละ 100 เยน แสนอร่อยกันแล้ว

           ถ้าไม่มีคิว ก็จะได้นั่งเลย แต่ถ้ามีคิว เราต้องไปกดบัตรคิวกันที่ตู้กดก่อนนะคะ ถ้าอ่านไม่ออก กดไม่ถูก ถามพนักงานได้เลย เค้าจะกดให้ เราจะได้เลือกว่าจะนั่งเป็นโต๊ะ หรือนั่งแบบเคาน์เตอร์ แล้วบัตรคิวก็จะถูกพิมพ์ออกมา ว่าคิวเบอร์อะไร และเราต้องรออีกประมาณกี่นาที เมื่อถึงคิวพนักงานก็จะเรียกเรา แล้วอธิบายวิธีการหยิบจานซูชิออกจากสายพาน เมื่อเรียบร้อยก็พาไปนั่งที่โต๊ะค่ะ

         ร้านนี้เค้าจะคำนึงถึงความสะอาด และความสดใหม่ จะมีฝาปิดมาให้ทุกจาน ป้องกันไม่ให้เนื้อปลาสัมผัสกับอากาศ เดี๋ยวจะดูแห้งไม่น่าทานด้วยค่ะ เวลาที่เราจะหยิบจานออกจากสายพาน ให้ใช้นิ้วโป้งสอดเข้าไปแล้วยกจานขึ้น ฝาจะเปิดออกเองค่ะ

          เวลามาทานช่วงหิวๆ เห็นซูชิหลากหลายหน้า หมุนมาตามสายพานพาให้น้ำลายไหล เราก็สามารถหยิบมาทานได้ทันที ไม่ต้องรอนาน หรือถ้าซูชิหน้าที่อยากทานไม่วนมาสักที เราก็สามารถกดจากหน้าจอสั่งได้เลยค่ะ แต่ละโต๊ะจะมี Tablet ติดอยู่ เป็นระบบสัมผัส มีภาษาอังกฤษด้วย มีรูปประกอบพร้อม ระบบนี้ประหยัดพนักงานไปได้หลายคนเลย พินสังเกตุว่าทั้งร้านจะใช้แค่พนักงานดูแลในส่วนต้อนรับลูกค้า คนคิดเงิน คนเก็บโต๊ะทำความสะอาด เท่านั้น ส่วนการรับออเดอร์อาหารจะใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด สะดวกทันใจมากๆ

   ที่โต๊ะจะมีชาเขียวผง ให้ตักใส่แก้วและกดน้ำร้อนเอง พินชอบชาเขียวเข้มๆจัดไป2ช้อนพูนๆตลอดค่ะ  แต่ตอนกดน้ำนี่ต้องระวังด้วยนะคะเพราะน้ำร้อนมาก เดี๋ยวจะลวกมือเอา

       เวลามาทานกับเพื่อน จะสนุกตรงแข่งกันทานตั้งจานสูงๆ ทำให้คิดถึงตอนสมัยเด็กๆ ที่แข่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือชามละ3บาทกับเพื่อน  เดี๋ยวนี้ไม่มี
ราคานี้แล้วแฮ่ๆ

          ซูชิจานโปรดที่สุดของพินคือ Aburi Salmonค่ะ  คือเอาแซลมอนไปเผาไฟนิดๆ กึ่งดิบกึ่งสุกแล้วมีชีสโปะ โอ๊ย หอมอร่อยมากกกกก รสชาติกลมกล่อม ละลายในปาก คิดแล้วอยากทานอีกตอนนี้เลย เดี๋ยวต้องเข้าไปดูเว็บThai AirAsia X  ซะหน่อย  ว่ามีโปรงามๆ ราคาถูกๆไปญี่ปุ่นมั๊ยน้า  เค้าจะบินไปกินซูชิ ชิ ชิ ชิ !

       เวลาเมนูที่เรากดสั่งเองจากหน้าจอ กำลังจะมา มันจะมีเสียง ตื๊ดๆๆ  แล้วมีไฟกระพริบอยู่ที่ปุ่มข้างจอ เป็นสัญญาณเตือนว่าเดี๋ยวอาหารที่คุณสั่งจะมาเดี๋ยวนี้แล้วจ้าาา เตรียมหยิบกันได้เลย แล้วจานนั้นก็จะถูกใส่จานที่มีจานรองสีแดงให้ดูแตกต่าง และให้ลูกค้าคนอื่นรู้ว่า จานนี้มีเจ้าของแล้ว  เมื่อเราหยิบ  ให้หยิบแต่จานซูชิ จานรองสีแดงข้างล่างไม่ต้องเอามาด้วยนะคะ แล้วก็กดปุ่มที่มีเสียงตื๊ดๆอีกที เพื่อเป็นการจบออเดอร์นั้นเอง

มารยาทในการทานซูชิจานหมุน

1.เวลาหยิบซูชิต้องหยิบออกมาทั้งจาน ไม่ใช่เอาตะเกียบคีบแต่ซูชิ แล้วปล่อย 
    จานเปล่าหมุนต่อไปนะคะ

2.อย่าหยิบซูชิมาทีละหลายๆจาน เอาพอที่เราจะทานก่อน  เพราะเดี๋ยวมัน ก็วนมาใหม่ จะได้เหลือไว้ให้โต๊ะอื่นได้   หยิบบ้าง

3.หยิบมาแล้วถ้าเปลี่ยนใจไม่ทาน จะเอาคืนกลับไปวางบนสายพานก็เป็น มารยาทที่ไม่ควรทำค่ะ

4.เมื่อเราทานเสร็จแล้ว เราจะไม่เอาจานเปล่าวางคืนลงไปบนสายพานนะคะ

5.ห้ามหยิบซูชิจากสายพานของอีกฝั่งนึง ให้รอจานนั้นวนมาถึงหน้าเราแล้วค่อยหยิบค่ะ ถ้ามีโต๊ะอื่นหยิบไปก่อนหน้าเราก็ไม่เป็นไร ค่อยกดสั่งเอาอีกที

วิธีการทานซูชิ

    จริงๆแล้วเราสามารถใช้ได้ทั้งตะเกียบและมือ ได้เลยนะคะ ในการทานซูชิการใช้มือ ไม่ถือว่าไม่สุภาพค่ะ เวลาจิ้มโชยุก็ต้องเอาส่วนที่เป็นเนื้อปลาไปจิ้ม เราจะไม่เอาส่วนที่เป็นข้าวลงจิ้มเพราะจะทำให้ข้าวแตกตัวเละเทะไม่เป็นรูปเป็นร่าง แถมข้าวจะดูดซับโชยุมาเยอะ จนเค็มเกินด้วย จะพาเอารสชาติของ
ซูชิไม่อร่อย ไปด้วย พูดง่ายๆคือ หยิบจากจาน แล้วกลับหัวซูชิคว่ำเอาหน้าลงจิ้ม แล้วเวลาจะเอาเข้าปาก ก็คงสภาพนั้นไว้ค่ะ คือเอาปลาไว้ด้านล่าง แล้วอ้าปากอ้ำรับประทานทันทีโดยที่เนื้อปลาจะสัมผัสกับลิ้นของเราโดยตรงนี่คือวิธีที่ถูกต้อง 
     อีกอย่างคือให้ทานคำเดียว ทีเดียวเข้าปากหมดคำเลยนะคะ ถ้าเราแบ่งครึ่งเป็นสองคำ หรือสามคำ โครงสร้างของข้าวปั้นจะไม่ได้ ความอร่อยก็จะหายไปด้วยค่ะ สารภาพเลยว่าเมื่อก่อนพินเป็นคนที่ชอบแบ่งซูชิเป็น2คำ รู้สึกว่าทานทีละนิดจะได้ไม่ทานเยอะ 555 ผิดๆๆๆนะเนี่ย เอาใหม่ๆนะค๊า

     ตามร้านซูชิเค้าจะมีขิงดองให้บนโต๊ะ ทราบมั๊ยคะว่า ขิงดองเนี่ยเป็นส่วนหนึ่งในวิธีการทานซูชิให้อร่อยด้วยนะ คือสรรพคุณเค้าสามารถล้างรสชาติของซูชิคำที่เราเพิ่งทานเข้าไป ถ้าเป็นซูชิที่มีรสติดปาก มีกลิ่นแรง เราสามารถล้างปากก่อนด้วยการทานขิงดองตามสักชิ้น แล้วค่อยทานซูชิแบบอื่นต่อได้ โดยไม่มีรสและกลิ่นของคำเดิม วนเวียนหลงเหลืออยู่ในปากให้รสตีกัน นั่นคือเราสามารถลิ้มรสของซูชิแต่ละจานได้อย่างเต็มรสชาติของซูชิคำนั้นจริงๆ ส่วนวาซาบิ ปกติเชฟเค้าจะใส่วาซาบิมาให้อยู่แล้วในข้าว แต่ถ้าชอบเยอะๆก็ป้ายเพิ่มวางบนเนื้อปลาได้ค่ะตามด้วยจิ้มโชยุ แล้วรับประทาน

        เมนูเค้าเยอะจริงๆ ถ้าใครทานซูชิแล้วยังไม่หนำใจ รู้สึกอยากได้จานหนักๆอีก ก็จะมีพวก อูด้งในแบบต่างๆ ข้าวแกงกะหรี่ ไข่ตุ๋น ซุป และอีกมากมายกดดูได้เลยจากหน้าจอ แต่จานพวกนี้จะไม่ใช่ราคา 100เยนนะคะ
จะอยู่ประมาณ  280 – 450 เยน

     เห็นคนญี่ปุ่นมาเป็นครอบครัว เด็กๆจะชอบตอนคิดเงินเป็นพิเศษค่ะ คือตรงโต๊ะเค้าจะมีช่องให้ใส่จานลงไป เมื่อใส่ครบ5จานหน้าจอจะเป็นการ์ตูนขึ้นมาให้ดู เป็นเหมือนเกมส์สนุกๆลุ้นว่าเราจะเป็นผู้โชคดีได้ของรางวัลรึเปล่า ถ้าโชคดีเราจะได้รับ Gashapon (กาชาปอง คือตุ๊กตาโมเดลขนาดจิ๋วที่อยู่ในภาชนะรูปไข่) ไหลลงมาค่ะ แต่ถ้าไม่ได้รางวัล เราก็ลุ้นใส่จานต่อไปอีกทีละ5จาน  คนญี่ปุ่นเค้าคิดเก่งนะคะ วิธีนี้ประหยัดเวลาพนักงานเก็บจาน เก็บโต๊ะไปได้มากเลย เพราะเวลาเราหย่อนจานลงไปก็ถือเป็นการช่วยเค้าเก็บจานไปโดยปริยาย แถมเป็นการช่วยนับจานเวลาคิดเงินด้วยค่ะ ดีจัง

    รางวัล Gashapon ในลูกไข่ของเราก็จะไหลมาจากกล่องนี้ค่ะ ช่วงที่พินไปทาน ของรางวัลจะเป็นพวงกุญแจทำเป็นรูปเมนูต่างๆที่มีขายในร้าน

ถ้าใครอยากดูเมนูว่า Kura sushi มีเมนูอะไรน่าทานบ้างน๊า ก็สามารถเข้าในเวบไซต์ของร้านได้เลยนะคะ แต่เป็นเวปภาษาญี่ปุ่น ใช้ Google translate แปลได้ค่ะ http://www.kura-corpo.co.jp/ อันนี้เป็นตัวอย่างเมนูที่พินดึงจากเพจมาให้ชมเล็กน้อยพอเรียกน้ำย่อยกัน อิอิ เค้าจะบอกแคลอรี่ในแต่ละจานด้วยค่ะ

พินเอามาให้ชมกันแค่ครึ่งเดียวของที่ร้านขายนะคะ จะเห็นว่า เยอะจริงๆ คราวหน้าถ้ามีโอกาสมาเดินเล่นแถวห้าง AEON สาขานาริตะ ไม่ต้องเข้าไปหาร้านอาหารในห้างแล้ว ลองเดินออกมานอกห้าง ลัดที่จอดรถออกมาจนถึงริมถนนใหญ่ แล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม ทานซูชิ100เยนกันดีกว่า คุณภาพเค้าก็ใช้ได้เลยน๊า จริงๆพินไม่ใช่คอปลาดิบอะไรมากมายหรอกค่ะ เทียบซูชิร้านแพงๆกับซูชิ100เยน พินว่ามันอร่อยเหมือนกันแหล่ะ  ขึ้นอยู่กับความพอใจ และเงินในกระเป๋า ยิ่งถ้าเป็นช่วงท้ายๆทริป ช็อปปิ้งจนเงินเกือบหมดแล้วล่ะก็ เข้าร้านซูชิ100เยนจะรู้สึกอร่อยกว่าปกติหลายเท่าเลยค่ะ ^.<

      อ้อ ที่ต้องบอกอีกเรื่องคือ เวลาคิดเงิน ร้านอาหารเค้าก็จะมีภาษีด้วยอีก 8% ฉะนั้นก็จะเท่ากับ จานละ 108yen(33บาทไทยโดยประมาณ เรทเงินเยนช่วงนี้ค่ะ) คิดยังไงก็ถูกกว่าร้านอาหารญี่ปุ่นบ้านเราอยู่ดี

 วิธีการเดินทาง

จากนาริตะแอร์พอร์ท สามารถนั่งรถบัสมาที่Aeon Mallได้เลยค่ะ ราคาคนละ 250เยน รถบัสจะออกทุกๆ1-2ชม.

ตารางเวลารถบัสเช็คได้ในเวปนี้เลยค่ะ

http://narita-aeonmall.com.e.vd.hp.transer.com/static/detail/access-bustime3

อีกวิธีนึงคือ จากสถานีรถไฟ Keisei Narita

เมื่อเดินออกมาจากสถานีจะเห็นป้ายรถเมล์ไป Aeon รถสีชมพู ราคาค่าโดยสารคนละ 210เยน รอบรถค่อนข้างถี่นะคะเที่ยวนึงห่างกันประมาณ10-15นาที  ส่วนขากลับก็ขึ้นที่เดียวกับตอนลงรถหน้าห้างAeon กลับมาที่สถานี Keisei Narita ค่ะ

    วันนี้คงต้องลาไปก่อน ทานซูชิกันอิ่มแล้ว อย่าลืมพูดว่า "Gochiso Sama Deshita" (อ่านว่า โกะ-ชิ-โซ-ซา-มะ-เด็ะ-ชิ-ตะ) แปลว่า ขอบคุณทุกชีวิตที่กลายมาเป็นอาหารเรา ขอบคุณคนที่ทำอาหารให้เรา หรือรวมๆก็คือขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ค่ะ เป็นธรรมเนียมที่คนญี่ปุ่นจะกล่าวหลังจากทานข้าวเสร็จทุกครั้งเพื่อแสดงความรู้สึกขอบคุณ

กิน

กิน