SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN

10 เรื่องสุดพีคของซีรีส์ Game of Thrones

HIGHLIGHTS

  • ความพีคของ Game of Thrones ถึงขั้นได้รับการบันทึกสถิติจาก Guinness World Record ซึ่งทำไว้หลายข้อด้วย ทั้งในแง่น่ายินดี อย่างการที่ซีรีส์ออกอากาศพร้อมๆกันทั่วโลก ในจำนวนประเทศที่เยอะที่สุด ทุบสถิติทุกซีรีส์ที่เคยทำไว้ ในขณะเดียวกัน ก็มีสถิติที่ไม่ค่อยน่ายินดีนัก เมื่อ Game of Thrones ฮิตมาก จนขึ้นแท่นซีรีส์ที่ถูกดาวน์โหลดแบบผิดกฏหมาย มากที่สุดในโลกเช่นกัน 
  • อีกหนึ่งความพีคของ Game of Thrones ที่นอกจากเรตติ้งและความนิยมที่ถล่มทลายแล้ว ในแง่ของคำวิจารณ์ก็กวาดคำชมไปเพียบ และกวาดรางวัล Emmy Awards รางวัลอันทรงเกียรติของแวดวงโทรทัศน์ไปมากที่สุดเช่นกัน

 

  • ด้วยจำนวนนักแสดงที่เยอะ และเวลาถ่ายทำที่ยาวนาน จึงไม่แปลกที่จะเกิดคู่รักในกองถ่ายขึ้น คู่ที่แฟนๆเชียร์มากที่สุดคือ พระเอก คิต แฮร์ริงตั้น และนักแสดงสาว โรส เลสลีย์ ที่ทั้งคู่ลงเอยกันด้วยการเข้าพิธีวิวาห์ในสก็อตแลนด์ เมื่อปีก่อน แต่ก็มีบางคู่เหมือนกัน ที่ลงเอยไม่ดี และจบลงที่ไม่สามารถร่วมฉากด้วยกันได้ หรือแม้แต่จะอยู่ในห้องเดียวกัน ยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ !


**************************************

          เดือนเมษายนนี้ ถูกปักธงให้เป็นเดือนสำคัญของทั้งวงการภาพยนตร์และวงการซีรีส์โทรทัศน์ ในฟากของหนังนั้น อภิมหาภาพยนตร์อย่าง Avengers กำลังจะเดินทางมาถึงบทสรุป ในภาคที่ชื่อว่า Endgame ซึ่งคอลัมภ์ So Watch ของเราขออุทิศให้ในสองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน

          แต่สำหรับสัปดาห์นี้ ต้องยกความร้อนแรงให้กับวงการซีรีส์ เมื่อ Game of Thrones ซีรีส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของโลกในยุคนี้ กำลังจะเดินทางมาถึงบทสรุป โดย Season 8 ซึ่งเป็นภาคสุดท้ายแล้ว จะออกอากาศตอนแรกในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ซึ่งเวลาในการออนแอร์จะตรงกับเช้าวันจันทร์ในไทย ซึ่งในซีซั่นนี้จะมีทั้งหมดเพียงแค่ 6 ตอนเท่านั้น แต่ได้รับการยืนยันจากผู้สร้างว่า ทุกตอนจะเข้มข้นและยิ่งใหญ่เทียบเท่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ โดย Game of Thrones จะออกอากาศตอนอวสานในเช้าวันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม (ตามเวลาในไทย)

          ก่อนที่แฟนๆจะได้ชมซีซั่นสุดท้ายกัน สัปดาห์นี้คอลัมภ์ So Watch เลยขอรวมเรื่องราวพีคๆของซีรีส์เรื่องนี้มาฝากกัน มีทั้งแง่ดี แง่ลบ และแง่ฮาๆแบบที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง


 - Game of Thrones ซีรีส์ที่มีคนตายมากที่สุด ?


          พูดถึง Game of Thrones เรื่องแรกๆที่คนพูดถึง คงหนีไม่พ้น ซีรีส์ที่มีคนตายอยู่เป็นประจำ ทั้งตายแบบไม่ทันตั้งตัว รวมถึงตายแบบหมู่คณะ ทำเอาแฟนๆไม่ทันได้เตรียมใจหรือร่ำลาตัวละครที่พวกเขาชื่อชอบ

          เมื่อปี 2012 ได้มีการศึกษาว่า ซีรีส์เรื่องไหนที่มีตัวละครตายต่อตอนมากที่สุด ปรากฏว่า Game of Thrones ได้ที่ 2 โดยมีตัวละครเฉลี่ยเสียชีวิตตอนละประมาณ 14 คน ส่วนซีรีส์ที่ปาดหน้าเอาชนะ Game of Thrones ไปได้คือ "Spartacus : Vengeance” ที่มีตัวละครเสียชีวิตเฉลี่ยถึงตอนละ 25 คน ตามด้วยซีรีส์สายลับเรื่อง Nikita ที่มียอดคนตาย 9 คนต่อตอน

          อย่างไรก็ตามการศึกษานี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2012 ถ้าข้ามมาในปัจจุบัน Game of Thrones อาจจะแซงทุกซีรีส์ไปแล้วก็เป็นอันได้ ต้องรอติดตามว่าจะมีการทำวิจัยเช่นนี้อีกหรือไม่

 

ซีรีส์ที่ทีมนักแสดงกวาดค่าตัวมากที่สุด

          โดยปกติแล้ว การที่นักแสดงนำในซีรีส์จะได้รับค่าตัวสูงปรี๊ด ไม่ใช่เรื่องแปลก ตราบใดที่ซีรีส์เรื่องนั้น ได้รับความนิยมอย่างสูง มีเรตติ้งมาก และกวาดรายได้โฆษณาให้สถานีระดับมหาศาล อย่าง ซาร่าห์ เจสสิก้า ปาร์กเกอร์ เคยได้รับค่าตัวสูงถึง 3.2 ล้านเหรียญฯ ต่อตอน จากซีรีส์ Sex And The City มาแล้ว

          แต่การที่สถานียอมจ่ายค่าตัวในระดับสูงให้กับทีมนักแสดงนำ (ไม่ใช่แค่คนเดียว) เป็นเรื่องที่หาได้ค่อนข้างยาก แน่นอนว่าเพราะใช้เงินจำนวนค่อนข้างเยอะ ซึ่ง HBO ยอมจ่ายให้กับทีมนักแสดงนำของ Game of Thrones โดย 5 ดารานำประกอบด้วย ปีเตอร์ ดิงก์เลจ, ลีน่า ฮีดีย์, นิโคลาส โคสเตอร์-วอลเดา, เอมิเลีย คลาร์ก และคิด แฮร์ริงตั้น ต่างได้ค่าตัวต่อตอน สูงถึง 1 ล้านเหรียญฯ (หรือราว 35 ล้านบาท) ทำให้เฉพาะค่าตัวนักแสดงทั้ง 5 คนนี้ ต่อตอน ใช้ไปมากถึง 175 ล้านบาทเลยทีเดียว (บ้าไปแล้ว)

          ในอดีตซีรีส์ที่ทีมนักแสดงได้รับค่าตัวสูงปรี๊ดแบบยกแผงคือ Friend ซิทคอมยอดนิยม ที่ 6 นักแสดงนำอย่าง เจนนิเฟอร์ อนิสตัน, ลิซ่า คูโดรว์, ค็อทนีย์ ค็อกซ์, แมตต์ เลอบลัง, แมธธิว เพอร์รี่ และเดวิด ชวิมเมอร์ ก็เคยได้ค่าตัวตอนละ 1 ล้านเหรียญฯมาแล้ว ในช่วงที่ซีรีส์ได้รับความนิยมแบบพีคสุดๆ ระหว่างปี 2002-2004

 

ซีรีส์ที่คนดูแบบผิดกฏหมายมากที่สุด

          Game of Thrones คือซีรีส์ยอดฮิตอย่างไม่ต้องสงสัย ทำให้คอซีรีส์ทั่วโลกพยายามเสาะหามาชมตามคำร่ำลือ แต่ปัญหาหลักคือซีรีส์เรื่องนี้ อำนวยการสร้างโดยช่อง HBO ดังนั้นจึงเข้าฉายเฉพาะใน HBO เท่านั้น ซึ่งพวกเราทราบกันดีว่าเป็นช่องเคเบิ้ล ซึ่งผู้ชมต้องเสียเงินเพื่อรับชม รวมถึงในอเมริกาเช่นกัน

          จากรายงานของเว็บไซด์ TorrentFreak พบกับ Game of Thrones ขึ้นแท่นซีรีส์ที่มีการรับชมในเว็บเถื่อน มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012 จนกระทั่งถึงปัจจุบันก็ยังครองแชมป์ถูกดาวน์โหลดเพื่อดูแบบผิดกฏหมายมากที่สุด เรียกว่าคว้าแชมป์ต่อเนื่องยาวนานถึง 6 ปี

          แม้ว่าซีรีส์จะถูกรับชมแบบผิดกฏหมายอย่างหนักจากทั่วโลก แต่ทางผู้บริหารของ HBO ก็ออกมาเปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ได้กระทบต่อยอดผู้สมัครของ HBO แต่อย่างใด แต่กลับช่วยสร้างกระแสให้กับซีรีส์มากยิ่งขึ้น และผู้ชมที่ต้องการชมแบบภาพชัด ซับไตเติ้ลดี ก็จะเริ่มมาสมัครเพื่อรับชมกับทาง HBO มากยิ่งขึ้น

          โดยในปี 2015 Guinness World Record ได้มีการบันทึกสถิติว่า Game of Thrones คือซีรีส์ที่ถูกรับชมแบบผิดกฏหมาย มากที่สุดตลอดกาล

 

ซีรีส์ที่ฉายพร้อมกันหลายประเทศที่สุด

 

          นอกจากสถิติในแง่ลบที่เล่าไปแล้ว Game of Thrones ก็มีสถิติดีๆที่ Guinness World Record มอบรางวัลให้เช่นกัน โดยเมื่อปี 2015 ซีรีส์เรื่องนี้ทุบสถิติเป็น “Largest TV Drama simulcast” หรือ ซีรีส์ดราม่าที่ออกอากาศทั่วโลกพร้อมกันมากที่สุด

          โดยเมื่อปี 2015 ทาง HBO ตัดสินใจออกอากาศ Game of Thrones Season 5 ในเวลาเดียวกัน พร้อมกันมากถึง 173 ประเทศ เพื่อให้แฟนๆไม่จำเป็นต้องไปชมแบบผิดกฏหมาย จากเดิมที่บางประเทศออกอากาศช้ากว่าที่อื่น ทำให้แฟนๆจำนวนไม่น้อย อดทนรอไม่ไหว ถึงขั้นต้องไปดาวน์โหลดจากเว็บเถื่อนมาดูก่อน (จนกลายเป็นสถิติในข้อตะกี้) HBO เลยเปลี่ยนนโยบายใหม่ ฉายพร้อมกันไปเลยทั่วโลก แม้บางประเทศจะฉายในช่วงเวลาแปลกๆก็ตาม เพราะในอเมริกาจะฉายเวลา 2 ทุ่ม ในไทยก็จะเป็น 8 โมงเช้า ส่วนบางประเทศในแถบยุโรปน่าสงสารหน่อย ก็จะได้ดูกันราวๆ ตี 3 (พอๆกับที่ผู้ชมชาวไทยต้องอดนอนเพื่อดูถ่ายทอดสดฟุตบอลนัดสำคัญ)

          โดยทาง Guinness World Record มอบรางวัลนี้ให้กับ Game of Thrones ในปี 2016 ทำให้มีสถิติในด้านดีกับเขาเสียที

 

คู่รักจากซีรีส์ Game of Thrones
 

          หลายต่อหลายครั้งที่เรามักจะได้เห็นคู่รักจากในจอ กลายมาเป็นคู่จริงในนอกจอ สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับพระเอก คิต แฮร์ริงสัน (เจ้าของบทบาท จอน สโนว์) ที่ตกหลุมรักกับ โรส เลสลี่ ที่รับบทเป็น อิงกริด นักรบหญิงชนเผ่าที่จอนได้เจอขณะที่เดินทางออกไปยังดินแดนอ้างว้างนอกกำแพง โดยตัวละครของเธอปรากฏตัวในช่วงระหว่าง Season 2-4 และกลายเป็นตัวละครที่จอนตกหลุมรัก

          สำหรับคู่ของ คิต และ โรส นั้น ความสัมพันธ์เริ่มเป็นที่จับตามองครั้งแรกในปี 2012 โดยเว็บไซด์ข่าวดาราชื่อดังอย่าง TMZ ได้ปล่อยภาพทั้งคู่กุมมือกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จนกระทั่งในปี 2013 มีรายงานว่าทั้งคู่ได้เลิกรากันแล้ว แต่ต่อมาในปี 2015 ก็มีรายงานข่าวว่าทั้งคู่กลับมาคบหากันอีกครั้ง และคอนเฟิร์มความสัมพันธ์นี้ในปี 2016 ด้วยการปรากฏตัวเดินพรมแดงด้วยกัน และมีรายงานในปี 2017 ว่าทั้งคู่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันเป็นที่เรียบร้อย และตามมาด้วยงานแต่งงานในสก็อตแลนด์ เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา

          ซึ่งงานแต่งงานของทั้งคู่สำคัญมาก ถึงขนาดที่ว่ากองถ่ายของ Game of Thrones Season 8 ต้องยุติชั่วคราว เพื่อให้นักแสดงและทีมงานของซีรีส์ เดินทางมายังสก็อตแลนด์ เพื่อร่วมในงานแต่งนี้

 

คู่ชังจากซีรีส์ Game of Thrones ?
 

          ลีนา ฮีดีย์ นักแสดงหญิงที่รับบทเป็น เซอร์ซี แลนนิสเตอร์ และเจอโรม ฟลินน์ นักแสดงชายที่รับบทเป็น บรอน ทั้งคู่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างยาวนาน เริ่มจากปี 2002 ที่มีรายงานว่าทั้งคู่เริ่มคบหากัน แต่ในปีต่อมาฝ่ายชายก็ออกมาปฏิเสธ จนทั้งคู่แยกย้ายไปมีครอบครัวของตัวเอง และโคจรกลับมาเจอกันในกองถ่าย 'Game of Thrones' ในปี 2011 และมีรายงานว่าทั้งคู่กลับมามีความสัมพันธ์กันอีกครั้ง

          อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ครั้งนี้จบไม่สวย มีรายงานว่า ทีมงานของ Game of Thrones ได้รับการยืนยันว่า ทั้งคู่จะไม่ร่วมแสดงในซีนเดียวกันเป็นอันขาด แม้แต่อยู่ในห้องเดียวกันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ข่าวลือเผยว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองสะบั้นหั่นแหลกในช่วงปี 2014 และไม่อาจมองหน้ากันได้อีก กลายเป็นปัญหาของทีมงานที่จะคอยระมัดระวัง ว่าทั้งคู่จะมีฉากร่วมกันอีกหรือไม่ ซึ่งข่าวดีคือ ใน Game of Thrones ซีซั่นหลังๆ ตัวละครของทั้งคู่ แทบจะไม่จำเป็นต้องเจอกันเลย มีเพียงบางฉากเท่านั้นที่ควรจะเจอ แต่ทีมงานก็ตัดสินใจให้ตัวละครบรอนของฝ่ายชาย หายไปเสียดื้อๆ (เพราะตัวละครฝ่ายหญิงสำคัญต่อเส้นเรื่องมากกว่า) กลายเป็นอีกหนึ่งดรามาในกองถ่าย ที่เข้มข้นไม่แพ้เส้นเรื่องในซีรีส์

 

 

เพลงประกอบฮิตขนาดมีทัวร์คอนเสิร์ต

 

          อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นสุดของซีรีส์ Game of Thrones คือเพลงธีม ซึ่งใช้เปิดในทุกๆตอน ผลงานโดย รามิน ราวดี ที่มีความยาวเกือบ 2 นาที ซึ่งถือว่ายาวมาก เมื่อเทียบกับซีรีส์เรื่องอื่นๆ ที่พยายามจะข้ามตรงนี้ ไปเข้าเนื้อเรื่องให้ไวที่สุด (กลัวคนดูจะหนี) แต่สำหรับ Game of Thrones แม้เพลงจะยาวขนาดไหน ผู้ชมก็จะมักดูโดยไม่กดข้าม เพราะสามารถบิ้วอารมณ์หึกเหิมได้อย่างดี 

          ความพีคสำหรับเพลงประกอบของ Game of Thrones นั้น คือได้รับความนิยมมาก จนกระทั่งสามารถจัดเป็นคอนเสิร์ต Game of Thrones Concert Live Experience ได้เลยทีเดียว ซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมด 24 โชว์ในปี 2017 ทั่วทั้งอเมริกาและแคนาดา ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก บัตรขายหมด นักวิจารณ์ต่างเทคะแนนให้ จนกระทั่งมีการประกาศ World Tour เพื่อออกเดินทางไปแสดงในยุโรปในปี 2018 ก่อนที่จะกลับมาแสดงเพิ่มเติมอีกครั้งในอเมริกา จนแสดงไปมากถึง 69 โชว์ด้วยกัน

 

ฮิตถึงขั้นตั้งชื่อลูกตามกันเลย !

          ความโด่งดังของ Game of Thrones ไม่ได้อยู่แค่เพียงในจอ แต่ลามออกมาถึงขั้นการตั้งชื่อลูกกันเลยทีเดียว ในปี 2012 มีรายงานว่า เด็กผู้หญิงในสหรัฐอเมริกาฯ มากกว่า 160 คน ถูกตั้งชื่อว่า "Khaleesi” ตามชื่อของตัวละคร แดเนริส ทาร์แกเรียน ผู้ที่สามารถควบคุมมังกรได้ ซึ่งรับบทโดย เอมิเลีย คลาร์ก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างเปิดเผยว่า เป็นตัวละครที่มีความแข็งแกร่ง และจิตใจเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างมาก 

          ในขณะที่ปี 2013 มีรายงานสถิติพบว่า ผู้ปกครองชาวอเมริกัน นิยมตั้งชื่อลูกสาวว่า "Arya” มากขึ้นอย่างมาก ตามชื่อว่า อาร์ย่า สตาร์ก หนึ่งในลูกสาวตระกูลสตาร์ก ที่มีนิสัยกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และมีความเป็นนักรบ

 

เปิดคลาสสอนภาษาสมมุติในซีรีส์


          โดยปกติหนังและซีรีส์มากมาย ได้มีการสร้างภาษาใหม่ๆขึ้นมา เพื่อความสมจริงในบทสนทนาของฉากนั้น (แล้วขึ้นซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษเพื่อแปลให้กับผู้ชม) โดยใน Game of Thrones มีการสร้างภาษาขึ้นมาใหม่ ถึง 2 ภาษาด้วยกัน คือ Dothraki และ High Valyrian ซึ่งในหนังทั่วๆไป ผู้ชมก็จะปล่อยผ่าน ดูเพื่ออรรถรสเท่านั้น แต่สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ แฟนๆไม่ยอมปล่อยผ่านจ้า เพราะมีความพยายามจะเรียนรู้ภาษาดังกล่าวด้วย

          ทำให้ทาง The University of California at Berkeley ต้องมีการเปิดสอนคลาสพิเศษในช่วงภาคฤดูร้อน ใช้ชื่อวิชาอย่างเป็นทางการว่า “The Linguistics of Game of Thrones and the Art of Language Invention,” เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการสร้างภาษาดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งคนที่มาสอนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เดวิด เจ.ปีเตอร์สัน ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผู้ที่คิดค้นภาษาดังกล่าว ให้สำหรับซีรีส์ Game of Thrones นั่นเอง

 

ทุบสถิติซีรีส์ที่กวาดรางวัลมากที่สุด

 

          ไม่ใช่แค่เรื่องความนิยมหรือเรตติ้งเท่านั้นที่ Game of Thrones ทำได้ดี ในแง่ของคำวิจารณ์และการเข้าชิงรางวัล ซีรีส์เรื่องนี้ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดย Game of Thrones ทุบสถิติมากมายจากเวทีการประกาศผลรางวัล Emmy Awards รางวัลที่ทรงเกียรติมากที่สุดของแวดวงโทรทัศน์ในอเมริกา (เทียบเท่ากับ Oscars ที่ทรงเกียรติสุดในแวดวงภาพยนตร์)

          โดย Game of Thrones ทำลายสถิติเป็นซีรีส์ทีชนะรางวัลมากที่สุดตลอดกาล กวาดไปแล้วมากถึง 47 สาขา จาก 7 ซีซั่นที่ผ่านมา และยังมีโอกาสกวาดได้มากกว่านี้อีก เมื่อซีซั่นสุดท้ายเข้าฉาย นอกจากชนะมากที่สุดแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังทำสถิติเข้าชิงรางวัลมากที่สุดตลอดกาลอีกด้วย โดยเคยเข้าชิงมาแล้วมากถึง 128 สาขาด้วยกัน ซึ่ง Game of Thrones เคยได้รับรางวัลใหญ่สุดอย่างซีรีส์ดราม่ายอดเยี่ยม ถึง 3 ครั้งในปี 2015, 2016, 2018 จากซีซั่นที่ 5-7

 

 

บันเทิง