SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN


สัมภาษณ์พิเศษ คริส เฮมสเวิร์ธ จาก Men In Black : International

 

          เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้รับคำเชิญจากทางค่ายโซนี่ พิคเจอร์ เพื่อบินไปยังเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อสัมภาษณ์นักแสดงระดับโลก อย่าง คริส เฮมสเวิร์ธ จากภาพยนตร์เรื่อง Men In Black : International และ ทอม ฮอลแลนด์ จากภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man : Far From Home สองภาพยนตร์โปรแกรมยักษ์ของทางค่ายโซนี่ ที่เตรียมจะเข้าฉายในช่วงซัมเมอร์นี้ และเชื่อว่าเป็นสองแฟรนไชส์ดัง ที่มีแฟนๆทั่วโลก รอคอยในการไปอุดหนุนในโรงภาพยนตร์อย่างแน่นอน

 

          และในสัปดาห์นี้ เป็นคิวการฉายของ Men In Black : International ก่อน คอลัมน์ So Watch ประจำสัปดาห์นี้ ผมเลยขอเล่าถึงเรื่องราวการไปสัมภาษณ์พระเอกฮอลลีวู้ดอย่าง คริส เฮมสเวิร์ธ กันก่อน (ส่วนการสัมภาษณ์น้องทอม ฮอลแลนด์ ขอหยิบนำมาเล่นในช่วงต้นกรกฎาคม ที่หนังมีโปรแกรมเข้าฉายนะครับ) รวมถึงได้รวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนัง Men In Black ภาคนี้มาให้ได้ติดตามกัน

 

 

เส้นทางกว่าจะเป็น Men In Black ภาคใหม่

 

          หลังจากความสำเร็จของหนัง Men In Black ทั้ง 3 ภาคที่ออกฉายไปในปี 1997, 2002 และ 2012 ตามลำดับ ดูเหมือนว่าค่ายหนังโซนี่ พิคเจอร์ ก็มีความพยายามจะเข็นหนัง Men In Black ภาคใหม่ ออกฉายอยู่เรื่อยๆ เพราะแบรนด์ MIB การันตีเรื่องความนิยมของแฟนๆได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องมานั่งอธิบายกันใหม่อีกแล้ว ว่าเป็นหนังเกี่ยวกับอะไร แน่นอนว่า มันจะต้องเป็นเรื่องราวสไตล์ตำรวจคู่หูสุดเท่ห์ ที่มาพร้อมกับฉากแอ็กชั่นสุดอลังการ และมุกตลกระหว่างสองตัวละครนำ พร้อมด้วยตัวละครมนุษย์ต่างดาวสุดล้ำ นี่เหมือนจะเป็นสูตรความสำเร็จ ที่ค่ายหนังมองว่าลงตัว และคนดูก็ชื่นชอบในรสชาตินี้

 

          แต่ความยากในการทำ Men In Black ภาค 4 คงจะอยู่ที่สองนักแสดงนำอย่าง ทอมมี่ ลี โจนส์ และวิล สมิธ เป็นหลัก โดยเฉพาะรายหลังที่โด่งดังจนขึ้นแท่นซูเปอร์สตาร์ตัวท็อป ทำให้การเลือกแสดงในโปรเจ็คหนังแต่ละเรื่องนั้น ค่อนข้างยากทีเดียว และช่วงเวลาหลังจาก MIB ภาค 3 ดูเหมือนว่า เขาเองก็พยายามมองหาโปรเจ็คหนังที่แตกต่างจากเดิมๆมากยิ่งขึ้น รวมถึงเริ่มถอยไปคุมโปรเจ็คหนังมากขึ้นและเปิดทางให้ลูกชายอย่าง เจเดน สมิธ เริ่มฉายแวว (แบบในหนังอย่าง The Pursuit of Happyness, The Karate Kid และหนังคว่ำอย่าง After Earth)  ความสนใจจะเล่นหนัง Men In Black ที่ลดลงของ วิล สมิธ ทำให้ทางโซนี่ต้องประสบปัญหาในการสร้างหนังภาคใหม่ เช่นเดียวกับชื่อเสียงของ ทอมมี่ ลี โจนส์ ที่ก็ลดลงเรื่อยๆ ต่างจากช่วงยุค 90 ที่เขาคือนักแสดงตัวท็อป ชนะรางวัลออสการ์ และสามารถนำแสดงในหนังดังๆ ฟอร์มยักษ์ และเรียกคนดูได้อย่างสบายๆ ยิ่งนานวัน คนรุ่นใหม่ก็เริ่มรู้จัก และเข้าโรงหนังเพราะชื่อของ ทอมมี่ ลี โจนส์ น้อยลงไปทุกที

 

          ไอเดียที่ทางโซนี่ พยายามดันให้เกิดขึ้นจริงอยู่พักใหญ่ คือการนำสองแฟรนไชส์อันทรงคุณค่าของทางค่ายอย่าง Men In Black และ 21 Jump Street มาเจอกัน เรื่องราวของสองหนังคู่หูที่ต้องมารวมตัวกัน พร้อมการันตีว่า ชื่อของ แชนนิ่ง เททั่ม และโจนาห์ ฮิลล์ น่าจะขายได้ในกลุ่มวัยรุ่นอย่างแน่นอน แต่จนแล้วจนรอด ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ชื่อโปรเจ็คนี้ ปรากฏอยู่บนพาดหัวข่าว ท้ายที่สุด มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง (รวมถึงโปรเจ็ค 23 Jump Street ที่พลอยเป็นหมันไปด้วย)

 

ความแปลกใหม่ในหนัง Men In Black ภาคนี้

 

          ในที่สุด หนังเดี่ยวๆของ Men In Black ก็เกิดขึ้น โดยไอเดียสำหรับภาคใหม่นี้ มีความคล้ายคลึงกับ Jurassic Park และ Jurassic World ซึ่งเกิดขึ้นในโลกเดียวกัน แต่มาพร้อมกับตัวละครชุดใหม่ และมีบางตัวละครที่เชื่อมโยงกัน สำหรับหนัง Men In Black ไตรภาคแรกที่เราได้ดูกันไปนั้น จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในทวีปอเมริกา แต่หนังภาคใหม่นี้ จะเป็นเรื่องราวของ MIB สาขาลอนดอน ดังนั้นเหตุการณ์สำคัญๆในภาคนี้ ก็จะย้ายไปเล่ากันที่ยุโรป ที่มีตัวละครที่เชื่อมโยงกันคือ เอเจนท์โอ (รับบทโดย เอ็มม่า ธอมป์สัน) หัวหน้าทีม MIB สาขาอเมริกา ที่ปรากฏตัวในหนัง Men In Black 3 กลับมาร่วมแสดงในภาคนี้ด้วย

 

          สำหรับหนัง Men In Black ภาคใหม่นี้นั้น จะเล่าเรื่องราวของ เอเจนท์เอช (รับบทโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ) สายลับฝีมือดี ที่ต้องประกบคู่กับสายลับน้องใหม่ของ MIB ซึ่งคราวนี้เป็นผู้หญิง นั่นคือ เอเจนท์เอ็ม (รับบทโดย เทสซ่า ธอมป์สัน ซึ่งร่วมงานกับคริสมาแล้วใน Thor : Ragnarok) โดยทั้งคู่ต้องปฏิบัติภารกิจในการปราบปรามเหล่าเอเลี่ยนที่แอบเข้ามาอาศัยในโลกมนุษย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้พบว่ากำลังจะมีแผนการร้ายเกิดขึ้น และพวกเขาต้องสืบให้ได้ ว่าใครกันแน่ในหน่วย MIB ที่เป็นหนอนบ่อนไส้

 

          นอกจากจะเป็นการกลับมาร่วมงานกันเป็นครั้งที่ 3 ของ คริส เฮมสเวิร์ธ และเทสซ่า ธอมป์สัน หลังจาก Thor : Ragnarok และ Avengers : Endgame แล้ว หนังยังได้นักแสดงดังๆมาร่วมจออีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เลียม นีสัน จาก Taken ในบทบาทของหัวหน้าใหญ่ของ MIB สาขาลอนดอน, หนังได้ รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน เจ้าของบทบาทสายลับสาวใน Mission: Impossible มารับบทเป็นเอเลี่ยนตัวร้ายหลักของหนัง




               แต่ที่ขโมยซีนสุด เห็นจะเป็นนักแสดงตลก คูมาล นันจิอานิ จาก The Big Sick ที่มาพากย์เสียงเป็นเอเลี่ยนฝั่งดี ที่คอยให้ความช่วยเหลือ สองตัวละครนำในหนัง

 

          สำหรับ Men In Black ภาคนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ แบร์รี่ ซอนแนนฟิลด์ ผู้กำกับจากทั้ง 3 ภาคก่อน ไม่ได้กำกับการแสดง โดยทางสตูดิโอได้มอบหมายหน้าที่ดังกล่าวให้ เอฟ.แกรี่ เกรย์ ที่มีหนังดังๆในเครดิตมากมาย ทั้ง Fast & Furious 8, The Italian Job, Law Abiding Citizen และ Straight Outta Compton

 

สัมภาษณ์พิเศษ คริส เฮมสเวิร์ธ

 

          การสัมภาษณ์ คริส เฮมสเวิร์ธ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซียครับ โดยทางค่ายหนังได้เชิญบรรดาสื่อมวลชน ทั้งรายการโทรทัศน์ช่องต่างๆ และกลุ่ม Influencers ของแต่ละประเทศไปรวมตัวกัน เพื่อพูดคุยกับพระเอกระดับโลกคนนี้ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเอง ก็มีสถานีโทรทัศน์ไปสัมภาษณ์ทั้งหมด 5 ช่องด้วยกัน ซึ่งผมไปในนามของช่อง GMM25 โดยทุกคนมีเวลาสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว กับ คริส เฮมสเวิร์ธ ทั้งหมด 3 นาทีด้วยกัน ผมจึงเตรียมคำถามไปเพื่อคุยประมาณ 5-6 ข้อ ซึ่งระหว่างคุย บอกเลยว่าเป็นดาราระดับโลกที่เป็นกันเองมากๆ อารมณ์ดีตลอดเวลา แม้สำเนียงออสซี่ของพี่แก จะฟังยากไปนิด แต่การพูดคุยทั้งหมดก็เป็นไปด้วยดี

 

          หลังจากเดินเข้าไปยังห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อสัมภาษณ์ คริส เฮมสเวิร์ธ ซึ่งพี่แกก็ได้นั่งรออยู่ในห้องแล้ว (นักแสดงจะนั่งประจำที่ และเหล่าสื่อมวลชนจากประเทศต่างๆ จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าไปคุยกับแก) สิ่งที่แรกที่ประทับใจมากๆ คือปกติแล้ว เวลาเราไปสัมภาษณ์นักแสดงต่างประเทศ ทั้งฝั่งฮอลลีวูดหรือเอเชีย ผมมักจะขอเช็คแฮนด์ทิ้งท้าย เพื่อเป็นการขอบคุณ แต่สำหรับพี่คริสนั้น แกจับมือเราก่อนเป็นอันดับแรกเลย ประมาณว่าผมยินดีนะครับ ที่จะได้ให้สัมภาษณ์คุณในวันนี้ เปิดมาก็ประทับใจช็อตแรกเลย ก่อนที่กล้องจะเตรียมเสร็จสิ้น ผมมีเวลาประมาณครึ่งนาที เลยแนะนำตัวพร้อมกับบอกแกว่า มาจากรุงเทพฯ ประเทศไทย ที่คุณแวะมาถ่ายหนังเมื่อหลายเดือนก่อน ซึื่งพวกเราทุกคนต่างแชร์คลิปที่คุณลงและบ่นว่ากรุงเทพรถโคตรจะติด ทำเอาพี่คริสแกขำใหญ่เลย ไม่นึกว่าคนไทยจะพูดถึงคลิปของแกมากขนาดนี้ ทางเราเลยบอกพี่คริสไปว่า นี่แหละชีวิตประจำวันของผม การนั่งอยู่บนรถท่ามกลางการจราจรในกรุงเทพวันละหลายๆชั่วโมง ทำเอาฮาไปหนึ่งรอบก่อนจะสัมภาษณ์

 

          เมื่อเริ่มต้นการสัมภาษณ์นั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า หนัง Men In Black เคยมีไตรภาคที่ประสบความสำเร็จมากๆอยู่ก่อนหน้านี้ ซึ่งนำแสดงโดย วิล สมิธ และ ทอมมี่ ลี โจนส์ โดยภาคแรกนั้นออกฉายเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ผมเองก็เชื่อว่าพวกเราต่างเติบโตมากับหนังเรื่องนี้ ผมเลยถามคริสว่าในหนังไตรภาคที่แล้วคุณประทับใจอะไรบ้าง?

 

          ซึ่งคริส เฮมสเวิร์ธ ก็ได้บอกถึงความรู้สึกหลังดูหนัง Men In Black ภาคแรกเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วว่า ในยุคนั้นหนังเรื่องนี้มีความแตกต่างอย่างมาก คล้ายหนังคู่หูตำรวจยุค 80 ที่มีมนุษย์ต่างดาวเข้ามาผสมผสาน เขานั้นชื่นชอบโทนของหนัง ซึ่งมีเสน่ห์มากๆ จากสิ่งที่ วิล สมิธ ใส่เข้าไป เขาและทอมมี่ ลี โจนส์ ดูแตกต่างกัน แต่เคมีเข้ากันมากเหลือเกิน แถมคริสยังเล่าว่าเขาจำฉากแรกในหนังได้ ที่วิล สมิธ วิ่งไปตามถนนไล่ล่าเอเลี่ยน ซึ่งมันแปลกใหม่มากและโคตรจะสนุก

 

          เมื่อคริสได้พูดถึงความเข้ากันของสองนักแสดงนำในเวอร์ชั่นก่อน อย่าง ทอมมี่ ลี โจนส์ และ วิล สมิธ ผมเลยถึงพูดถึงเรื่องความเข้ากัน ของคริส เฮมสเวิร์ธ และอีกหนึ่งนักแสดงนำจาก Men In Black : International นั้นคือ เทสซ่า ธอมป์สัน ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วในThor : Ragnarok และ Avengers : Endgame ซึ่งแฟนๆของจักรวาลมาร์เวลต่างเห็นตรงกันว่า พวกเขาเคมีเข้ากันเป็นอย่างมาก สิ่งที่ผมถามคริส จึงเป็นเรื่องการกลับมาร่วมงานกับเทสซ่า อีกครั้ง ว่าเป็นอย่างไร?

 

          สำหรับคริส เขาคิดว่ามันเยี่ยมมากเลย พวกเขาได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างถ่ายทำหนังเรื่องก่อนๆ พอมีเคมีที่เข้ากันอยู่แล้ว มาเรื่องนี้ก็ต่อยอดจากเดิมได้เลย ซึ่งมันเยี่ยมมากๆ มาถึงคราวนี้พวกเขาทั้งคู่ก็ลุยเลย มีการแสดงแบบอิมโพรไวซ์ ต่อยอดจากบทแบบที่เคยทำใน Thor : Ragnarok ซึ่งสนุกมาก คริสย้ำว่าชอบทำงานกับเทสซ่ามากๆ และบอกอีกว่าเธอเป็นนักแสดงที่โคตรเก่ง มีอารมณ์ขันอย่างมาก ซึ่งเข้ากับคนอื่นๆในหนัง

 

          หลังจากได้ดูตัวอย่างหนัง Men In Black : International (ซึ่งมาพร้อมกับเพลง London Bridge ที่สุดแสนจะติดหู) ก็จะได้เห็นฉากแอ็กชั่นที่พาผู้ชมไปยังสถานที่ต่างๆทั่วโลก มีฉากแอ็กชันจากในลอนดอน สถานที่หลักของหนัง สู่ที่ต่างๆทั่วโลก และเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยแฟนๆ ผมจึงขอให้คริสยั่วน้ำลายพวกเราซักนิดนึง ว่าฉากต่อสู้ในภาคนี้จะแปลกตาจากภาคก่อนๆอย่างไร

 

          ซึ่งคริสได้บอกว่า พวกเราถ่ายฉากแอ็กชันกันทั้งใน ลอนดอน, โมรอคโก, อิตาลี โดยในโมรอคโคนั้น เป็นฉากที่ต้องไล่ล่ากันในตลาด ซึ่งมันบ้ามากๆเลย มีคนนับพันมามุงดู แถมต้องขับทั้งมอเตอร์ไซค์ที่บินได้ เรือยนต์ ทุกอย่างสนุกมาก แล้วมันก็เป็นหนึ่งในฉากที่เขาชื่นชอบมากที่สุดในหนังด้วย

 

          อีกหนึ่งประเด็นทีี่ถือว่าแปลกใหม่และเป็นไฮไลต์สำหรับหนังภาคนี้ คือการที่หนัง Men In Black มีเอเจนท์เพศหญิงเป็นตัวละครนำ ซึ่งหลังจากชวนคุยในประเด็นนี้ คริสเผยความรู้สึกว่ามันมหัศจรรย์มากที่หนังภาคนี้ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่แตกต่างและไม่เคยทำมาก่อน และในกองถ่าย ได้มีโอกาสร่วมงานกับ เทสซ่า ธอมป์สัน อีกครั้ง มันยอดเยี่ยมมาก มันขยายขอบเขตของหนังให้กว้างยิ่งขึ้น ซึ่งงานนี้มีแต่ได้กับได้ ผู้ชมจะได้เจอสิ่งที่แปลกใหม่บนจอ

 

          หลังจากคุยกันไปได้ 4 ประเด็น เผลอแป๊ปเดียว เวลาในการสัมภาษณ์ของผมและคริส เฮมสเวิร์ธ ก็กำลังจะจบลงแล้ว ท้ายที่สุดผมเลยขอให้คริส บอกกับแฟนๆของหนัง Men In Black และแฟนๆของเขาเอง ซึ่งมีอยู่เยอะมากๆในประเทศไทย ช่วยบอกพวกเขาหน่อยว่า ทำไมถึงไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้

 

          ซึ่งคริสได้กล่าวทิ้งท้ายว่า "ผมคิดว่าคุณจะต้องรักหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน มันคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงยังต้องไปโรงภาพยนตร์ มันทั้งสนุก บันเทิง มีฉากบู๊ อารมณ์ขัน พล็อตอลังการ เทคนิคพิเศษมากมาย รับประกันว่าจะเป็นช่วงเวลาดีๆอย่างแน่นอน อย่าลืมไปดูนะครับ ผมรักทุกคน"

 

          แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ได้คุยกับ คริส เฮมสเวิร์ธ แต่เราก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน ถึงความไนซ์ และความเป็นมืออาชีพของนักแสดงระดับโลกคนนี้ และคาแร็คเตอร์สุดอารมณ์ดีในหนังหลายๆเรื่อง ก็น่าจะมาจากตัวตนของเขาด้วย เช่นเดียวกับในหนัง Men In Black : International ซึ่งคริสน่าจะใส่ทั้งตัวตนของเขา เข้าไปในบทของเอเจนท์ H ซึ่งน่าจะช่วยให้หนังออกมาดูสนุกและอารมณ์ดีได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

          สำหรับคอหนังที่สนใจจะชมคลิปการสัมภาษณ์ คริส เฮมสเวิร์ธ แบบเต็มๆ สามารถติดตามได้แล้วใน YouTube ของช่อง GMM25 นะครับ


ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online เพลงเพราะทำงานเพลิน ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage


***************

SO WATCH

BY GOSSIPGUN

บันเทิง