SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN


The Naked Director ซีรีส์ที่เปลือยชีวิตราชาหนังโป๊

HIGHLIGHTS

 

  • ซีรีส์เรื่องนี้สร้างความฮือฮาตั้งแต่ก่อนปล่อยฉายทาง Netflix เพราะมันเล่าเรื่องราวสุดหวือหวา นั่นคือการตีแผ่ชีวิตของราชาหนังโป๊ อย่าง มูรานิชิ โทรุ ชายผู้ซึ่งผ่านอุปสรรคระดับมหาศาลก่อนที่จะได้รับการยกย่องในตำแหน่งที่กล่าวไป

 

  • สิ่งที่เซอร์ไพรสสำหรับผู้ชมคือ The Naked Director กลับกลายเป็นซีรีส์ที่สร้างแรงบันดาลใจ และกลิ่นอายของความเป็นครอบครัว มากเสียจนไม่น่าเชื่อ เพราะหน้าหนังสำหรับซีรีส์เรื่องนี้ดูจะขายฉากเปลือยของตัวละคร และฉากร่วมเพศเสียมากกว่า

 

  • แม้ว่าซีรีส์จะโฟกัสที่ตัวละครราชาหนังโป๊เป็นหลัก แต่มันกลับเล่าเรื่องราวที่ใหญ่โตกว่านั้น The Naked Director ตีแผ่สังคม ถึงระดับชนชั้นการปกครองกันเลยทีเดียว มีการเล่าถึงอิทธิพลที่เกี่ยวเนื่องกันระหว่าง นายทุน, ผู้คุมกฏ และผู้มีอิทธิพลประจำถิ่น ซึ่งทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกัน และเกี่ยวพันกับแวดวงหนัง AV อย่างแยกออกจากกันไม่ได้

 

The Naked Director คือซีรีส์สัญชาติญี่ปุ่นเรื่องใหม่ล่าสุดของ Netflix ที่หน้าหนังช่างยั่วยวนให้คอหนังเลือกที่จะกดเข้าไปชมเสียเหลือเกิน เพราะมันสร้างจากเรื่องจริงของ "มูรานิชิ โทรุ" ชายผู้ซึ่งได้รับการขนามนามว่า เขาคือ "ราชาแห่งหนังโป๊" จากชายคนหนึ่งที่ล้มเหลวในชีวิต เขาสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะอาชีพเซลล์แมนขายสารานุกรมแทบจะไม่สร้างรายได้ให้กับเขาในตอนแรก ครอบครัวเขาต้องพังทลายหลังภรรยานอกใจ ไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะเหตุผลที่ว่า เซ็กซ์ของคุณมันช่างจืดชืดเสียเหลือเกิน จากชายที่แต้มเป็นศูนย์ เขากลับมาอยู่จุดที่สูงสุดของวงการหนังโป๊ หนึ่งในอุตสาหกรรมบันเทิงที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ เพียงแค่นี้ ก็พอจะรู้แล้วว่า ชีวิตของชายคนนี้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

แต่ The Naked Director ไม่ใช่ซีรีส์ที่เล่าถึงราชาหนังโป๊ ที่มีจุดเด่นคือฉากเซ็กซ์แต่อย่างใด จริงอยู่ที่ซีรีส์เรื่องนี้อัดแน่นไปด้วยฉากโป๊มากมาย แทบทุกตอนจะมีฉากร่วมเพศหลายแบบหลายครั้งเป็นองค์ประกอบ แต่ถ้าถอยออกมามองภาพรวม สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงฉากยั่วยวนที่เคลือบภายนอก เพื่อดึงดูดผู้ชมให้หลงเข้ามาดูซีรีส์เรื่องนี้ แต่อันที่จริงแล้ว แก่นแท้ของ The Naked Director นั้น มันคือหนังสร้างแรงบันดาลใจชั้นเยี่ยม สำหรับคนที่สิ้นหวังในชีวิต รู้สึกหดหู่ไร้ทางออก หนังเป็นเรื่องแรงผลักดันสำคัญให้ผู้ชมได้สู้ต่อ เฉกเช่นตัวละครนำ ที่แทบจะไร้ทางออกในชีวิต แต่การตัดสินใจลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง และสู้แบบไม่ย่อท้อ พร้อมชนทุกอุปสรรค ทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้ นี่จึงเป็นหัวใจหลักที่แท้จริงของ The Naked Director คล้ายกับหนังประเภท The Wolf of Wall Street, The Founder และ Joy ที่เล่าถึงกลุ่มคนที่อยากทำธุรกิจ มองเห็นช่องทางที่ไม่เหมือนใคร และพวกเขาเลือกที่จะคว้าโอกาสนั้น

 

ทำความรู้จักกับราชาหนังโป๊ มูรานิชิ โทรุ

 

นอกจากอาหาร การ์ตูน และวัฒนธรรมต่างๆมากมายที่สร้างชื่อให้ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ต้องยอมรับว่า "วีดีโอสำหรับผู้ใหญ่" (Adult Video) หรือ ที่เรียกกันง่ายๆว่า "หนังโป๊" คืออีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเช่นนี้

 

คนญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่อง ทำอะไรมักทำสุด เช่นเดียวกับชายที่ชื่อว่า "มูรานิชิ โทรุ" บุคคลที่ได้รับการขนานนามว่า "ราชาแห่งหนังโป๊" หรือ Emperor of Porn ชายผู้นี้อ้างว่า เขาเคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงมาแล้วมากกว่า 7,000 คน และอำนวยการสร้างหนังโป๊มากถึง 3,000 เรื่อง ใครจะไปคิดว่าทั้งหมดเกิดขึ้น จากการถูกผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด ดูถูกว่า "เซ็กซ์ของคุณ มันห่วยเสียเหลือเกิน" มูรานิชิ เริ่มต้นจากการทำธุรกิจขายหนังสือโป๊ ในขณะที่หนังสือเล่มอื่น ถ่ายภาพอย่างไร้อารมณ์ หนังสือในเครือของเขากลับให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับคนดู มากกว่าเน้นภาพโป๊ที่ถ่ายไปเรื่อยเปื่อย รวมถึง มูรานิชิ เริ่มท้าทายกฏหมายด้วยการขายหนังสือโป๊ที่เซ็นเซอร์บางขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เขาติดคุกเป็นครั้งแรก

มีรายงานว่าตลอดชีวิตของ มูรานิชิ โทรุ เขาโดนตำรวจจับมากถึง 7 ครั้ง จากความผิดในรูปแบบต่างๆ อาทิ ถ่ายทำหนังโป๊ในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต, การใช้นักแสดงอายุต่ำกว่า 18 ปี มาแสดงในหนัง แม้จะถูกจับหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาลดความทะเยอทะยานลง นับวันยิ่งบ้าบิ่นขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นได้จากวีรกรรมต่างๆ และผลงานที่ปล่อยออกมา ความสุดโต่งเหล่านี้ ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าคือ ราชาแห่งหนังโป๊ ชายที่พลิกอุตสาหกรรมหนัง AV ให้ได้รับความนิยมขั้นสุด ตั้งแต่ปลายยุค 80 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

 

นี่ไม่ใช่ซีรีส์ขายฉากโป๊ แต่คือซีรีส์สร้างแรงบันดาลใจ

 

The Naked Director คือซีรีส์ที่มีของมากกว่าที่คิด เชื่อว่าคอหนังจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะหนุ่มๆ เลี้ยวเข้ามาดูเรื่องนี้ เพราะปริมาณของฉากโป๊ ที่ถือว่าจัดเต็ม (ก็แน่ล่ะ เล่าถึงราชาหนังโป๊ จะไม่มีฉากวาบหวิวเลยก็ใช่เรื่อง) แต่สิ่งที่ผู้ชมจะได้กลับไป กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสู้ชีวิต โดยเฉพาะมุมมองในเรื่องการทำธุรกิจ จะเห็นได้ว่า The Naked Director เล่าชีวิตของ มูรานิชิ โทรุ จนเป็นตัวอย่างให้กับผู้ชมได้อย่างดี ทั้งในแง่ของ Do และ Don't อะไรที่ควรจะเลียนแบบ และอะไรที่ไม่ควรทำตาม

 

นอกจาก The Naked Director จะเป็นซีรีส์กึ่งชีวประวัติที่สร้างพลังในการใช้ชีวิตแก่ผู้ชมแล้ว เอาเข้าจริง เรื่องนี้มีกลิ่นอายความเป็นหนังครอบครัวอยู่ไม่น้อย แม้ว่าสิ่งที่บรรดาตัวละครหลัก กำลังทำอยู่นั้น คือการถ่ายทำหนังโป๊ก็ตาม แต่หนังก็ค่อยๆฉายภาพ มิตรภาพระหว่างทีมงานของพระเอก ทั้งตัวพระเอกเอง ผู้ช่วยฯ เด็กฝึกงานในกองถ่าย ช่างแต่งหน้า แต่ละตัวละครล้วนทุ่มเทกับการทำงานทั้งสิ้น เริ่มอยู่กินกันในแบบครอบครัว ค้างคืนกันที่บริษัท หลายฉากที่หนังได้เผยมุมของความผูกพันของคนกลุ่มนี้ ทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ความเป็นทีมเวิร์ก ที่มากกว่าเพื่อนร่วมงาน คล้ายกับหนัง Fast & Furious ที่เป็นหนังปล้น/แข่งรถ ก็จริง แต่กลิ่นอายของประเด็นครอบครัวนั้น ชัดเจนและแข็งแรงอย่างมาก

งานสร้างของ The Naked Director ถือว่าน่าชื่นชม ซีรีส์มาพร้อมกับงานโปรดักชั่นที่ดูดี ไม่ต่างจากซีรีส์ของ Netflix จากประเทศอื่นๆเลย แถมยังอัดแน่นด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล ของโลเคชั่นในหนังนั่นคือ ประเทศญี่ปุ่น และช่วงเวลาในการเล่าเรื่องนั่นคือยุค 80 ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ส่งให้ซีรีย์เรื่องนี้ ยิ่งดูยิ่งเหมือนถูกดูดเข้าไปในช่วงเวลาดังกล่าว  อย่างไรก็ตาม ฉากที่บรรดาตัวละครใช้เวลามากที่สุด คือ โกดังของพระเอกย่านชินจูกุที่ถูกดัดแปลงให้เป็นบริษัท และสถานที่ในการถ่ายทำหนังโป๊ของพระเอก สามารถดูออกได้อย่างชัดเจน ว่าเป็นการถ่ายทำในสตูดิโอ ทำให้หลายๆครั้งให้อารมณ์คล้ายซิตคอม ที่ฉากดูไม่เนียนเท่าไหร่นัก ยิ่งเหล่าบรรดานักแสดงประกอบที่เดินไปมาหลังฉาก ยิ่งให้อารมณ์แบบนั้น

 

มูรานิชิ โทรุ : ยิ่งถูกกดให้ต่ำ ยิ่งทะยานขึ้นสูง

 

ตัวละคร มูรานิชิ โทรุ ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของ The Naked Director เป็นตัวละครที่มีความเป็นมนุษย์อย่างมาก ผู้สร้างไม่ได้พยายามจะเชิดชูให้เขาเป็นพระเอกแต่เพียงอย่างเดียว หนังนำเสนอทั้งในแง่ดีและแง่ลบของตัวละครนี้ หลายครั้งที่คนดูอาจจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเขา แต่นี่แหละ ที่ทำให้ The Naked Director สมจริง ไม่มีพยายามให้พระเอกเป็นคนดีจ๋า ตามสูตรสำเร็จของภาพยนตร์หลายๆเรื่อง

 

ซีรีส์เรื่องนี้พาผู้ชมไปทำความรู้จักกับ มูรานิชิ โทรุ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ทำให้ทราบถึงแรงผลักดันที่ชัดเจนของตัวละครนี้ จากความผิดหวังเรื่องเซ็กซ์ และการแตกสลายของครอบครัว ทำให้เขายิ่งพยายามจะเอาชนะให้ได้ จากคนที่ถูกด่าว่าเซ็กซ์ห่วย กลายเป็นตัวพ่อของวงการ และมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงมากถึง 7,000 คนอย่างที่เกริ่นไปตอนต้น

 

แรงผลักดัน จากความล้มเหลวและการดูถูก ทำให้ มูรานิชิ โทรุ กลายเป็นคนสุดโต่ง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรเพื่อชัยชนะ เขาต้องทำให้ได้ แม้ว่าจะมีอุปสรรคใดๆก็ตาม ซึ่งในหลายครั้งความสุดโต่งนี่เอง นำมาซึ่งปัญหาอื่นๆที่ตามมา ทั้งการไม่เคารพกฏหมาย ได้แก่ ความพยายามจะทำหนังสือโป๊แบบไม่เซ็นเซอร์ หรือการพยายามจะทำหนังโป๊แบบมีเพศสัมพันธ์จริงและไม่เบลอ ทำให้เขามีปัญหากับตำรวจหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงการสุดโต่งเรื่องทุ่มเงิน การถ่ายทำหนังโป๊ของเขา ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ดังนั้นจึงมีการใช้งบในการถ่ายทำค่อนข้างสูง จนทำให้บริษัทประสบปัญหาทางการเงินหลายครั้งหลายคราว

อย่างไรก็ตาม The Naked Director พยายามแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของตัวละคร แม้ว่า มูรานิชิ โทรุ จะทำงานจนสุดทาง ไม่ยอมฟังใครในตอนแรก แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินไป จะเห็นได้ว่า ตัวละครนี้เริ่มมีความเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมงานมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ความสุดโต่งของเขาก่อปัญหาให้คนรอบข้าง พลอยซวยไปกับเขาด้วย อะไรที่ทำแล้ว ส่งผลกระทบในด้านลบกับเขาเพียงคนเดียว มูรานิชิจะยอมเสี่ยง แต่อะไรที่ส่งผลกับทีมงาน เขาก็จะเริ่มทบทวนมากยิ่งขึ้น ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ในช่วงหลัง มีภาพของความเป็นครอบครัวมากยิ่งขึ้นจากประเด็นนี้

 

ถึงแม้ว่า มูรานิชิ โทรุ จะทำอะไรสุดทางก็ตาม แต่การกระทำทั้งหมด ก็ทำไปเพื่อลูกค้าแทบทั้งสิ้น จะเห็นได้ว่า ความใส่ใจในเนื้องาน และช่องทางธุรกิจที่เขามองเห็น ล้วนแต่ส่งผลประโยชน์แก่ผู้ชมทั้งนั้น จากยุคที่หนังโป๊ ผลิตแบบอุตสาหกรรม ถูกสร้างในลักษณะที่คล้ายคลึงกันหมด เป็นงานสร้างแบบเน้นปริมาณ ผลงานของผู้กำกับคนนี้ เริ่มใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น เริ่มจากการมีเนื้อเรื่องที่เพิ่มเข้ามา สีหน้าและอารมณ์ของนักแสดงต้องสื่อสารกับผู้ชม (ส่วนหนึ่งที่เขาผลักดันให้นักแสดงมีเพศสัมพันธ์จริงๆขณะถ่ายทำ ก็เพื่อการแสดงอารมณ์ที่สมจริงที่สุด) นอกจากนี้เขายังทุ่มทุนสร้างกับหนังโป๊ ใช้โลเคชั่นที่แปลกใหม่ ใช้นักแสดงที่เบอร์ดีที่สุด ทำให้งานของเขาถูกใจผู้ชม และทำให้วงการหนังโป๊ก้าวขึ้นไปสู่อีกระดับ

 

คาโอรุ คุโรกิ : ยิ่งเก็บกด ยิ่งปลดปล่อย



นอกจากตัวละครของ มูรานิชิ โทรุ ราชาแห่งหนังโป๊แล้ว อีกหนึ่งตัวละครที่ซีรีส์ให้ความสำคัญและเล่าเรื่องควบคู่กันมา ก็คือ คาโอรุ คุโรกิ เธอคือนักแสดงหนังโป๊คนแรกๆที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ จากการที่เธอออกสื่อในทีวีช่องต่างๆแล้ว เธอเปรียบเสมือนไอค่อนของดาราหนัง AV จากแนวคิดที่สุดโต่งมากๆ และแตกต่างจากนักแสดงหนังโป๊ทั่วไปก่อนหน้านั้น

 

คาโอรุ คุโรกิ มีแรงผลักดันในการเป็นนักแสดงหนังโป๊ ไม่ต่างจาก มูรานิชิ โทรุ นั่นคือประเด็นเรื่องครอบครัว เธอเปรียบเสมือนไข่ในหิน เพราะเติบโตมากับคุณแม่เพียงลำพัง เธอถูกเลี้ยงดูแบบอยู่ในกรอบขั้นสุด ไม่ถูกปล่อยให้ทำอะไรตามอำเภอใจ ยิ่งประเด็นเรื่องเพศยิ่งไม่ต้องพูดถึง เธอแทบจะต้องเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยไม่มีคำตอบใดๆจากครอบครัวของเธอเลย และสิ่งนี้เอง ยิ่งเป็นแรงให้เธอต่อต้านครอบครัว ด้วยวิธีการที่แรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นั่นคือการเป็นนักแสดงหนังโป๊ เมื่อเธอมีเพศสัมพันธ์ ต่อหน้ากล้อง เธอกลับรู้สึกเป็นอิสระ และได้สัมผัสการใช้ชีวิตที่แท้จริง ชีวิตที่เธอสามารถกำหนดเส้นทางของตัวเองได้

ตัวละครนี้ เป็นอีกหนึ่งธงสำคัญในการปฏิวัติวงการหนังโป๊ของญี่ปุ่น เริ่มจากการที่เธอเป็นนางเอกหนังโป๊คนแรก ที่ปฏิเสธการโกนขนรักแร้ โดยเธอเผยว่า การมีอยู่ของสิ่งนี้ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ตัวตนของเธอ เป็นกระบอกเสียงสำคัญว่า ผู้หญิงเป็นเจ้าของเรือนร่างของตนเอง และสามารถทำอย่างไรก็ได้ อีกทั้งเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ใหญ่ในสังคมที่ควบคุมหนังโป๊ ด้วยการออกกฏว่า ต้องมีการเซ็นเซอร์ไม่ให้เห็นอวัยวะเพศ ดังนั้น เมื่อไม่ยอมให้สามารถโชว์ขนบริเวณอื่นในร่างกายได้ เธอก็จะยืนหยัดไว้ขนในบริเวณนี้

 

ตีแผ่วัฒนธรรมญี่ปุ่น ผ่านวงการหนังโป๊


แม้ว่าซีรีส์เรื่องนี้จะเล่าถึงวงการหนังโป๊เป็นหลัก แต่ดูเหมือนว่าวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น จะถูกถ่ายทอดผ่านโครงเรื่องนี้ออกมาได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของชนชั้นการปกครอง ซึ่งในเรื่องนอกจากทีมงานหนังโป๊ของพระเอกแล้ว จะประกอบด้วย 3 ตัวละครสำคัญ นั่นคือ ประธานบริษัทผลิตหนังโป๊ยักษ์ใหญ่ เป็นตัวแทนของกลุ่มทุนนิยม, นายตำรวจยศสูง ที่เป็นหัวหน้าใหญ่ในการกวาดล้างหนังโป๊ผิดกฏหมาย เป็นตัวแทนของฝั่งผู้คุมกฏ และสุดท้าย คือ หัวหน้ากลุ่มมาเฟียผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ที่นอกจากจะผลิตหนังโป๊ผิดกฏหมายแล้ว ยังเป็นที่หวาดเกรงของผู้คนโดยรอบ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ เผยให้เห็นทั้ง 3 ตัวละครนี้ ทั้งในมุมบวกและมุมลบ ทุกคนต่างเป็นตัวละครสีเทาโดยทั้งสิ้น และมีการเกื้อหนุนกัน มีผลประโยชน์ซึ่งกันและกันอย่างชัดเจน เหมือนเป็นการ Balance ซึ่งกันและกัน ตำรวจจะอยู่ได้ก็ต้องมีคนร้าย กลายเป็นระบบอุปถัมภ์ที่ฝังลึกในสังคม ยากที่จะแยกออกจากกัน

นอกจากจะมีชนชั้นของพระเอก ชนชั้นของกลุ่มผู้ปกครองเหล่านี้ ยังมีอีกชนชั้นบนสุดที่ซีรีส์กล่าวถึงอยู่เรื่อยๆ คือ ระดับราชวงศ์ หนังดำเนินเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่องค์จักรพรรดิใกล้จะสิ้นพระชนม์ ทำให้หลายเหตุการณ์ในซีรีส์ เกี่ยวโยงไปถึงการเปลี่ยนแปลงรัชสมัย สื่อให้เป็นการควบคุมในอีกระดับชั้น และสื่อสารกับคนดูว่า การปกครองในทุกระดับ เกี่ยวพันกันอย่างชัดเจนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นกับองค์จักรพรรดิ ก็ส่งผลกระทบกับแวดวงหนัง AV อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


***************

จะเห็นได้ว่า แม้ The Naked Director จะโฟกัสเรื่องราวที่ตัวละครหลักอย่าง "มูรานิชิ โทรุ" หรือราชาหนังโป๊ เป็นส่วนใหญ่ แต่ซีรีส์เรื่องนี้พูดถึงอะไรหลายอย่างที่ใหญ่เกินกว่าบุคคลคนเดียว มันพูดถึงประเด็นทางสังคม ที่ใหญ่โตและส่งผลกระทบถึงระดับประเทศเลยด้วยซ้ำ

 

อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่แรก The Naked Director คือซีรีส์ที่เป็นมากกว่าสิ่งที่ผู้สร้างพยายามจะหลอกล่อให้เราเข้ามาดู แม้หน้าหนังจะบอกว่านี่คือชีวิตของผู้กำกับหนังโป๊ แต่มันกลับเล่าถึงสิ่งที่ส่งผลระดับประเทศ แม้ว่าหน้าหนังจะบอกว่า นี่คือซีรีส์ที่อาจจะเต็มไปด้วยฉากเซ็กซ์มากมาย แต่มันกลับสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมมากกว่าแค่ตอบสนองความใคร่ จึงไม่แปลกใจเลยที่ล่าสุด Netflix ได้อนุมัติเพื่อสร้าง Season 2 แล้ว เพราะคุณค่าของซีรีส์เรื่องนี้ มีเยอะกว่าที่เราหวังว่าจะได้รับจริงๆ

ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online เพลงเพราะทำงานเพลิน ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage



***************


SO WATCH

BY GOSSIPGUN

บันเทิง