SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN

Joker อ่านก่อนชมหนังมาสเตอร์พีซแห่งปี
 
HIGHLIGHTS
 
  • หลังความล้มเหลวทั้งด้านคำวิจารณ์และรายได้ของ Justice League ทำให้ทางค่ายวอร์เนอร์ฯ และดีซี เริ่มหันมามองโปรเจ็คหนังที่สร้างจากคอมมิค ที่มีความแตกต่างจากเดิม และลงทุนไม่มากเท่าเดิม เพื่อเป็นหนทางใหม่ๆในการอยู่รอด
 
  • สำหรับ Joker ผู้ชมจะได้ย้อนกลับไปดูเรื่องราวต้นกำเนิดของตัวละครนี้ โดยหยิบยืมเพียงแค่ตัวละครมาจากหนังสือการ์ตูนเท่านั้น ส่วนพล็อตเป็นการสร้างสรรค์ใหม่ ของทีมผู้เขียนบททั้งหมด ไม่ได้นำโครงเรื่องจากคอมมิคบุ๊คเล่มไหนมาใช้เป็นพิเศษ
 
  • Joker ไม่ใช่หนังจากคอมมิคที่เหมาะสำหรับทุกคน มันไม่ใช่หนังบันเทิงแบบเดียวกับผลงานก่อนๆของค่ายดีซีอย่าง Wonder Woman หรือ Aquaman สำหรับคำที่สามารถอธิบายภาพรวมหนังเรื่องนี้ คือ "หนังดราม่าที่แสนจะหดหู่"
         
บทบาทของ Joker ในภาพยนตร์ของดีซี
 
 
ถ้าจะกล่าวว่าคอหนังคอการ์ตูนทั่วไป คงไม่มีใครไม่รู้จัก "โจ๊กเกอร์" คงจะไม่ผิดนัก ถ้าจะกล่าวว่าตัวละครนี้ คือคู่ปรับเบอร์หนึ่งตลอดกาลของซูเปอร์ฮีโร่อย่าง "แบทแมน" ทุกครั้งที่มีมนุษย์ค้างคาว ย่อมมีการปรากฏตัวหรือกล่าวถึงโจ๊กเกอร์คู่กันไปเสมอ เหมือนขาวกับดำ ด้วยความสลับซับซ้อนของตัวละครนี้ ยากที่จะคาดเดาสิ่งที่เขาคิด ทำให้โจ๊กเกอร์ กลายเป็นตัวร้ายขวัญใจแฟนๆได้อย่างไม่ยาก พอถึงคราวที่ฮอลลีวู้ดหยิบเอาแบทแมนไปสร้างเป็นหนังฟอร์มยักษ์ก็มักจะนึกถึง โจ๊กเกอร์ ก่อนเป็นตัวแรก แม้แต่ภาพยนตร์แบทแมนเรื่อง The Dark Knight ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นมาสเตอร์พีซ เป็นหนึ่งในหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดตลอดกาล ก็ยังใช้บริการโจ๊กเกอร์ เป็นตัวร้ายหลักประจำภาค
 
สำหรับตัวละคร "โจ๊กเกอร์" ปรากฏตัวครั้งแรกในหนังสือการ์ตูนเรื่องแบทแมน เมื่อปี ค.ศ.1940 โดย บิลล์ ฟิงเกอร์, บ็อบ เคน และเจอร์รี่ โรบินสัน ที่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าใครรับผิดชอบ การถือกำเนิดเกิดขึ้นในส่วนไหน มีเพียงบางเรื่องราวที่ยืนยันว่า การออกแบบตัวละครโจ๊กเกอร์นั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากไพ่ "Joker” และหน้าตัวตลกที่อยู่บนไพ่ ส่วนการวางคาแร็คเตอร์ให้เป็นตัวละครที่จิตไม่ปกตินั้น ยังไม่สามารถสรุปที่มาได้ ซึ่งเดิมทีตัวละครนี้ จะปรากฏตัวในหนังสือการ์ตูนแบทแมน เพียงแค่ 2 เล่มเท่านั้นก่อนจะถูกฆ่าทิ้ง แต่กองบรรณาธิการเกิดเปลี่ยนใจ ทำให้โจ๊กเกอร์ยังโลดแล่นได้จนถึงปัจจุบัน
 
ตัวละครโจ๊กเกอร์ ถูกถ่ายทอดผ่านลายเส้นหนังสือการ์ตูน และซีรีส์ทางโทรทัศน์ในหลายเรื่องราว หลายเวอร์ชั่น ผ่านหลายนักแสดงและนักพากย์ ที่อยู่เบื้องหลังการมีชีวิตของตัวละครนี้ เคยมีรายงานสรุปว่าตัวละครโจ๊กเกอร์ เคยถูกถ่ายทอดผ่านชิ้นงานต่างๆถึง 250 รูปแบบเลยทีเดียว โดยครั้งแรกที่โจ๊กเกอร์ปรากฏตัวบนจอโทรทัศน์ คือในทีวีซีรีส์เรื่อง Batman เมื่อปี 1966 โดยได้ ซีซาร์ โรเมโร่ เป็นนักแสดงคนแรกที่รับบทดังกล่าว หลังจากนั้นก็ถูกถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของแบทแมน ในอีกหลายเวอร์ชั่น
 
 
แต่สำหรับเวอร์ชั่นคนแสดงบนโลกภาพยนตร์นั้น ตัวละครโจ๊กเกอร์เริ่มต้นขึ้น ในหนัง Batman ฉบับปี 1989 ของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน ที่ดึงเอานักแสดงระดับพระกาฬอย่าง แจ็ค นิโคลสัน มาถ่ายทอดบทดังกล่าว และได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ถึงขั้นว่าการแสดงของเขานั้น กลบบทบาทของแบทแมน ที่รับบทโดย ไมเคิล คีตัน (ซึ่งตอนนั้นเพิ่งจะแจ้งเกิด) เลยทีเดียว หนังประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยการกวาดรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า 400 ล้านเหรียญฯ และมีภาคต่อตามออกมาอีก 3 ภาคคือ Batman Returns, Batman Forever และ Batman & Robin ซึ่งใช้บริการตัวร้ายอื่นๆที่ไม่ใช่โจ๊กเกอร์
 
สำหรับตัวละครโจ๊กเกอร์ กลับมาโลดแล่นบนจอหนังอีกครั้งเมื่อปี 2008 ในหนังแบทแมนฉบับ คริสโตเฟอร์ โนแลน หลังความสำเร็จของ Batman Begins โนแลนได้เตรียมแผนการสร้างภาคต่อไว้แล้ว โดยเตรียมปูเรื่องราวเข้าสู่สงครามครั้งใหม่ของ แบทแมน และโจ๊กเกอร์ ซึ่งหนังได้ คริสเตียน เบล และฮีธ เล็ดเจอร์ มารับบทดังกล่าวตามลำดับ นอกจากความยอดเยี่ยมในฝีไม้ลายมือด้านการแสดงแล้ว ข่าวการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของ ฮีธ เล็ดเจอร์ ก่อนที่หนังจะเข้าฉายนั้น ยิ่งทำให้บทบาทของเขาใน The Dark Knight เป็นที่จดจำมากขึ้นไปอีก ในฐานะหนึ่งในการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ฮีธ เล็ดเจอร์ กลายเป็นนักแสดงคนแรกที่คว้ารางวัลออสการ์ได้ จากการรับบทโจ๊กเกอร์ แม้ว่าชัยชนะครั้งนี้ จะมาหลังจากการเสียชีวิตของเขาก็ตาม โดยการชนะรางวัลของ ฮีธ นั้น ทำสถิติเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีนักแสดงชนะรางวัลออสการ์ จากบทบาทในหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่
 
อีกครั้งที่ตัวละครโจ๊กเกอร์โลดแล่นบนจอภาพยนตร์ คือในหนังเรื่อง Suicide Squad เมื่อปี 2016 ที่ได้ จาเรด เลโต้ นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Dallas Buyer Club มารับบทบาท แม้ว่าหนังจะประสบความสำเร็จทางรายได้ แต่กระแสคำวิจารณ์ในแง่ลบ ความไม่ลงตัวในบทภาพยนตร์ หรือแม้แต่ส่วนของโจ๊กเกอร์ ที่ดูไม่เข้ากับหนังเท่าไหร่ ทำให้บทโจ๊กเกอร์ ในฉบับของ จาเรด เลโต้ ไม่ค่อยเป็นที่กล่าวถึงมากเท่าที่ควร แถมยังโดนการแสดงของ มาร์โก้ ร็อบบี้ ในบทฮาร์ลี่ย์ ควินน์ หวานใจของโจ๊กเกอร์ กลบซะมิด จนกระทั่งล่าสุด แม้จะมีการสร้างภาคใหม่ของ Suicide Squad โดยผู้กำกับ เจมส์ กันน์ ก็ไม่มีตัวละครโจ๊กเกอร์ กลับมาปรากฏตัวอีกแล้ว
 
 
กว่าจะเป็นหนังต้นกำเนิดของ Joker
 
หลังความล้มเหลวทั้งด้านคำวิจารณ์และรายได้ของ Justice League ทำให้ทางค่ายวอร์เนอร์ฯ และดีซี เริ่มหันมามองโปรเจ็คหนังที่สร้างจากคอมมิค ที่มีความแตกต่างจากเดิม และลงทุนไม่มากเท่าเดิม เพื่อเป็นหนทางใหม่ๆในการอยู่รอด ยิ่งคู่แข่งอย่าง มาร์เวลสตูดิโอ แข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ฝั่งทางนี้จึงจำเป็นต้องมีอาวุธใหม่ไปสู้
 
หลังเสร็จสิ้นการสร้างภาพยนตร์เรื่อง War Dogs ผู้กำกับ ทอดด์ ฟิลลิป มีไอเดียที่จะสร้างภาพยนตร์ที่เล่าถึงต้นกำเนิดของโจ๊กเกอร์ เขาเสนอกับทางค่ายวอร์เนอร์ว่า เราควรสร้างหนังที่มีความแตกต่างจากคู่แข่ง เป็นหนังทุนต่ำ และมีความเป็นหนัง Standalone (เป็นเรื่องเดี่ยวๆไม่โยงพล็อตไปยังเรื่องอื่น) ก่อนหน้านี้ทอดด์ได้รับการชักชวนให้มากำกับหนังซูเปอร์ฮีโร่หลายต่อหลายครั้ง แต่เขามองว่ามันค่อนข้างโฉ่งฉ่างจนเกินไป ซึ่งเขาไม่สนใจ สิ่งที่เขาสนใจจะสร้างคือหนังฮีโร่ที่ติดดิน และแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ
 

หลังความสำเร็จของ Wonder Woman ซึ่งเป็นหนังแยกตัวละครของดีซี ไม่ได้มีฮีโร่ตัวอื่นมาปรากฏตัวในหนัง ทำให้วอร์เนอร์ตัดสินใจไฟเขียวสร้าง Joker ด้วยทุนสร้างระดับ 60 ล้านเหรียญฯ ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับหนังประเภทเดียวกัน (Justice League ใช้ทุนสร้างไปมากถึง 300 ล้านเหรียญฯ) ซึ่งในช่วงแรกของการดำเนินงานสร้าง มีชื่อของผู้กำกับระดับตำนานอย่าง มาร์ติน สกอร์เซซี่ มาเกี่ยวข้องด้วยในฐานะของโปรดิวเซอร์ แต่เนื่องด้วยตารางงานของ The Irishman ที่ค่อนข้างวุ่น ทำให้สกอร์เซซีต้องถอนตัวไปในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ผู้สร้างหนังยอมรับว่า Joker ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังของสกอร์เซซีในหลายจุด ด้วยเรื่องราวที่เล่าเหตุการณ์ในเมืองก็อตแธมซิตี้ (ซึ่งคล้ายคลึงกับนิวยอร์ก) ในช่วงปี 1981 ดังนั้น จึงมีการหยิบยืมหลายองค์ประกอบ จากหนังของสกอร์เซซี อาทิ Taxi Driver, Raging Bull และ The King of Comedy มาใช้งาน (ซึ่งทั้งสามเรื่องนำแสดงโดย โรเบิร์ต เดอนีโร ซึ่งร่วมแสดงในหนังเรื่อง Joker ด้วย)
 
 
เดิมทีวอร์เนอร์ บราเดอร์ สตูดิโอที่ออกทุนสร้างหนัง อยากให้ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ มารับบทเป็นโจ๊กเกอร์ โดยคาดหวังจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของเขากับ มาร์ติน สกอร์เซซี แต่ในที่สุดไอเดียนี้ก็ไม่ได้เป็นจริง และทั้งสองคนก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโปรเจ็คนี้ ในภายหลังผู้กำกับ ทอดด์ ฟิลลิป ออกมาเผยว่า สำหรับเขาแล้ว วาคีน ฟีนิกซ์ คือตัวเลือกแรก และตัวเลือกเดียวสำหรับบทนี้ ซึ่ง วาคีนเอง สนใจไอเดียเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาก เนื่องจากมีความแตกต่าง และเป็นสิ่งที่เขาอยากจะทำอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ทอดด์ ฟิลลิป ยังใช้เวลานานถึง 4 เดือน เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ วาคีน ยอมแสดงในบทดังกล่าว เนื่องจากในระยะหลัง วาคีน ไม่ค่อยอยากแสดงในหนังของสตูดิโอใหญ่ รวมถึงเขาหวาดกลัวการเล่นหนังที่สร้างจากคอมมิค เพราะไม่อยากมีการผูกมัดใดๆ เมื่อมีการยืนยันว่า Joker คือ standalone film จะไม่มีการสร้างภาคต่อเกิดขึ้น เขาจึงตัดสินใจรับเล่นในหนังเรื่องนี้
 

สำหรับ Joker ผู้ชมจะได้ย้อนกลับไปดูเรื่องราวต้นกำเนิดของตัวละครนี้ โดยหยิบยืมเพียงแค่ตัวละครมาจากหนังสือการ์ตูนเท่านั้น ส่วนพล็อตเป็นการสร้างสรรค์ใหม่ทั้งหมดของทีมผู้เขียนบท ไม่ได้นำโครงเรื่องจากคอมมิคบุ๊คเล่มไหนมาใช้เป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเพื่อให้ ทอดด์ ฟิลลิป สามารถแต่งเติมและจินตนาการเรื่องราวที่เหมาะสมที่สุดกับต้นกำเนิดของ โจ๊กเกอร์ได้อย่างเต็มที่ โดยหนังจะโฟกัสที่ตัวละคร อาเธอร์ เฟล็ค ชายที่ล้มเหลวในชีวิต เขาใช้ชีวิตเพียงลำพังกับคุณแม่ที่ป่วยหนัก ในอพาร์ทเมนต์ห้องเล็กๆ สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของอาเธอร์ มีเพียงแม่ของเขา, หญิงสาวห้องข้างๆที่ดูจะเข้าใจเขา และพิธีกรรายการทอล์กโชว์ (รับบทโดย โรเบิร์ต เดอนีโร) ชายที่เป็นเหมือนไอดอลในการใช้ชีวิต เนื่องด้วยอาเธอร์มีความฝัน อยากทำอาชีพเป็น Stand-Up Comedy หรือเดี่ยวไมโครโฟน เขาจึงมักจดจำมุกและเรียนรู้วิธีการ จากคนเหล่านี้ แต่เมื่อวันหนึ่ง สภาพสังคมอันทรุดโทรมและเลวร้ายของก็อตแธม ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ส่งผลให้ชีวิตและสภาพจิตใจของอาเธอร์ต้องย่ำแย่ลง ความกดดันทำให้อาเธอร์ค่อยๆกลายเป็น โจ๊กเกอร์ บุคคลที่อันตราย และระบายความแค้นด้วยความรุนแรง
 
 
         
ทำไม Joker ถึงเป็นภาพยนตร์มาสเตอร์พีซแห่งปี
         
 
คำเตือนก่อนไปดูหนังเรื่องนี้คือ Joker ไม่ใช่หนังจากคอมมิคที่เหมาะสำหรับทุกคน มันไม่ใช่หนังบันเทิงแบบเดียวกับผลงานก่อนๆของค่ายดีซีอย่าง Wonder Woman หรือ Aquaman สำหรับคำที่สามารถอธิบายภาพรวมหนังเรื่องนี้ คือ "หนังดราม่าที่แสนจะหดหู่" เป็นเพราะว่า หนังใช้เวลาตลอด 2 ชั่วโมงของการเดินเรื่อง ในการสำรวจสภาพจิตใจของโจ๊กเกอร์ โดยแทบจะไม่มีฉากแอ็กชั่นใดๆ แต่กลับสามารถสร้างความกดดันและลุ้นระทึกตลอดเวลา การเล่าเรื่องของหนังค่อยๆไต่ระดับจากจุดธรรมดา ไปจนถึงจุดเดือด คล้ายกับระเบิดเวลาที่นับถอยหลังไปสู่ความพังพินาศ ความโกลาหล ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาของการชมหนังเรื่องนี้ คือ หนังสร้างความไม่สบายใจตลอดเวลาที่รับชม หลายเหตุการณ์ในหนังชวนอึดอัดเป็นอย่างมาก ดังนั้น หนังเรื่องนี้จึงไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน ยิ่งเด็กๆยิ่งไม่เหมาะสมเลย เพราะหนังคว้าเรต R ในการฉายที่อเมริกา หมายถึงเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องเข้าชมพร้อมกับผู้ปกครองเท่านั้น และนี่ถือว่าเป็นหนังในเครือแบทแมนเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ ที่รุนแรงถึงระดับคว้าเรตดังกล่าวมาครอง
 
 
อันที่จริงแล้วพล็อตเรื่องโดยรวมของ Joker ไม่มีอะไรมาก หนังแค่เล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่สภาพจิตใจไม่ปกติ เมื่อถูกกระทำทางสังคม เขาจึงเปลี่ยนแปลงตัวตนจนกลายเป็นอีกคน แต่หนังถูกยกระดับขึ้น โดยการแสดงของ วาคีน ฟีนิกซ์ ในบทของ โจ๊กเกอร์ ที่สามารถกล่าวได้ว่า นี่คือแอคติ้งระดับมาสเตอร์พีซ ตั้งแต่ซีนแรกยันซีนสุดท้าย วาคีน สามารถสะกดผู้ชมได้ตลอดเวลา ไม่มีฉากไหนเลยที่บอกได้ว่า เล่นง่าย ทุกฉากถือว่าเป็นงานที่ยากทั้งหมด เล่นได้ลึกทั้งหมด การแสดงของวาคีนชวนอึดอัดเป็นอย่างมาก แสดงความซับซ้อนทางอารมณ์ได้อย่างดี เราทั้งรู้สึกเห็นใจเขา ในขณะเดียวกันก็ขยะแขยงและหวาดกลัวตัวละครนี้ สำหรับผู้เขียน ตลอดการชมพยายามจะนึกอยู่เสมอว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา นักแสดงคนไหนชนะรางวัลออสการ์ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมบ้าง เพราะเรารู้สึกได้ทันที ว่านี่คือการแสดงที่ดีที่สุด จากนักแสดงชายในรอบหลายปีเลยทีเดียว
 
 
อย่างที่กล่าวไป Joker ไม่ใช่หนังสำหรับทุกคน มันไม่ใช่หนัง Mass อย่างแน่นอน ด้วยสไตล์การเล่า นี่คือหนังดราม่าดิบๆอย่างชัดเจน ที่พาผู้ชมดำดิ่งลงลึกไปในสภาพจิตใจของตัวละคร ยิ่งไปกว่านั้น Joker เป็นหนังที่อันตรายมากๆ สำหรับผู้ชมบางกลุ่ม ด้วยเรื่องราวที่กล่าวถึงคนป่วย คนที่สภาพจิตใจไม่ปกติ และนำไปสู่ความรุนแรง หนังอาจจะเป็นตัวกระตุ้นได้อย่างดี สำหรับผู้ชมที่มีปัญหาชีวิตคล้ายคลึงกับตัวละครนี้ ดังนั้น หนังเรื่องนี้จึงไม่เหมาะในการรับชมอย่างยิ่ง และอันตรายมากสำหรับคนที่สภาพจิตใจไม่ปกติ ถ้าเข้าชมโดยที่ไม่ได้รับการแนะนำ ความสมจริงของหนังจะยิ่งกลายไปเป็นตัวกระตุ้นว่า ตัวละครอาเธอร์ เฟล็ก ไม่ได้ไกลเกินตัวพวกเราเลย แม้จะเป็นตัวละครจากคอมมิค แต่ความรู้สึกระหว่างดูเรื่องคือ เหตุการณ์เหล่านี้ สามารถเกิดขึ้นในชีวิตจริงของพวกเราได้
 
 
เชื่อว่าหลังจากนี้ Joker จะถูกจดจำ ไม่ใช่แค่เพียงในฐานะหนังจาก ดีซีคอมมิคที่ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องนึง แต่ในฐานะหนังที่อาจจะสร้างประเด็นถกเถียง จากความสมจริงของพล็อตเรื่องที่สุดแสนจะน่ากลัว และอันตรายอีกด้วย
 
 
 
 
เกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับหนัง
 
  • ก่อนหน้า Joker วาคีน ฟีนิกซ์ เคยได้รับการติดต่อให้เล่นหนังที่สร้างจากหนังสือคอมมิคมาก่อนในฝั่งค่ายมาร์เวล ทั้งบท Doctor Strange และบท Hulk แต่วาคีนปฏิเสธไป เนื่องจากเขาไม่สะดวกใจในการเซ็นต์สัญญาเล่นหนังหลายเรื่องพร้อมกัน (ปกติมาร์เวล มักจับนักแสดงเซ็นต์เพื่อเล่นภาคต่อ) แต่กรณี Joker เนื่องจากเป็นหนังเรื่องเดียวจบ วาคีน ฟีนิกซ์ จึงไม่มีปัญหากับการตอบตกลงแสดง
 
  • โดยปกติแล้ว ภาพยนตร์ที่สร้างจากคอมมิคของค่ายดีซี มักจะได้รับเรตไม่เกิน PG-13 หมายความว่าผู้ชมในอเมริกา สามารถเข้าชมได้โดยไม่จำกัดอายุ แต่สำหรับ Joker นั้นได้รับเรต R ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ กลายเป็นหนังเรื่องแรกของ DC Comic ในรอบ 10 ปี ที่ได้รับเรต R นับตั้งแต่ Watchmen
 
  • สามนักแสดงที่เคยรับบทโจ๊กเกอร์ ประกอบด้วย แจ็ค นิโคลสัน, ฮีธ เล็ดเจอร์ และ จาเรด เลโต้ ล้วนแต่เป็นผู้ชนะรางวัลออสการ์ทั้งสิ้น มีเพียง วาคีน ฟีนิกซ์ นักแสดงคนล่าสุดที่รับบทโจ๊กเกอร์ ยังไม่เคยชนะรางวัลออสการ์ โดยเคยเข้าชิงรางวัลทั้งหมด 3 ครั้ง จากภาพยนตร์เรื่อง Gladiator (สมทบชาย), Walk The Line (นำชาย) และ The Master (นำชาย) ต้องมาลุ้นกันว่าหนัง Joker จะส่งให้เขาชนะออสการ์ได้หรือไม่
 
  • เชอร์ลีน วู้ดลีย์ นางเอก Divergent ได้รับการติดต่อให้รับบท โซเฟีย ดูมอนด์ หญิงสาวข้างห้องของโจ๊กเกอร์ ที่มีบทบาทสำคัญในหนัง แต่ท้ายที่สุดต้องปฏิเสธเพราะคิวถ่ายชนกับซีรีส์ Big Little Lies ท้ายที่สุดบทนี้ตกเป็นของ แซซี่ บีทซ์ ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมาจาก Deadpool 2
 
 
ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online เพลงเพราะทำงานเพลิน ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 
 
*************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN


บันเทิง