SO WATCH BY GOSSIPGUN |

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

SO WATCH BY GOSSIPGUN

SO WATCH BY GOSSIPGUN

 

วิเคราะห์รางวัลลูกโลกทองคำ : หนังเรื่องไหนมีลุ้นคว้ารางวัลมากที่สุด
 
           
ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงออกมาแล้ว สำหรับ Golden Globe Awards หรือรางวัลลูกโลกทองคำ ถ้านับในบรรดารางวัลที่เกี่ยวข้องกับแวดวงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด รางวัลนี้ดูเหมือนจะเป็นที่จับตามองมากที่สุด เป็นรองเพียง Academy Awards หรือออสการ์เท่านั้น ดังนั้น ผลรางวัลลูกโลกทองคำ จึงสำคัญมาก เพราะจะเป็นการบ่งบอกว่า ใครที่จะมีสิทธิลุ้นรางวัลออสการ์มากที่สุด
 
โดยทุกปี การประกาศผลรางวัล Golden Globe Awards จะถูกจัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ โดยจะมอบรางวัลให้ทั้งกับแวดวงภาพยนตร์และโทรทัศน์ ดังนั้นเหล่าบรรดานักแสดงที่มาร่วมงาน จะมีปริมาณที่มากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งสาขาหลักๆ อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ออกมาเป็นสองประเภท คือหนังดราม่า และหนังเบาสมองอีกด้วย ทำให้ค่อนข้างมีความแตกต่างจากรางวัลอื่นๆ
 
สำหรับในปี 2020 จะมีการประกาศผลรางวัลในคืนวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม ซึ่งจะตรงกับเช้าวันจันทร์ที่ 6 มกราคมตามเวลาในประเทศไทย โดยมีพิธีกรฝีปากกล้าชาวอังกฤษ อย่าง ริกกี้ เจอร์เวส กลับมาทำหน้าที่เดิมอีกครั้ง โดยทุกครั้งที่เขาทำหน้าที่นี้ ก็มักจะมีเสียงวิพากท์วิจารณ์อย่างรุนแรงกลับมาเสมอ เพราะเขามักเลือกใช้มุกตลกที่เสียดสีอย่างรุนแรง ดารานักแสดงที่มาร่วมงาน จึงแอบหวาดกลัวเขากันอยู่ไม่น้อย โดยคอลัมน์ So Watch ในสัปดาห์นี้ ขอหยิบเอารายชื่อผู้เข้าชิงมาวิเคราะห์กันว่า ใครที่มีโอกาสคว้ารางวัลกลับบ้านไปมากที่สุด ?
 

**************************************
 

สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประเภทดราม่า
 
1917
The Irishman
Joker
Marriage Story
The Two Popes
 
สำหรับสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่าในปีนี้ เป็นศึกภายในของ Netflix อย่างแท้จริง เพราะภาพยนตร์ถึง 3 ใน 5 เรื่อง ประกอบด้วย The Irishman, Marriage Story และ The Two Popes ล้วนเป็นงานสร้างของบริษัทสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ โดยตัวเต็งสุดคงหนีไม่พ้น The Irishman ของผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี่ มหากาพย์ภาพยนตร์ทุนสร้าง 175 ล้านเหรียญฯ ที่เล่าเส้นทางชีวิตของมาเฟีย นำแสดงโดย โรเบิร์ต เดอนีโร, อัล ปาชิโน่ และโจ เพสซี่ ที่ได้เข้าชิงถึง 5 สาขา และ Marriage Story ของผู้กำกับ โนอาห์ บอมบาค หนังที่เล่าเรื่องราวการหย่าร้างของคู่รัก ซึ่งนำแสดงโดย สการ์เล็ต โจแฮนสัน และอดัม ไดรเวอร์ ที่ได้เข้าชิงมากที่สุดในปีนี้ ถึง 6 สาขา แต่ถึงแม้ว่าเรื่องหลังจะได้เข้าชิงมากกว่า แต่ดูเหมือน The Irishman จะเป็นแต้มต่อ เนื่องจากตัวผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี่ ได้เข้าชิงในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมด้วย แต่ โนอาห์ บอมบาค กลับไม่ได้เข้าชิงในสาขาดังกล่าว ทั้งๆที่ทั้งสองสาขา เป็นของคู่กัน เช่นเดียวกับผู้กำกับจากหนังเรื่อง The Two Popes หนังที่เล่าเรื่องราวการสืบทอดตำแหน่งพระสันตปะปา ที่มี โจนาธาน ไพรซ์ และแอนโธนี่ ฮ็อปกิ้นส์ รับบทนำ ก็ไม่ได้เข้าชิงในสาขาดังกล่าว





ในขณะที่ภาพยนตร์อีก 2 เรื่องที่ไม่ใช่ของ Netflix อย่าง Joker หนังที่เล่าถึงต้นกำเนิดตัวละครโจ๊กเกอร์ คู่ปรับตลอดกาลของแบทแมน ของผู้กำกับ ทอดด์ ฟิลลิป และ 1917 หนังสงครามโลกครั้งที่ 2 ของผู้กำกับ แซม เมนเดส ทั้งสองท่านล้วนได้เข้าชิงในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมด้วย ทำให้โอกาสที่ Marriage Story ซึ่งควรจะเป็นเต็งสอง กลับลดความเป็นไปได้ลงไปอีก แต่อย่างไรก็ตาม การที่ทีมนักแสดงจากหนังได้เข้าชิงรางวัลอย่างพร้อมเพรียง และเป็นหนังที่เข้าชิงลูกโลกทองคำมากที่สุดในปีนี้ น่าจะทำให้หนังมีโอกาสลุ้นอยู่ไม่น้อย
เต็งหนึ่ง : The Irishman
เต็งสอง : Marriage Story


สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประเภทตลกหรือเพลง
 
Dolemite Is My Name
Jojo Rabbit
Knives Out
Once Upon a Time in Hollywood
Rocketman
 
สำหรับสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ฝั่งตลกหรือเพลง ดูเหมือนในปีนี้จะเดารางวัลได้ไม่ยาก เพราะถ้าไม่มีอะไรพลิกล็อค Once Upon A Time In Hollywood หนังตลกร้ายที่เล่าถึงนักแสดงตกอับและสตั้นท์แมนคู่บุญที่พยายามจะโด่งดังในฮอลลีวู้ด ของผู้กำกับ เควนติน ทารันติโน่ น่าจะคว้าไป เพราะหนังมีกระแสมาโดยตลอดนับตั้งแต่ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ เมื่อเดือนพฤษภาคม จนกระทั่งเข้าฉายในเดือนกรกฎาคม จนกระทั่งถึงตอนนี้ ยังสร้างความฮือฮา กวาดไปได้หลายรางวัล รวมไปถึง เควนติน ทารันติโน่ คือผู้กำกับคนเดียวจากหนังทั้ง 5 เรื่องที่ได้เข้าชิงในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม ยิ่งการันตีความเป็นตัวเต็งเข้าไปใหญ่

 


แต่ถ้าจะมีใครปาดหน้า Once Upon A Time In Hollywood อาจจะเป็นภาพยนตร์ตลกเสียดสีเรื่อง Jojo Rabbit ของผู้กำกับ ไทก้า ไวติติ ที่เรียกเสียงฮือฮา และคว้ารางวัลจากหลายสถาบันมาด้วย ส่วนผลงานหนังอีก 3 เรื่องที่เหลืออย่าง Dolemite Is My Name หนังที่เล่าถึงชีวิตของนักร้อง-นักแสดงตลกที่มีชีวิตอยู่จริง, Knives Out หนังตามล่าหาฆาตกรสุดป่วน และ Rocketman หนังที่สร้างจากเรื่องราวของศิลปินในตำนานอย่าง ท่านเซอร์ เอลตั้น จอห์น อาจจะเป็นเพียงแค่สีสันเท่านั้น เพราะยังไม่เคยชนะรางวัลอะไรก่อนหน้านี้
 
เต็งหนึ่ง : Once Upon A Time In Hollywood
เต็งสอง : Jojo Rabbit
 

สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทหนังดราม่า
 
คริสเตียน เบล จาก Ford V Ferrari
แอนโตนิโอ แบนเดอรัส จาก Pain and Glory
อดัม ไดรเวอร์ จาก Marriage Story
วาคีน ฟีนิกซ์ จาก Joker
โจนาธาน ไพรซ์ จาก The Two Popes
 
สำหรับสาขานี้ เป็นการแข่งขันระหว่าง วาคีน ฟีนิกซ์ จาก Joker และ อดัม ไดรเวอร์ จาก Marriage Story ซึ่งดูเหมือนว่ารายแรก จะกระแสมาแรงในช่วงเดือน กันยายน-ตุลาคม ในขณะที่ อดัม ไดรเวอร์ มาได้กระแสในช่วงระยะหลัง โดยเฉพาะการประกาศผลรางวัลในช่วงหลังๆ ที่ อดัม ไดรเวอร์ คว้าไปครองในหลายสถาบัน จนอาจจะกลบกระแส วาคีน รวมไปถึงตัวหนัง Marriage Story อีกที่นักวิจารณ์ยกให้ยอดเยี่ยมกว่า Joker อาจจะส่งผลให้เป็นผลดีกับ อดัม ไดรเวอร์ ในสาขานี้อีกด้วย แถมในเดือนธันวาคมนี้ อดัม ไดรเวอร์ เองกำลังจะมีหนังโปรแกรมยักษ์อย่าง Star Wars : The Rise of Skywalker เข้าฉาย น่าจะยิ่งส่งให้ตัวเขาเองอยู่ในพื้นที่สื่อในช่วงหลังจากนี้ไปอีกพอสมควร
 


ในขณะที่อีก 3 คนที่เหลือ ดูเหมือนว่า แอนโตนิโอ แบนเดอรัส จาก Pain And Glory อาจจะมีลุ้นมากที่สุด แต่เนื่องด้วยตัวภาพยนตร์เองเป็นภาษาต่างประเทศ (ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ) อาจจะส่งผลไม่ดี ทำให้เข้าไม่ถึงคณะกรรมการ ส่วน คริสเตียน เบล และโจนาธาน ไพรซ์ นั้น ยังไม่ได้ชนะจากเวทีไหนเป็นพิเศษ โอกาสที่จะชนะลูกโลกทองคำ จึงอาจจะยากกว่า 3 คนแรกที่กล่าวถึง
 
เต็งหนึ่ง : อดัม ไดรเวอร์ จาก Marriage Story
เต็งสอง : วาคีน ฟีนิกซ์ จาก Joker
 

สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทหนังดราม่า
 
ซินเทีย อีริโว่ จาก Harriet
สการ์เล็ต โจแฮนสัน จาก Marriage Story
เซียร์ช่า โรแนน จาก Little Women
ชาร์ลีซ เธียรอน จาก Bombshell
เรเน่ เซลเวคเกอร์ จาก Judy
 
สำหรับสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประเภทดราม่า ที่นำดิ่งมาโดยตลอดคือ เรเน่ เซลเวคเกอร์ ที่รับบทเป็น จูดี้ การ์แลนด์ ดาวค้างฟ้าจาก The Wizard of Oz ซึ่งบทบาทนี้ถือว่าเข้าทางเวทีรางวัลต่างๆเป็นอย่างมาก เนื่องจากกรรมการมักชื่นชอบเมื่อเหล่าดารานักแสดงต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง เพื่อรับบทเป็นบุคคลที่เคยมีชีวิตอยู่จริง เช่นเดียวกับ เรเน่ เซลเวคเกอร์ ในกรณีนี้ ที่แสดงเป็น จูดี้ได้อย่างสมบทบาท จนกระทั่งคว้ารางวัลมาแล้วในหลายเวที แถมยังเล่าเรื่องราวในช่วงเวลาที่จูดี้กำลังตกต่ำขีดสุด เป็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ตัวเธอเองไม่มีบ้าน ต้องเร่ร่อนพาลูกๆไปนอนยังโรงแรมและสถานที่ต่างๆ และจำเป็นต้องจากลูกๆไปเพื่อแสดงคอนเสิร์ตในอังกฤษ ซึ่งตัวบทภาพยนตร์เอง ส่งให้เธอได้โชว์ฝีมือมากๆด้วย
 


แต่ถ้าไม่ใช่ เรเน่ เซลเวคเกอร์ นักแสดงที่ดูเหมือนจะมีโอกาสมากที่สุด คงหนีไม่พ้น สการ์เล็ต โจแฮนสัน จาก Marriage Story ที่ทั้งตัวหนังเอง รวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆก็ได้เข้าชิงเช่นกัน ฉากที่สการ์เล็ต โจแฮนสัน เข้าคู่กับ อดัม ไดรเวอร์ หรือลอร่อ เดิร์น ล้วนขับเคี่ยวฝีมือกันแบบสุดๆ ในขณะที่อีก 3 ท่านที่เหลือ ประกอบด้วย ซินเทีย อีริโว่ จาก Harrier, เซียร์ช่า โรแนน จาก Little Women และชาร์ลีซ เธียรอน จาก Bombshell ดูจะไม่ค่อยมีโอกาสซักเท่าไหร่ ด้วยหลายๆองค์ประกอบ ทั้งยังไม่เคยชนะรางวัลใดๆมาจากก่อนหน้าน้ี และตัวหนังเองที่ยังไม่มีกระแสมากเท่าเรื่องอื่นๆ
 
เต็งหนึ่ง : เรเน่ เซลเวคเกอร์ จาก Judy
เต็งสอง : สการ์เล็ต โจแฮนสัน จาก Marriage Story
 

สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทหนังตลกหรือเพลง
 
แดเนี่ยล เคร็ก จาก Knives Out
โรแมน กริิฟฟิน เดวิส จาก Jojo Rabbit
ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ จาก Once Upon A Time In Hollywood
ทารอน อีเจอร์ตัน จาก Rocketman
เอ็ดดี้ เมอร์ฟีย์ จาก Dolemite Is My Name
 
สำหรับสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทหนังตลกหรือเพลงนั้น ดูเหมือนว่าความเข้มข้นในการขับเคี่ยว อาจจะสู้ประเภทดราม่าไม่ได้ รวมถึงไม่ว่าใครจะชนะไปในสาขานี้ ก็อาจจะไม่มีบทบาทต่อบนเวทีออสการ์มากเท่าไหร่นัก จากรายชื่อปีนี้ คนที่ดูเหมือนจะมีโอกาสลุ้นมากที่สุด คือ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ จาก Once Upon A Time In Hollywood เนื่องด้วยหลายๆปัจจัย เริ่มจากตัวหนังเองก็มีลุ้นในสาขาภาพยนตร์ตลกหรือเพลงยอดเยี่ยมมากที่สุด, ตัวบทที่ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เล่น ซึ่งเป็นนักแสดงละครโทรทัศน์ตกอับ เปิดโอกาสให้พระเอกคนดัง ได้เล่นในหลายบทบาท แถมตัวเขาเองยังเป็นขวัญใจของเวทีลูกโลกทองคำอยู่แล้ว อาจจะทำให้คณะกรรมการโหวตให้ไม่ยากนัก
 


แต่ถ้าจะเป็นคนอื่นคว้าสาขานี้ไป อาจจะเป็นไม่ ทารอน อีเจอร์ตัน จาก Rocketman และเอ็ดดี้ เมอร์ฟีย์ จาก Dolemite Is My Name เนื่องจากเข้าสูตรบทบาทขวัญใจกรรมการ เพราะทั้งคู่ต้องรับบทบาทเป็นคนที่มีอยู่จริง ดังนั้นจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงบุคลิกตัวเอง และเลียนแบบท่าทางเป็นบุคคลนั้นๆให้เหมือน จึงดูจะมีลุ้น แถมตัวหนังเองก็ต่างได้เข้าชิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย ส่วนที่ดูจะมีลุ้นน้อยกว่าใครเพื่อน คือ แดเนี่ยล เคร็ก และโรแมน กริิฟฟิน เดวิส ที่แม้ตัวหนังจะได้เข้าชิงหนังยอดเยี่ยมเช่นกัน แต่พวกเขาไม่เคยมีชื่อเข้าชิงรางวัลในเวทีอื่นๆของปีนี้มาก่อน เลยอาจจะทำให้เป็นตัวเต็งยากกว่าคนอื่น
 
เต็งหนึ่ง : ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ จาก Once Upon A Time In Hollywood
เต็งสอง : ทารอน อีเจอร์ตัน จาก Rocketman
 

สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทหนังตลกหรือเพลง
 
อนา เดอ อามาส จาก Knives Out
อควาฟิน่า จาก The Farewell
เคต บลันเชตต์ จาก Where'd You Go, Bernadette
บีนี่ เฟลด์สตีน จาก Booksmart
เอ็มม่า ธอมป์สัน จาก Late Night
 
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทหนังตลกหรือเพลง จะตกเป็นของ อควาฟิน่า จาก The Farewell ในบทบาทหลานสาวในครอบครัวคนจีน ที่ต้องปิดบังอาม่า ที่กำลังป่วยเป็นโรคร้าย และจะจากครอบครัวไป เธอเป็นเต็งหนึ่งและเป็นคนเดียวที่มีลุ้นในสาขานี้ เพราะในบรรดานักแสดงทั้ง 5 คนที่ได้เข้าชิง เธอเป็นคนเดียวที่เคยชนะจากเวทีอื่นจากหนังเรื่องนี้ แถมกระแสเรื่องการแสดงของ อควาฟีน่า ยังมีมาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่หนังเข้าฉายแล้ว (ซึ่งหนังจะเข้าในไทยวันที่ 19 ธันวาคมนี้) และการที่เธอพลิกบทบาทสุดๆจากบทตลกใน Crazy Rich Asians และ Ocean's 8 มาเล่นดราม่าได้เบอร์นี้ ยิ่งถูกใจแฟนๆ

 
เต็งหนึ่ง : อควาฟิน่า จาก The Farewell
เต็งสอง : ไม่มี
 

สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม
 
ทอม แฮงค์ จาก A Beautiful Day in the Neighbourhood
แอนโธนี่ ฮ็อปกิ้นส์ จาก The Two Popes
โจ เพสซี่ จาก The Irishman
อัล ปาชิโน จาก The Irishman
แบรด พิตต์ จาก Once Upon A Time In Hollywood
 
ในบรรดาสาขาเกี่ยวกับการแสดงในปีนี้ สาขานี้อาจจะถือว่าโหดที่สุด เพราะอัดแน่นไปด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่ คุณภาพทุกคนมาแข่งขันกันในปีนี้ ทุกคนล้วนแต่เคยชนะออสการ์หรือเข้าชิงมาแล้วทั้งนั้น ที่ดูจะขับเคี่ยวกันมากที่สุด คือ รุ่นใหญ่มากอย่าง โจ เพสซี่ จาก The Irishman ในบทของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ให้โอกาสตัวละครของพระเอกได้ทำงาน ที่กวาดรางวัลมาแล้วหลายเวที แถมนี่คือหนังที่ โจ เพสซี่ ยอมเล่นเรื่องแรกในรอบ 8 ปีหลังจากเกษียณไปแล้ว เพราะผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี่ ขอร้อง ยิ่งทำให้ โจ เพสซี่ ได้ปล่อยของแบบสุดๆ ซึ่งก็พิสูจน์ฝีมือได้ สำหรับใครที่มีโอกาสชมหนังเรื่องนี้กันไปแล้ว
 


ถ้าไม่ใช่ โจ เพสซี่ โอกาสที่รางวัลนี้จะตกเป็นของ แบรด พิตต์ จาก Once Upon A Time In Hollywood ก็มีสูงมาก เพราะทั้งสองคนผลัดกันคว้ารางวัลในสาขานี้ จากสถาบันต่างๆ ตัวของ แบรด พิตต์ เองอาจจะภาษีน้อยกว่าในด้านของอายุ แต่บทบาทนี้ของเขา บทของสตั้นท์แมน ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยเพื่อนซี้นั้น ก็ทำให้เขาได้โชว์การแสดงเยอะพอสมควร และโอกาสที่ทั้งลูกโลกทองคำ กับออสการ์ จะตบรางวัลให้ก็มีสูง เพราะตัว แบรด พิตต์ เองก็ยังไม่เคยมีออสการ์มาประดับบ้าน อาจจะเป็นโอกาสดีที่คณะกรรมการคิดว่าถึงเวลาอันสมควรแล้ว
 
เต็งหนึ่ง : โจ เพสซี่ จาก The Irishman
เต็งสอง : แบรด พิตต์ จาก Once Upon A Time In Hollywood
 

สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม
 
เคธี่ เบตต์ จาก Richard Jewell
แอนเน็ตต์ เบนนิ่ง จาก The Report
ลอร่า เดิร์น จาก Marriage Story
เจนนิเฟอร์ โลเปซ จาก Hustlers
มาร์โก้ ร็อบบี้ จาก Bombshell
 
สำหรับสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในปีนี้ น่าจะเป็นการแข่งขันกันระหว่าง เจนนิเฟอร์ โลเปซ กับ ลอร่า เดิร์น สำหรับนักแสดงนักร้องสาวชื่อดัง อย่างเจโล จาก Hustlers ถือว่าเป็นตัวเต็งตั้งแต่ต้น สำหรับบทบาทนักระบำเปลื้องผ้าที่ต้องผันตัวมาขโมยเงินผู้ชายเพราะเป็นเศรษฐีที่ตกต่ำ นักวิจารณ์หลายคนยกให้นี่คือการแสดงที่ยอดเยี่ยมสุด ตลอดชีวิตการทำงานของ เจนนิเฟอร์ โลเปซเลยทีเดียว และคณะกรรมการก็อาจจะโหวตให้เพื่อสดุดีเส้นทางตลอดทั้งการทำงานของเธอ ในขณะที่ ลอร่า เดิร์น จาก Marriage Story ก็มาแรงในช่วงหลัง ในบทบาทของทนายความสุดมั่นใจ ที่ว่าความคดีหย่าร้างให้นางเอก ซึ่งก็เป็นบทบาทที่เธอได้โชว์การแสดงในหลายซีน ซึ่งก็ถือว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับ เจนนิเฟอร์ โลเปซ
 


ถ้าจะมีใครแซงหน้าทั้งคู่และคว้ารางวัลไปได้ ก็อาจจะเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง เคธี่ เบตต์ จาก Richard Jewell ของผู้กำกับ คลิ้นท์ อีสต์วู้ด ที่ก็มีชื่อโผล่มาชนะรางวัลบ้างในบางเวที ทำให้ชื่อของเธออยู่ในกระแสพอสมควร แต่ที่โอกาสลุ้นอาจจะยากหน่อย คือ มาร์โก้ ร็อบบี้ จาก Bombshell เพราะก่อนหน้านี้มีเพียงชื่อเข้าชิง แต่ยังไม่ได้ชนะจากเวทีใดๆ ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง แอนเน็ตต์ เบนนิ่ง เรียกว่าไม่มีโอกาสลุ้นเลย เพราะเพิ่งโผล่ชื่อมาให้เห็นเป็นครั้งแรกในปีนี้ กับสถาบันนี้
 
เต็งหนึ่ง : เจนนิเฟอร์ โลเปซ จาก Hustlers
เต็งสอง : ลอร่า เดิร์น จาก Marriage Story
 

สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม
 
Frozen 2
How To Train Your Dragon : The Hidden World
The Lion King
Missing Link
Toy Story 4
 
สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมปีนี้ จากหนังที่เข้าชิงทั้งหมด 5 เรื่อง ผลปรากฏว่าดิสนีย์สามารถล็อคที่นั่งไปได้ถึง 3 เรื่องด้วยกัน ประกอบด้วยภาพยนตร์ยอดนิยมของค่ายทั้ง Frozen 2, Toy Story 4 และ The Lion King แต่ดูเหมือนว่าโอกาสที่หนังจะคว้ารางวัลสาขานี้กลับบ้านไปครอง ดูจะน้อยกว่าหนังอีก 2 เรื่องที่เหลือ เริ่มจาก The Lion King ที่เอาเข้าจริงๆแล้ว คำวิจารณ์ไม่ค่อยจะดีนัก ในขณะที่ Frozen 2 และ Toy Story 4 คำวิจารณ์ค่อนข้างดี แต่ก็ยังดีไม่เท่ากับภาคก่อนๆของตัวหนังเอง ทำให้ถ้าคณะกรรมการมองถึงจุดนี้ ที่ตัวหนังคุณภาพลดลงจากภาคก่อนหน้าของตนเอง ก็อาจจะไม่โหวตให้
 


กลายเป็นว่า How To Train Your Dragon : The Hidden World ของค่ายดรีมเวิร์ค แอนิเมชั่น ที่อาจจะมีสิทธิ์ลุ้น เพราะคำวิจารณ์ค่อนดีเทียบเท่ากับภาคก่อนหน้า แถมยังคว้ารางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมจากบางสถาบันมาแล้ว อาทิ จากเวที National Board of Review เช่นเดียวกับ Missing Link ของค่ายไลก้า ที่สามารถเข้าชิงรางวัล Annie Awards ได้มากถึง 7 สาขา (รางวัลนี้มอบให้เฉพาะหนังแอนิเมชั่น) แต่ปัญหาคือ ตัวหนังเองแม้ว่าจะได้รับคำชมอย่างล้นหลาม แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ ในตารางหนังทำเงินเลย อาจจะทำให้คณะกรรมการไม่ให้ความสนใจมากเท่าที่ควรก็เป็นอันได้
 
เต็งหนึ่ง : How To Train Your Dragon : The Hidden World
เต็งสอง : Missing Link
 

สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม
 
The Farewell
Les Miserables
Pain and Glory
Parasite
Portrait of a Lady on Fire
 
สำหรับสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับเรื่อง Roma ในปีที่แล้ว ที่นอนมาตั้งแต่ต้นจนจบ ในปีนี้เป็นปีของ Parasite ภาพยนตร์ระทึกขวัญเสียดสีสังคมของผู้กำกับ บองจุนโฮ จากประเทศเกาหลีใต้ ที่สร้างกระแสได้ตั้งแต่ช่วงกลางปี เมื่อคว้ารางวัลปาล์มทองคำ รางวัลใหญ่สุดของเทศกาลหนังเมืองคานส์มาได้ หลังจากนั้นก็กลับไปกวาดเงินถล่มทลายที่บ้านเกิด จนกระทั่งค่อยๆสร้างกระแสในอเมริกา ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา แถมยังคว้ารางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมมาจากแทบทุกสถาบัน ทำให้สาขานี้ไม่น่าจะมีการพลิกโผ
 


โดย Parasite นักวิเคราะห์มองว่ากระแสของหนังมาในระดับเดียวกับ Roma และ Crouching Tiger, Hidden Dragon คือเป็นหนังภาษาต่างประเทศ ที่น่าจะมีบทบาทบนเวทีออสการ์ มากกว่าในสาขาของหนังเอง และอาจจะได้เข้าชิงสาขาใหญ่ๆ ทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยมอีกด้วย เช่นล่าสุด ที่หนังเข้าชิงรางวัลทีมนักแสดงยอดเยี่ยม จากเวที Screen Actor Guild Awards แข่งกับหนังฮอลลีวู้ดอย่าง The Irishman, Once Upon a Time In Hollywood, Jojo Rabbit และ Bombshell เลยทีเดียว
 
เต็งหนึ่ง : Parasite
เต็งสอง : ไม่มี


ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online เพลงเพราะทำงานเพลิน ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 
******************************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN