SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN



โค้งสุดท้าย OSCARS 2020 ใครคือตัวเต็งคว้ารางวัลในปีนี้
 

อีกเพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น ค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการภาพยนตร์ กับการประกาศผลรางวัลออสการ์ หรือ Academy Awards ครั้งที่ 92 ก็กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งในปีนี้คอหนังน่าจะลุ้นกันสนุกในหลายสาขาเลยทีเดียว โดยเฉพาะสองรางวัลใหญ่สุดอย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม ที่ถึงนาทีนี้ มีการเปลี่ยนมือผู้ชนะจากเวทีต่างๆหลายครั้ง ทำให้ไม่มีใครเป็นตัวเต็ง 100% ว่าจะชนะในสาขานั้นๆ ตรงข้ามกับสาขาด้านการแสดง ที่ 4 สาขาหลัก ประกอบด้วย นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ตัวเต็งล้วนกวาดมาแล้วหลายเวทีอย่างต่อเนื่อง ทำให้โอกาสพลิกโผตอนนี้ ถือว่าน้อยเลยทีเดียว
 

สำหรับภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลมากที่สุดในปีนี้คือ Joker ภาพยนตร์ที่สร้างจากคอมมิคของผู้กำกับ ทอดด์ ฟิลลิป ที่เล่าถึงที่มาของโจ๊กเกอร์ วายร้ายคู่ปรับตลอดกาลของแบทแมน ที่นอกจากจะกวาดรายได้ถล่มทลายทั่วโลกแล้ว ยังสามารถเข้าชิงออสการ์ได้มากถึง 11 สาขา ตามมาด้วยภาพยนตร์ตัวเต็งอีก 3 เรื่องที่ได้เข้าชิง 10 สาขาเท่ากัน ประกอบด้วย The Irishman ภาพยนตร์ดราม่าที่เล่าถึงชีวิตมาเฟียของผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี ที่ปล่อยฉายทาง Netflix รวมไปถึง Once Upon A Time In Hollywood ภาพยนตร์ที่เล่าถึงยุคทองของวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ของผู้กำกับ เควนติน ทารันติโน่ และ 1917 หนังสงครามที่สร้างความฮือฮาด้วยการเล่าเรื่องแบบลองเทคของผู้กำกับ แซม เมนเดส
 


ส่วนปีนี้ใครจะคว้าชัยไปนั้น คอหนังชาวไทยจะได้ลุ้นกันในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ (ซึ่งตรงกับวันหยุดชดเชยวันมาฆบูชาแบบพอดิบพอดี) โดยคอลัมน์ So Watch สัปดาห์นี้ จึงขอถือโอกาสดี สรุปว่า ภาพยนตร์เรื่องไหน ผู้กำกับท่านใด และนักแสดงคนไหน ที่เป็นตัวเต็ง มีโอกาสลุ้นออสการ์ในปีนี้บ้าง

 
**************************************
 

สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม
 
เคธี่ เบตส์ จาก Richard Jewell
ลอร่า เดิร์น จาก Marriage Story
สการ์เล็ต โจแฮนสัน จาก Jojo Rabbit
ฟลอเรนซ์ พิวจ์ จาก Little Women
มาร์โก ร็อบบี้ จาก Bombshell
 
สำหรับสาขานี้น่าจะไม่มีการพลิกโผใดๆแล้ว เพราะนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง ลอร่า เดิร์น น่าจะเดินหน้าคว้าออสการ์ตัวแรกในชีวิตจากบททนายความสุดมั่นที่ทำคดีหย่าร้างให้กับคู่รักพระเอกนางเอกใน Marriage Story หลังจากคว้ารางวัลใหญ่ๆอย่าง Golden Globes และ SAG Awards มาครองได้สำเร็จ จึงไม่น่าจะมีการเซอร์ไพรสอะไรเกิดขึ้นในสาขานี้



นอกจากนี้ผู้เข้าชิงคนอื่นๆ ก็ไม่เคยถูกมองว่าเป็นตัวเต็งตั้งแต่แรก มีเพียง เจนนิเฟอร์ โลเปซ จาก Hustlers เท่านั้น ที่เคยเป็นตัวเต็งเมื่อหลายเดือนก่อน แต่กระแสก็แผ่วไปจนน่าตกใจ และมิหนำซ้ำยังอดเป็น 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงอีกด้วย เรียกว่าเป็นการหักอกนักร้องนักแสดงยอดฝีมือคนนี้ แม้แต่เครติด Academy Awards Nominee ยังอดได้
 
ถ้าจะมีการพลิกโผใดๆเกิดขึ้นจริงๆ คงจะมีโอกาสแค่ สการ์เล็ต โจแฮนสัน จาก Jojo Rabbit ที่เป็นการตอบแทนปีทองของเธอ ที่เข้าชิงออสการ์ได้ถึงสองตัว (อีกสาขาคือนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Marriage Story ซึ่งก็ไม่ใช่ตัวเต็งเช่นกัน) ในขณะที่อันดับ 3 ในสาขานี้ คือ มาร์โก ร็อบบี้ จาก Bombshell ที่พอจะมีลุ้นอยู่บ้าง ส่วน ฟลอเรนซ์ พิวจ์ จาก Little Women และ เคธี่ เบตส์ จาก Richard Jewell ซึ่งถือว่าเป็นผู้เข้าชิงแบบเซอร์ไพรส ไม่ได้เต็งมาตั้งแต่แรก โอกาสชนะเลยอาจจะน้อยกว่าคนอื่นๆ
 
ตัวเต็งผู้ชนะ : ลอร่า เดิร์น จาก Marriage Story
โอกาสพลิกโผ : สการ์เล็ต โจแฮนสัน จาก Jojo Rabbit
 
 
สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม
 
ทอม แฮงค์ จาก A Beautiful Day in The Neighborhood
แอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์ จาก The Two Popes
อัล ปาชิโน จาก The Irishman
โจ เพสซี่ จาก The Irishman
แบรด พิตต์ จาก Once Upon A Time In Hollywood
 
สำหรับสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมในปีนี้ ถือว่าดรีมทีมมาก เพราะนักแสดงทั้ง 5 ท่านที่ได้เข้าชิง ล้วนเป็นสุดยอดนักแสดงยอดฝีมือของฮอลลีวู้ด ที่เครดิตผลงานของทุกคน ล้วนอัดแน่นด้วยหนังคุณภาพ แถมทุกคนยังเป็นผู้ชนะของรางวัลออสการ์มาหมดแล้วด้วย ยกเว้นเพียงแค่ แบรด พิตต์ ที่เคยชนะออสการ์ในฐานะผู้อำนวยการสร้างของภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเรื่อง 12 Years a Slave เท่านั้น แต่ยังไม่เคยชนะรางวัลในสาขาการแสดง ซึ่งปีนี้ เขากลายเป็นตัวเต็งในสาขานี้ ด้วยการคว้ารางวัลจากเวที Golden Globes และ SAG Awards มาแล้ว ในบทบาทของสตันท์แมนคู่ใจดาราดัง ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอีกครั้ง ในบรรยากาศของฮอลลีวู้ดยุค 60
 


นอกจาก แบรด พิตต์ แล้ว นักแสดงคุณภาพที่เข้าชิงอีก 4 ท่าน ล้วนมีโอกาสพอๆกัน ถ้ามีการพลิกโผขึ้นมา ถือว่าคาดเดาค่อนข้างยากว่าใครจะชนะถ้าไม่ใช่ แบรด พิตต์  แต่จากกระแสแล้ว ดูเหมือนนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง โจ เพสซี่ ในบทบาทของมาเฟียรุ่นเดอะ จาก The Irishman อาจจะมีโอกาสสุด เนื่องจากเขาได้เกษียณและโบกมือลาวงการบันเทิงไปแล้ว แต่ผู้กำกับมาร์ติน สกอร์เซซี่ ก็อ้อนวอนให้เขากลับมาร่วมจอในหนังเรื่องนี้ ทำให้เหล่าบรรดาคอหนังได้หายคิดถึง ก็อาจจะมีลุ้นในการตบรางวัลนี้ให้กับเขา ต่างจาก ทอม แฮงค์, อัล ปาชิโน และแอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์ ที่มีผลงานใหม่ๆตลอดเวลา ซึ่งการเข้าชิงรอบนี้ อาจจะยังไม่ใช่จุดพีคสุดในชีวิตการทำงานของพวกเขา
 
ตัวเต็งผู้ชนะ : แบรด พิตต์ จาก Once Upon A Time In Hollywood
โอกาสพลิกโผ : โจ เพสซี จาก The Irishman
 
 
สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม 

ซินเทีย เอริโว่ จาก Harriet
สการ์เล็ต โจแฮนสัน จาก Marriage Story
เซียร์ช่า โรแนน จาก Little Women
ชาร์ลีซ เธียรอน จาก Bombshell
เรเน่ เซลเวกเกอร์ จาก Judy
 
ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมปีนี้ ถือว่า เรเน่ เซลเวกเกอร์ เป็นเต็งหนึ่ง ทำคะแนนนำรวดเดียวจบ ตั้งแต่ช่วงแรกๆของการประกาศรางวัลต่างๆมาจนถึงตอนนี้ ทุกเวทีล้วนมอบรางวัลให้กับเธอ จากภาพยนตร์ดราม่าเรื่อง Judy ที่เธอสวมบทบาทเป็น จูดี้ การ์แลนด์ ดาวค้างฟ้าของฮอลลีวู้ดจากภาพยนตร์คลาสสิกเรื่อง The Wizard of Oz จากดาราเด็กที่ประสบความสำเร็จ โดยหนังเล่าถึงช่วงเวลา 4 เดือนสุดท้ายในชีวิตของเธอ ช่วงเวลาที่จูดี้ต้องเผชิญกับปัญหาชีวิตสารพัด ซึ่งบทนี้ถือว่าเข้าสูตรผู้ชนะออสการ์ทุกประการ เนื่องจาก เรเน่ เซลเวกเกอร์ ต้องมีการแปลงโฉมให้คล้ายกับ จูดี้ การ์แลนด์ ตัวจริงมากที่สุด นอกจากจะต้องเล่นให้เหมือนแล้ว ยังต้องร้องเพลงให้เหมือนอีกด้วย ซึ่งถ้า เรเน่ เซลเวกเกอร์ ชนะในครั้งนี้ จะเป็นออสการ์ตัวที่ 2 ของเธอถัดจาก ออสการ์นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก Cold Mountain เมื่อเกือบ 18 ปีที่แล้ว
 


ถ้าไม่ใช่ เรเน่ เซลเวกเกอร์ คนอื่นที่จะมีโอกาสชนะถือว่าเดายากพอสมควร เพราะผู้เข้าชิงทั้ง 4 คน ยังไม่เคยชนะรางวัลใหญ่ๆในปีนี้มาก่อนเลย สำหรับ Golden Globes นอกจาก เรเน่ เซลเวกเกอร์ ที่ชนะประเภทภาพยนตร์ดราม่าแล้ว สาขาตลกหรือเพลง ตกเป็นของ อควาฟีน่า จาก The Farewell ซึ่งไม่สามารถผ่านเข้ามาเป็น 1 ใน 5 คนสุดท้ายได้ เลยทำให้คาดเดาเต็งสองค่อนข้างยาก แต่บทที่ดูเหมือนจะเข้าทางกรรมการออสการ์มากที่สุด คือ ชาร์ลีซ เธียรอน จาก Bombshell ที่ต้องสวมบทบาทเป็นผู้ประกาศข่าวสาว เมจิน เคลลี่ ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนโฉมให้คล้ายกับตัวจริงและต้องแสดงแบบลอกเลียนบุคลิก ทำให้ในบรรดา 4 คนที่เหลือ ดูเหมือนเธอจะมีโอกาสมากกว่าใครเพื่อนที่จะเป็นผู้ชนะแบบเซอร์ไพรส
 
ตัวเต็งผู้ชนะ : เรเน่ เซลเวกเกอร์ จาก Judy
โอกาสพลิกโผ : ชาร์ลิซ เธียรอน จาก Bombshell
 

สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
 
แอนโตนิโอ แบนเดอราส จาก Pain and Glory
ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ จาก Once Upon A Time In Hollywood
อดัม ไดรเวอร์ จาก Marriage Story
วาคีน ฟีนิกซ์ จาก Joker
โจนาธาน ไพรซ์ จาก The Two Popes
 
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากหนังเรื่อง Joker ฉายรอบปฐมทัศน์ไปในเทศกาลหนังนานาชาติเวนิส แล้วต่อด้วยโตรอนโต ส่งให้ วาคีน ฟีนิกซ์ ในบทบาทของโจ๊กเกอร์ คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมไปครอง ก็ทำให้ชื่อของ วาคีน ฟีนิกซ์ ขึ้นแท่นเป็นตัวเต็งออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมตั้งแต่นาทีนั้น โดยตัวของวาคีนเองก็เดินหน้าคว้าแทบทุกรางวัลใหญ่มาครองได้สำเร็จ ทั้ง Golden Globes, SAG Awards และ Critics' Choice Awards ทำให้ปีนี้ ถ้าไม่มีการพลิกโผอะไรเกิดขึ้น วาคีน ฟีนิกซ์ จะชนะรางวัลออสการ์ตัวแรกจาก Joker หลังจากเคยเข้าชิงออสการ์มาแล้วถึง 3 ครั้งจาก Gladiator, Walk The Line และ The Master แต่พลาดไปทั้งหมด และเขาจะเป็นนักแสดงคนที่ 2 หลังจาก ฮีธ เล็ดเจอร์ จาก The Dark Knight ที่ชนะออสการ์จากบทบาทของโจ๊กเกอร์
 


สำหรับเต็งสองรองจาก วาคีน ฟีนิกซ์ ในปีนี้คือ อดัม ไดรเวอร์ จากบทบาทของสามีที่กำลังผ่านขั้นตอนการหย่าร้างกับภรรยาในหนังดราม่าเรื่อง Marriage Story ที่พลิกขึ้นมาชนะรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมได้จากหลายเวทีในช่วงเดือนธันวาคม แต่กลับแผ่วไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยเขาแพ้รางวัลในเวทีใหญ่ๆให้กับ วาคีน ฟีนิกซ์ ทั้งหมด โอกาสชนะออสการ์เลยค่อนข้างยาก ส่วนตัวเต็งลำดับที่ 3 คือ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ จาก Once Upon A Time In Hollywood ที่ถึงแม้ว่าเขาจะชนะรางวัล Golden Globes ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทหนังตลกหรือเพลงมาแล้ว แต่โอกาสชนะออสการ์อาจจะค่อนข้างยาก เพราะเพิ่งคว้ารางวัลนี้ จาก The Revenant ไปเมื่อหลายปีก่อน ส่วนอีกสองท่านที่เหลือคือ แอนโตนิโอ แบนเดอราส และโจนาธาน ไพรซ์ ล้วนเพิ่งเข้าชิงครั้งแรกและหนังเองก็ไม่ได้มีกระแสอะไรมากมายนัก โอกาสชนะจึงยากกว่าคนอื่นๆ
 
ตัวเต็งผู้ชนะ : วาคีน ฟีนิกซ์ จาก Joker
โอกาสพลิกโผ : อดัม ไดรเวอร์ จาก Marriage Story
 
 
สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม
 
มาร์ติน สกอร์เซซี จาก The Irishman
ทอดด์ ฟิลลิป จาก Joker
แซม เมนเดส จาก 1917
เควนติน ทารันติโน จาก Once Upon A Time In Hollywood
บอง จุน โฮ จาก Parasite
 
โดยปกติแล้ว สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม มักจะล้อไปกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม คือตกเป็นของหนังเรื่องเดียวกัน แต่ในหลายกรณีก็เลือกที่จะมอบให้ปลอบใจให้กับหนังคุณภาพบางเรื่องที่ไม่มีโอกาสชนะหนังยอดเยี่ยมเช่นกัน อาทิ ปีที่แล้วที่รางวัลในสาขานี้ตกเป็นของ อัลฟอนโซ กัวรอน จาก Roma แต่ออสการ์กลับเลือกมอบรางวัลใหญ่ให้กับ Green Book แทน ที่อาจจะไม่มีโดดเด่นเท่า Roma ในแง่ของการกำกับ แต่ภาพรวมดูเป็นที่รักของออสการ์มากกว่า
 


สำหรับกรณีในปีนี้ ดูเหมือนว่าโอกาสในสองรางวัลใหญ่จะไปในทิศทางเดียวกัน ดูจะมีมากกว่า นั่นคือ 1917 ชนะภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับ แซม เมนเดส ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม เหตุผลหลักคืองานสร้างอันยากลำบากของหนัง ที่ต้องอาศัยการวางแผนและเตรียมตัวเป็นอย่างมาก เพราะหนังเน้นการถ่ายทำแบบลองเทค ให้ดูเหมือนว่าทั้งเรื่องเป็นการถ่ายทำแค่ One Shot ซึ่งต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก ออสการ์มีโอกาสจะมอบรางวัลให้กับการทุ่มเทนี้ แบบเดียวกับที่ อเลฮานโดร กอนซาเลส อินาริดู ได้ออสการ์ไปจาก Birdman นอกจากนี้ แซม เมนเดส เองก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เคยชนะออสการ์มาแล้วจาก American Beauty เมื่อ 19 ปีก่อน ซึ่งตัวหนังก็คว้ารางวัลใหญ่ไปได้เช่นกัน
 
ถ้าเกิดมีการพลิกโผขึ้น คนที่อาจจะมีโอกาสมากที่สุดในปีนี้ คือ บอง จุน โฮ ผู้กำกับชาวเกาหลีจาก Parasite ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างกระแสฮือฮาอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวหนังเองอาจจะมีลุ้นรางวัลใหญ่ยากนิดหน่อย เพราะสาขา Best Picture ยังไม่เคยมีหนังภาษาต่างประเทศชนะมาก่อน แต่สำหรับสาขานี้ เคยมีผู้กำกับชาวเอเชียชนะมาแล้ว อาทิ อั้งลี่ จาก Brokeback Mountain และ Life of Pi ซึ่งหนังทั้งสองเรื่อง ก็ไม่ได้ชนะหนังยอดเยี่ยมเช่นกัน ปีนี้เหตุการณ์นี้อาจจะซ้ำรอย ออสการ์อาจจะยกหนังยอดเยี่ยมให้ 1917 และเลือกมอบผู้กำกับยอดเยี่ยมให้แทน
 
ตัวเต็งผู้ชนะ : แซม เมนเดส จาก 1917
โอกาสพลิกโผ : บอง จุน โฮ จาก Parasite
 
สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
 
Ford V Ferrari จากค่าย 20th Century Fox
The Irishman จากค่าย Netflix
Jojo Rabbit จาก Fox Searchlight
Joker จาก Warner Bros
Little Women จาก Sony Picture
Marriage Story จาก Netflix
1917 จาก Universal Picture
Once Upon A Time In Hollywood จาก Sony Picture
Parasite จาก CJ Entertainment
 
กลายเป็นม้าตีนปลายที่มาแรงในช่วงเดือนสุดท้ายของการประกาศผลรางวัลจริงๆ สำหรับ 1917 หนังสงครามโลกของผู้กำกับ แซม เมนเดส หลังจากคว้ารางวัลลูกโลกทองคำในสาขาภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยมไปครอง และขึ้นอันดับ 1 Us Box Office ได้สำเร็จ ทำให้หนังขึ้นเป็นตัวเต็งในขณะนี้ สำหรับหนังที่อาจจะมีโอกาสแซงหน้าชนะได้ มีเพียง Once Upon A Time In Hollywood ของผู้กำกับ เควนติน ทารันติโน่ ที่ชนะรางวัลลูกโลกทองคำเช่นกัน ในสาขาภาพยนตร์ตลกหรือเพลงยอดเยี่ยม แต่โอกาสอาจน้อยกว่า
 


ภาพยนตร์อีกเรื่องที่กระแสแรงดีไม่ตก และมีลุ้นออสการ์ในรางวัลใหญ่สุดคือ Parasite ที่ล่าสุดกลับมาทำคะแนนดีอีกครั้ง หลังชนะรางวัล SAG Awards ในฐานะทีมนักแสดงนำยอดเยี่ยม (ซึ่งศักดิ์ศรีรางวัลเท่ากับหนังยอดเยี่ยม) ทำให้ Parasite ขึ้นมาเป็นตัวเต็งแถวหน้าอีกครั้ง ติดเพียงประการเดียวคือเป็นหนังที่ใช้ภาษาต่างประเทศ ซึ่งออสการ์ไม่เคยให้หนังต่างภาษาชนะรางวัลใหญ่สุดมาก่อน ถ้าเรื่องนี้ชนะไปก็จะสามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้
 


ปัจจัยที่ทำให้ The Irishman กับ Marriage Story หมดสิทธิ์ลุ้น คือการที่หนังเป็นผลงานของ Netflix และเข้าฉายโรงในวงจำกัด เพื่อให้มีสิทธิเข้าชิงออสการ์เท่านั้น ซึ่งร่ำลือกันว่าคณะกรรมการออสการ์ ซึ่งยังมีจำนวนมากที่เป็นคนรุ่นเก่า ยังไม่ใจกว้างพอ ที่จะมอบรางวัลใหญ่สุดให้กับหนัง Netflix แบบเดียวกับที่ปีที่แล้ว Roma ซึ่งเป็นตัวเต็งอันดับ 1 ชวดรางวัลใหญ่ ถ้าประเด็นนี้มีผลจริงๆ ปีนี้ก็สามารถตัดสองเรื่องนี้ทิ้งจากโอกาสลุ้นได้
 


ส่วนเรื่องที่เหลือทั้ง Joker, Jojo Rabbit, Little Women, Ford V Ferrari ล้วนยังไม่เคยชนะรางวัลใหญ่สุดจากเวทีใหญ่ๆมาก่อนเลย ทำให้โอกาสปาดหน้าเค้กในวินาทีสุดท้ายคงจะยากเหลือเกิน ไม่น่าจะได้ลุ้นสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
 
ตัวเต็งผู้ชนะ : 1917
โอกาสพลิกโผ : Once Upon A Time In Hollywood, Parasite
 
 
**************************************
 
เกร็ดน่าสนใจเกี่ยวกับงาน Oscars 2020
 
  • เซียร์ช่า โรแนน ชิงออสการ์นักแสดงนำหญิงจาก Little Women ซึ่งถือเป็นการเข้าชิงครั้งที่ 4 สำหรับเธอแล้ว ถัดจาก Atonement, Brooklyn และ Lady Bird ซึ่งเธอเกือบทำสถิติเป็นนักแสดงหญิงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เข้าชิง 4 ครั้ง แพ้ให้กับ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ซึ่งทั้งคู่ชิง 4 ครั้งเท่ากันตอนอายุ 25 ปีแต่ แต่เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ อ่อนเดือนกว่าตอนประกาศชื่อผู้เข้าชิงออสการ์
 
  • สการ์เล็ต โจแฮนสัน เข้าชิงออสการ์ในปีนี้จากการแสดงใน 2 หมวดเลย คือนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Marriage Story และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก Jojo Rabbit ซึ่งเธอนับเป็นนักแสดงคนที่ 12 ในประวัติศาสตร์ที่ชิงออสการ์สาขาการแสดงถึงสองสาขาในปีเดียวกัน ตามรอย อัล ปาชิโน, เคต บลันเชตต์, จูลี่แอนน์ มัวร์, เจสสิก้า แลงค์, ซิเกอร์นี่ย์ วีเว่อร์, ฮอลลี่ ฮันเตอร์ ฯลฯ
 
  • โนอาห์ บอมบาค ผู้กำกับ Marriage Story และเกรต้า เกอร์วิก ผู้กำกับ Little Women เป็นคู่รักกัน แต่ทั้งคู่ต้องมาแข่งขันกันในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนี้ แต่ทั้งคู่ก็กอดคอกันอดเข้าชิงในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม โดยทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานถึง 8 ปีแล้ว และมีทายาทด้วยกัน 1 คน
 
  • อห์น วิลเลี่ยม นักประพันธ์ดนตรี ได้เข้าชิงออสการ์ในปีนี้ สาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Star Wars : The Rise of Skywalker ทำให้เขาเข้าชิงออสการ์แล้วถึง 52 ครั้ง และยังคงครองสถิติผู้ที่เข้าชิงออสการ์มากที่สุด ซึ่งยังคงมีชีวิตอยู่ ส่วนผู้ที่เคยชิงออสการ์มากที่สุดคือ วอล์ต ดิสนีย์ ที่เข้าชิงถึง 56 ครั้ง แต่เสียชีวิตไปนานแล้ว


ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online เพลงเพราะทำงานเพลิน ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 

******************************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN



บันเทิง