SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN

 
 
ถ้าคุณชื่นชอบ Parasite : นี่คือหนังเกาหลีสุดระทึกที่ไม่ควรพลาด
 
ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 92 ซึ่งได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อคณะกรรมการมอบรางวัลใหญ่สุดอย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ให้กับ Parasite ภาพยนตร์ระทึกขวัญเสียดสีสังคมจากประเทศเกาหลีใต้ ของผู้กำกับ บองจุนโฮ ทำให้นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งรางวัลนี้ ที่มอบรางวัล Best Picture ให้กับภาพยนตร์ที่ไม่ได้ดำเนินเรื่องด้วยภาษาอังกฤษ สร้างความตื่นตะลึงให้กับคอหนังทั่วโลก โดยเฉพาะชาวเอเชีย ทำให้ผู้สร้างภาพยนตร์ในแถบนี้ มีขวัญกำลังใจ ว่ามีโอกาสเข้าใกล้เวทีระดับโลกมากยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้ ภาพยนตร์เอเชียที่เข้าขิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ร่วมกับหนังฮอลลีวู้ด และมีโอกาสลุ้นออสการ์มากที่สุด คือ Crouching Tiger, Hidden Dragon ของผู้กำกับ อั้งลี่ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว


 
หากมองย้อนกลับไป อุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีค่อยๆเริ่มเติบโตขึ้นอย่างมาก ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ผ่านการร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม ผ่านการสนับสนุนอย่างเป็นระบบจากรัฐบาล และผ่านการอุดหนุนของประชาชนในประเทศ ที่ดูหนังเกาหลีจำนวนมาก ไม่แพ้หนังจากฮอลลีวู้ด และยังส่งออกหนังในประเทศออกฉายในต่างชาติ โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่มีแฟนหนังและซีรีส์เกาหลีจำนวนมาก
 


แต่สำหรับคอหนังมือใหม่ ที่ได้มีโอกาสชม Parasite แล้วอยากดูหนังเกาหลี ผลงานจากผู้กำกับ บองจุนโฮ หรือหนังที่มีแนวใกล้เคียงกัน เป็นหนังระทึกขวัญ เขย่าขวัญ ชั้นเยี่ยม จากประเทศเกาหลีใต้ สัปดาห์นี้คอลัมน์ So Watch จึงขอหยิบยกเอาหนังเกาหลีสุดระทึกที่น่าสนใจ มาแนะนำกัน ซึ่งขอบอกไว้ก่อนเลยว่า แต่ละเรื่องเด็ดๆทั้งนั้น ไม่ควรพลาดแม้แต่เรื่องเดียว
 
**************************************
 
Memories of Murder (2003)
 
ย้อนกลับไปเมื่อ 17 ปีที่แล้ว นี่คือผลงานยุคแรกๆของ บองจุนโฮ ผู้กำกับของ Parasite ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาอย่างมาก ในฐานะผู้กำกับรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ทำหนังได้ระทึกและบีบขั้วหัวใจผู้ชม และนี่คือครั้งแรกที่เขาได้ร่วมงานกับ ซงคังโฮ นักแสดงคู่บุญที่ร่วมงานกันมาตลอดหลังจากนั้น จนกระทั่งโกอินเตอร์ด้วยกันกับ Parasite ในปีนี้
 


Memories of Murder
สร้างจากเรื่องจริงของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่สะเทืิอนขวัญมากที่สุดของเกาหลีใต้ และอาจจะกล่าวได้ว่า นี่คือคดี Serial Killer คนแรกของประเทศ เล่าถึงเรื่องราวของสองนักสืบ นักสืบปาร์ก และนักสืบโฮ ตำรวจท้องถิ่นที่ต้องรับมือกับคดีฆาตกรรม ฆ่าข่มขืนแล้วเอาศพผู้หญิงมาทิ้งไว้ในท่อระบายน้ำ แต่เพราะอยากให้คดีปิดไปเร็วๆ พวกเขาจึงจับเอาหนุ่มสติไม่ดี ชอบวิ่งไล่ตามผู้หญิงที่ทำร้ายร่างกายและสารภาพผิด แต่ก่อนที่คดีจะปิดลง เหตุฆาตกรรมครั้งใหม่ก็ปรากฏขึ้น ทำให้พวกเขาพบว่า นี่ไม่ใช่คดีธรรมดาๆอีกต่อไปแล้ว
 


คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ฮวาซอง จังหวัดคองกีนั้น เกิดขึ้นระหว่างปีค.ศ.1986-1991 ซึ่งมีเหยื่อเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวรวม 16 ราย และเมื่อปี 2003 ที่มีการสร้างหนังเรื่องนี้ ก็ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ จนกระทั่งล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ถึงเพิ่งจะจับคนร้าย จนผู้ก่อเหตุรับสารภาพ ทำให้ปิดตำนานฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของเกาหลีใต้ได้สำเร็จ ซึ่งเหตุดังกล่าว กลายเป็นแรงบันดาลใจให้สร้างหนังและซีรีส์มากมาย อาทิ Signal และ Tunnel แต่ในบรรดาทั้งหมดทั้งมวล Memories of Murder ก็ยังคงได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด
 
ในช่วงเวลาที่หนังเข้าฉายนั้น Memories of Murder ขึ้นแท่นหนังเกาหลีที่มีผู้ชมมากที่สุดในปี 2003 และสามารถกวาดรางวัลหนังยอดเยี่ยมได้จากหลายสถาบัน จนกระทั่งถึงปัจจุบัน หนังก็ยังคงได้รับการยกย่อง ในฐานะหนังเกาหลีที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง จากการตีแผ่สังคม และแวดวงข้าราชการได้อย่างเจ็บแสบ
 
 
The Handmaiden (2016)
 
นี่คือหนังเกาหลีเขย่าขวัญ-จิตวิทยา ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซ โดยผู้กำกับ ปาร์กชานวุก หนึ่งในผู้กำกับแถวหน้าของประเทศที่ได้รับการยกย่องมากที่สุด ซึ่งผลงานส่วนใหญ่ของเขาจะโดดเด่นในด้านตลกร้าย มีอารมณ์ขันที่เจ็บแสบ และมีฉากความรุนแรงค่อนข้างมาก เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่เล่าเรื่องราวย้อนกลับไปในเกาหลีสมัยปี 1930 เล่าถึงสาวน้อยหน้าตาใสซื่อ แต่ทำอาชีพเป็นโจรนักล้วงกระเป๋า เธอถูกส่งตัวเข้าไปในบ้านมหาเศรษฐี ในคราบของสาวใช้ เพื่อไปเป็นนางนกต่อ เพื่อหลอกล่อให้คุณหนู ลูกสาวของบ้าน ยอมแต่งงานกับสุภาพบุรุษท่านหนึ่ง ที่ส่งโจรสาวเข้าไปแฝงตัว เพื่อหวังฮุบสมบัติของตระกูลนี้
 


ฟังพล็อตอาจจะยังไม่มีอะไรมากมายนัก เพราะนั่นเป็นเพียงแค่ 30% ของหนังทั้งหมด นอกจากนี้ จะไม่สามารถเล่าเรื่องได้แล้ว เพราะจุดเด่นสุดของ The Handmaiden คือการเล่าเรื่องแบบคาดเดาไม่ได้ ผู้ชมจะถูกดึงเข้าไปในโลกแห่งการหลอกลวงที่ไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรคือเรื่องโกหก เช่นเดียวกับตัวละครในเรื่อง ที่เราไม่ได้สามารถคาดเดาได้เลยว่าใครไว้ใจได้ ไว้ใจไม่ได้ และบทสรุปของเรื่องราวจะไปจบลงที่ไหน
 


นอกจากการเล่าเรื่องที่ได้รับการยกย่องว่าสุดยอดแล้ว งานโปรดักชั่น ทั้งการออกแบบงานสร้าง ออกแบบเครื่องแต่งกาย การตัดต่อภาพยนตร์ ดนตรีประกอบ ด้วยมาในระดับมาสเตอร์พีซทั้งสิ้น เช่นเดียวกับการแสดงของทีมนักแสดงนำ ประกอบด้วย คิมมินฮี ในบทลูกสาวของบ้านเศรษฐี, คิมแทรี ในบทโจรที่ปลอมตัวไปเป็นสาวรับใช้ (ซึ่งต่อมาเธอคือนางเอกซีรีส์ Mr.Sunshine) และฮาจังวู ในบทของชายที่วางแผนเรื่องราวทั้งหมด (ซึ่งคอหนังเกาหลีจะคุ้นหน้าเขาอย่างดี ในฐานะพระเอกของ Along With The Gods และล่าสุดคือ Ashfall)
 
หนังประสบความสำเร็จอย่างมากในปีที่เข้าฉาย นอกจากจะทำรายได้อย่างน่าพอใจแล้ว หนังยังกวาดรางวัลมากมายจากหลากหลายสถาบัน รวมถึงสามารถติด Top 10 หนังโปรดประจำปี 2016 ของสื่อดังระดับโลกมากมาย อาทิ แดนนี่ โบว์ จากเว็บไซด์โรเจอร์ อีเบิร์ต ที่ให้เป็นหนังดีอันดับ 1 ของปี, แดน คาลาแฮน จากเว็บไซด์เดียวกัน ให้เป็นหนังยอดเยี่ยมอันดับที่ 2 ของปี หรือแม้แต่ The Guardians ยังยกให้หนังติด Top 50 หนังยอดเยี่ยมที่สุดของทศวรรษที่แล้วอีกด้วย 
         
 
The Wailing (2016)
 
หนังเขย่าขวัญเหนือธรรมชาติ ของผู้กำกับ นาฮงจิน จาก The Chaser และ The Yellow Sea ที่การันตีคุณภาพด้วยการไปฉายโชว์ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ และได้คะแนนเฉลี่ยนักวิจารณ์จากเว็บไซด์ Rotten Tomatoes ถึง 99% และจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ก็ยังได้รับการยกย่องในฐานะหนังเขย่าขวัญที่ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งต้องเตรียมใจและใช้พละกำลังในการชมอย่างมาก
 


หนังเล่าถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่สงบสุขมาเป็นเวลานาน แต่กลับเกิดเหตุการณ์สยองขึ้น สร้างความหวาดผวาเป็นอย่างมาก เมื่อมีสมาชิกของหลายครอบครัว ลุกขึ้นมาคุ้มคลั่ง มีพฤติกรรมประหลาด และฆ่าคนทั้งครอบครัวอย่างสยดสยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นไม่สามารถอธิบายสาเหตุของเรื่องราวทั้งหมดได้ มีกระทั่งข่าวลือว่า พฤติกรรมแปลกๆเกิดจากการเก็บเห็ดพิษมากิน ในเมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ ชาวบ้านจึงพุ่งเป้าไปที่ชายปริศนาชาวญี่ปุ่น ที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ เขาใช้ชีวิตแบบปลีกวิเวก และไม่สุงสิงกับใคร กลายเป็นเป้าหมายของชาวบ้านว่า เหตุการณ์ประหลาดทั้งหมด อาจเกิดจากเขา
 


The Wailing
คือหนังสยองขวัญชั้นเยี่ยม หนังสามารถรักษาบรรยากาศความไม่น่าไว้วางใจได้ตลอดทั้งเรื่อง สามารถทำให้ภาพของหมู่บ้านอันสงบสุข กลายเป็นสถานที่อันไม่พึงประสงค์ไปได้ ทุกพื้นที่ของบริเวณนี้ล้วนอันตราย จนกระทั่งไม่มีใครกล้าก้าวออกจากบ้าน หลากหลายตัวละครก็ดูประหลาดเกินกว่าจะคาดเดา นอกจากความบันเทิงในความเป็นหนังเขย่าขวัญแล้ว หนังยังสะท้อนสังคมได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย
 
 
Burning (2018)
 
หนังดราม่าจิตวิทยาสุดบีบอารมณ์ของผู้กำกับ ลีชางดง ที่เป็นตัวแทนประเทศเกาหลีใต้ ส่งไปชิงออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ปีก่อนหน้า Parasite แม้จะไม่ได้ชัยชนะกลับมา แต่ก็ถือว่าเป็นอีกผลงานคุณภาพที่ไม่ควรมองข้ามเลย
 


หนังดัดแปลงจากเรื่องสั้นที่ชื่อว่า Barn Burning (ซึ่งมีการแปลเป็นไทยด้วย ชื่อเรื่องว่า มือเพลิง) เล่าถึงเด็กหนุ่มที่ชีวิตค่อนข้างลำบาก เขาต้องทำหลายงานเพื่อเอาตัวรอด จนกระทั่งได้เจอกับสาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านสมัยเด็กๆ ทำให้ทั้งคู่เริ่มสานสัมพันธ์กัน จนกระทั่งมาถึงวันที่ฝ่ายหญิงจะต้องบินไปทำงานที่ต่างประเทศชั่วคราว เธอฝากอพาร์ทเมนต์และแมวให้เขาเลี้ยง เพื่อรอเวลาที่เธอจะกลับมา แต่แล้วทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด เมื่อเธอกลับควงหนุ่มเศรษฐีที่เจอที่นั่นกลับมาด้วย ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้ง 3 คนจึงค่อยๆซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ และนำไปสู่การขุดความลับอันดำมืด และเหตุการณ์อันไม่คาดคิด
 


Burning
เป็นหนังที่เล่าเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับเรื่องราวในหนังและความรู้สึกของตัวละคร ที่ค่อยๆสะสมความกดดัน อึดอัด จนนำไปสู่สิ่งที่พวกเราไม่คาดคิด โดยแม้หนังจะโฟกัสกับแค่ 3 ตัวละครหลัก แต่นักแสดงทั้งสามคน เอาอยู่หมด และถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครได้อย่างดี น่าติดตาม โดยรวมแม้ว่าหนังอาจจะไม่ได้ดูง่ายนัก เพราะไม่ได้รีบเร่งจะเล่าเรื่อง แถมด้วยการมีแฝงสัญญะให้ได้ตีความกัน และยาวถึง 150 นาที แต่ก็ไม่ได้มีจุดไหนของหนังที่รู้สึกน่าเบื่อเลย กลับค่อยๆระทึกและบีบอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆ
 
ก่อนที่หนังจะเป็นตัวแทนประเทศไปชิงออสการ์อย่างที่เกริ่นไป Burning ก็สร้างความฮือฮาตั้งแต่แรกด้วยการเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำในเทศกาลหนังเมืองคานส์ แม้จะไม่ได้รับรางวัลใหญ่กลับมา แต่ก็คว้ารางวัล International Critic's Prize กลับมาได้ และเมื่อสิ้นสุดปี สื่อหลายสำนักใหญ่ในอเมริกา อาทิ New York Time, LA Time ต่างยกให้หนังติด 1 ใน 10 หนังยอดเยี่ยมในปี 2018 และทุกวันนี้ในโรงหนังอินดี้ของไทยอย่างลิโด้ ก็ยังคงมีการนำเอา Burning กลับมาฉายซ้ำในโรงอยู่บ่อยครั้ง
 
 
Mother (2009)
 
อีกหนึ่งผลงานชิ้นเยี่ยมของผู้กำกับ บองจุนโฮ จาก Parasite และ Memories of Murder ที่ได้พระเอกสุดฮ็อตอย่าง วอน บิน มารับบทนำ ในบทบาทที่พลิกไปจากเดิม เขารับบทเป็นชายวัย 27 ปีที่พิการทางสมอง จึงมักจะถูกกลั่นแกล้งโดยเสมอ แต่เพราะอยากมีความรัก เขาจึงมักจะเดินตามหญิงสาวอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งค่ำคืนหนึ่งที่เขาดื่มหนักมากจนเมามาย และถูกเจ้าของร้านไล่กลับบ้าน ระหว่างทางเขาก็ไปเดินตามเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง แบบที่ชอบทำเป็นประจำ แต่เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา กลับพบกับข่าวที่ว่า เด็กผู้หญิงคนดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว และถูกนำศพไปห้อยไว้บนตึก กลายเป็นคดีเขย่าขวัญคนไปทั้งแถบนั้น ซึ่งตำรวจปักใจเชื่อว่าน่าจะเป็นชายสติไม่สมประกอบคนนี้นี่แหละที่ก่อคดี
 


จากเหตุการณ์ทั้งหมด สร้างความสะเทือนใจให้กับแม่ของเขาเป็นอย่างมาก เพราะเธอไม่เหลือใครแล้ว อาศัยอยู่กันเพียงสองแม่ลูก และเธอก็เชื่อมั่นว่าลูกชายเป็นคนดี ด้วยความไม่รู้เรื่องอะไร จึงไม่สามารถจะก่อเหตุได้ ทำให้เธอตัดสินใจข้ามหน้าข้ามตาตำรวจ ด้วยการสืบคดีเองทั้งหมด เพื่อหวังจะล้างมลทินให้กับลูก
 


แม้ว่าภาพรวมของหนังจะเป็นหนังฆาตกรรมระทึกขวัญ แต่ประเด็นเรื่องของแม่ผู้สูงวัย ที่ลุกขึ้นมาทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องลูกชาย ก็เป็นส่วนที่ดราม่าและบีบหัวใจผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยหนังเริ่มสร้างชื่อเสียงจากการเข้าชิงรางวัลในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ในสาขา Un Certain Regard และกลับมาทำเงินอย่างน่าพอใจในบ้านเกิด ติด Top 10 หนังทำเงินสูงสุดของปี 2009 ที่เกาหลีใต้ และปิดท้ายด้วยการกวาดรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากหลายสถาบันในเกาหลี จนกระทั่งทุกวันนี้ เมื่อมีการแนะนำหนังเด่นของ บองจุนโฮ เรื่อง Mother นี้ก็ยังคงติดอยู่ในลิสต์หนังดีห้ามพลาดอยู่เสมอ
 
 
Old Boy (2003)
 
หนังทริลเลอร์ที่เข้มข้นและเป็นที่จดจำมากที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ ของวงการภาพยนตร์เกาหลี ผลงานของผู้กำกับ ปาร์กชานวุก และเป็นหนึ่งในสามของหนังชุด The Vengeance Trilogy ซึ่งนอกจากเรื่องนี้ประกอบด้วย Sympathy For Mr.Vengeance และ Lady Vengeance แต่คอหนังสามารถแยกชมทั้งสามเรื่องได้ โดยไม่ต้องดูต่อเนื่องกัน
 


เล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ถูกจับไปขังไว้ในห้องๆหนึ่งนานถึง 15 ปี โดยที่เขาไม่ทราบว่าใครเป็นคนที่จับเขามา และทำไปเพราะเหตุผลใด จนกระทั่งเมื่อเขาได้รับการปล่อยตัวออกมา จึงตัดสินใจออกตามล่าคนที่คุมขังเค้าไว้เพื่อล้างแค้น แต่ในขณะเดียวกัน ในวันที่เขาไม่มีใคร เขาก็ได้พบรักกับหญิงสาวเชฟร้านซูชิคนหนึ่ง กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อยๆงอกเงย ท่ามกลางความรุนแรงและสภาพแวดล้อมอันเสื่อมโทรม
 


ภาพยนตร์เกาหลีเรื่องนี้สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกจากการคว้ารางวัล Grand Prix จากเทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อปี 2004 มาได้สำเร็จ และได้รับการยกย่องอย่างมากจากประธานคณะกรรมการของรางวัลในปีนั้น นั่นคือ เควนติน ทารันติโน่ ต่อมาหนังก็สามารถกวาดรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากหลากหลายสถาบันในช่วงสิ้นปี และความนิยมของหนังก็ส่งให้ผู้กำกับ สไปค์ ลี ตัดสินใจหยิบหนังมารีเมกเป็นฉบับฮอลลีวู้ด และออกฉายในปี 2013 แต่น่าเสียดายที่หนังล้มเหลวทั้งในแง่ของรายได้และคำวิจารณ์


ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online เพลงเพราะทำงานเพลิน ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 

******************************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN


 
 
 
 

บันเทิง