SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN

ส่องหนังเขย่าขวัญปี 2020 : เรื่องไหนเด็ด สยอง ไม่ควรพลาด

         ในฮอลลีวู้ดยุคปัจจุบัน นอกจากหนังซูเปอร์ฮีโร่ แฟรนไชส์ดังๆแล้ว หนังอีกประเภทที่สตูดิโอน้อยใหญ่ต่างให้ความสำคัญคือ "หนังเขย่าขวัญ" สาเหตุหลักที่หนังประเภทนี้มักเป็นลูกรักของเจ้าของค่ายหนังนั้น คือมันมักจะใช้ทุนสร้างที่น้อย และทำกำไรอย่างงดงามให้กับค่ายอยู่เสมอ ถึงแม้เรื่องไหนจะขาดทุน ก็ไม่เจ็บตัวนัก ส่วนเรื่องไหนเผลอฮิตขึ้นมา ก็ทำกำไรชุดใหญ่ให้กับค่ายเลย

 

          อย่างปีที่แล้ว หนังสยองขวัญที่ร้อนแรงสุดเรื่องหนึ่งคือภาพยนตร์เรื่อง Us ผลงานชิ้นที่สองของ จอร์แดน พีลล์ จาก Get Out ที่สามารถกวาดรายได้มากถึง 250 ล้านเหรียญฯจากทั่วโลก ด้วยทุนสร้างที่ยูนิเวอร์แซลจ่ายไปเพียง 20 ล้านเหรียญฯเท่านั้น สามารถทำกำไรให้กับค่ายหนังถึง 10 เท่า หรือหนังอย่าง It ที่สร้างจากนิยายของสตีเฟ่น คิงส์ สามารถกวาดรายได้จากสองภาครวมกันระดับ 1,000 ล้านเหรียญฯ สูงจนหนังฟอร์มยักษ์หลายเรื่องต่างอิจฉา ทั้งๆที่หนังใช้ทุนสร้างไปไม่มากมาย เมื่อเทียบกับหนังแอ็กชั่นหรือหนังแฟนตาซีหลายๆเรื่อง

 

          มากไปกว่านั้น หนังเขย่าขวัญบางอย่างยังสามารถสร้างเป็นภาคต่อ รวมถึงต่อยอดเป็นจักรวาลหนังได้กว้างไกล ไม่แพ้จักรวาลมาร์เวลหรือจักรวาลดีซีในเครือหนังซูเปอร์ฮีโร่เลย นั่นคือจักรวาลผี The Conjuring ซึ่งปีที่แล้ว ก็ต่อยอดออกมา มีทั้งหนัง Annabelle ภาคใหม่ รวมถึง The Curse of La Llorona ที่แม้จะไม่ได้เกี่ยวกันโดยตรง แต่ก็อยู่ในจักรวาลเดียวกัน ซึ่งหนังทุกเรื่องในเครือ The Conjuring ล้วนใช้ทุนสร้างเพียงน้อยนิด และทำกำไรให้กับค่ายวอร์เนอร์ฯอยู่เสมอ จนกระทั่งส่งให้หัวเรือใหญ่ของหนังชุดนี้อย่าง เจมส์ วาน กลายเป็นปรมาจารย์หนังเขย่าขวัญสำหรับยุคสมัยนี้

 

          สำหรับปี 2020 นี้ก็มีหนังเขย่าขวัญที่น่าจับตามองหลายต่อหลายเรื่อง ทั้งหนังไอเดียสดใหม่ ไปจนถึงหนังภาคต่อ หนังภาคแยก หรือแม้แต่หนังรีเมก แต่ละเรื่องมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น คอลัมน์ So Watch ในสัปดาห์นี้ ขอรวบรวมมายั่วน้ำลายคอหนังเขย่าขวัญกันสักหน่อย

 

**************************************

 

The Grudge

         
         หนังเขย่าขวัญเรื่องแรกของปี 2020 ที่ฉายในอเมริกาเปิดศักราชสัปดาห์แรกของปีเลย ส่วนในไทยเพิ่งจะเข้าฉายเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ซึ่งคอหนังจำนวนไม่น้อยอาจจะสงสัยว่า The Grudge ภาคนี้ สถานะของมันคืออะไรกันแน่ จะเป็นรีเมกหรือหนังภาคต่อ ซึ่งผู้สร้างได้อธิบายว่า มันคือ "Sidequel” หรือหนังภาคแยกที่เล่าเรื่องคู่ขนานกับภาคแรก อธิบายเพิ่มเติมคือ หนัง The Grudge ฉบับอเมริกาภาคแรกนั้น เล่าเหตุการณ์ในปี 2004 โดยหนังเรื่องใหม่นี้ จะเล่าเหตุการณ์ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่เป็นคนละเหตุการณ์ แต่มีผลข้างเคียงมาจากหนังเรื่องดังกล่าว

 

          สำหรับภาคนี้เริ่มต้นจากตัวละครหนึ่งที่ชื่อ ฟิโอนา เดินทางไปยังบ้านเฮี้ยนในกรุงโตเกียวในหนัง The Grudge ต้นฉบับ หลังจากนั้นเธอก็พาอาถรรพ์ดังกล่าวติดตัวมาด้วย กลับมายังอเมริกา คำสาปที่ว่านี้คือ ใครที่ย่างก้าวเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวจะต้องตาย ผลคือเมื่อเธอเดินทางกลับมาบ้านของเธอในสหรัฐฯ คืนนั้นเธอก็ฆ่าลูก ฆ่าสามี และฆ่าตัวตาย และต่อมาเมื่อมีใครย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ก็มักจะจบชีวิตอย่างสยดสยองแทบทั้งสิ้น จนกระทั่งมีตำรวจหญิงคนใหม่ย้ายเข้ามาในเมือง และเธอสนใจในคดีนี้ทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง แต่เธอจะสามารถล้างอาถรรพ์ครั้งนี้ได้หรือไม่ ต้องไปติดตาม

 

          แม้ว่าหนังจะโดนกระแสลบอย่างหนักในอเมริกา ถึงขั้นได้คะแนนเฉลี่ยผู้ชม (หรือ Cinema Score) เกรด F แต่ก็สามารถฝ่าฟันคำวิจารณ์มาได้ จนกระทั่งกวาดเงินจากทั่วโลกไปมากกว่า 50 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างเพียง 10 ล้านเหรียญฯเท่านั้น อาศัยชื่อเสียงของแฟรนไชส์ The Grudge ในการเรียกผู้ชมเข้าไปชมในโรงภาพยนตร์ สร้างกำไรให้กับค่ายโซนี่ พิคเจอร์ พอสมควร แม้ว่าจะไม่ได้เป็นหนังฮิตหรือทำรายได้มากมายอะไรนัก

 

กำหนดฉาย : วันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

The Invisible Man

 

 

          นี่คือการตีความใหม่ของเรื่องราว มนุษย์ล่องหน จากต้นฉบับที่เป็นนิยายของ เอช.จี. เวลล์ และเคยถูกสร้างเป็นหนังคลาสสิคมาแล้วเมื่อปี 1933 หรือเมื่อเกือบ 90 ปีที่แล้ว โดยล่าสุดเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างค่ายยูนิเวอร์แซล นำมาปัดฝุ่นสร้างใหม่ โดยมอบหมายหน้าที่ให้ ลีห์ แวนเนล มือเขียนบทจาก Saw และ Insidious ซึ่งไว้ใจได้เรื่องความระทึกขวัญ มาดูแลโปรเจ็คนี้

 

          เล่าเรื่องราวของ เซซิเลีย (รับบทโดย อลิซาเบ็ธ มอสส์ จาก The Handmaid's Tale) นักวิทยาศาสตร์สาวที่มักโดนทารุณจากแฟนหนุ่ม ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคนรัก มักจบลงที่ความรุนแรงและความโกรธแค้นอยู่เสมอ จนบางครั้งเธอต้องหนีตายมาหาพี่สาวหรือเพื่อนสนิท จนกระทั่งวันหนึ่งเธอพบว่า คนรักของเธอนั้นฆ่าตัวตาย แต่ช่วงเวลาที่ดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังจบลง เธอกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความสยองบางอย่าง เหมือนว่าคนรักของเธอที่ตายไปแล้ว จะไม่ได้หายไปไหน เธอเป็นคนเดียวที่คิดว่าการตายของเขาเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง ในขณะที่คนรอบตัวเธอคิดว่า เธอกำลังจะเสียสติไปแล้ว

 

          แม้ว่าหนังจะยังไม่เข้าฉายทั้งในอเมริกาและบ้านเรา แต่กระแสล่าสุดจากรอบนักวิจารณ์ที่เล็ดรอดออกมาเผยว่า นี่คือหนังเขย่าขวัญที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบปีอย่างแน่นอน หนังมาพร้อมกับฉากสุดระทึกมากมาย ที่จะทำให้คอหนังนั่งไม่ติดเก้าอี้ นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า ทางยูนิเวอร์แซลได้พัฒนาโปรเจ็คภาคแยกของหนังแล้ว เป็น The Invisible Woman ซึ่งจะเป็นมนุษย์ล่องหนเวอร์ชั่นผู้หญิง ที่จะได้ อลิซาเบ็ธ แบงค์ จาก Charlie's Angels ฉบับล่าสุดมาคุมโปรเจ็คดังกล่าว

 

กำหนดฉาย : 5 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

Brahms : The Boy II



         นอกจาก Annabelle แล้ว หนังประเภทตุ๊กตาผีอีกเรื่องที่สร้างความฮือฮาพอสมควรเมื่อ 4 ปีที่แล้ว คือ The Boy ของค่ายหนังอิสระอย่าง STX Films ที่สามารถกวาดรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า 60 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างไม่ถึง 10 ล้าน จึงไม่แปลกใจที่ทางค่ายหนังพยายามจะดันภาคต่อออกมา โดยยึดคอนเซปท์เดิม แต่เปลี่ยนเรื่องราวใหม่ทั้งหมด แบบที่ว่าคนที่ไม่เคยดูภาคแรกสามารถข้ามมาอุดหนุนหนังภาคนี้ได้เลย

 

          Brahms : The Boy II เล่าเรื่องราวของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ที่ประสบปัญหาลูกชายมีพฤติกรรมแปลกๆ จากคำแนะนำของจิตแพทย์ พวกเขาจึงเดินทางย้ายไปอยู่ในบ้านหลังใหม่นอกเมือง เพื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อม และหวังให้ลูกของพวกเขากลับมาเป็นปกติ แต่ ณ ที่แห่งนี้ ลูกชายของพวกเขา กลับพบตุ๊กตาแปลกๆตัวหนึ่ง และตั้งชื่อให้กับมันว่า บรามห์ ในขณะที่ลูกชายค่อยๆตัวติดกับตุ๊กตาบรามห์มากขึ้นเรื่อยๆ แม่ของเขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความสยองบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น และทุกครั้งที่เธอพยายามจะแยกบรามห์ออกจากลูกของเธอ สิ่งน่ากลัวบางอย่างก็มักจะเกิดขึ้น

 

          ความน่าสนใจของหนังภาคนี้คือ การที่ได้ วิลเลี่ยม เบรนต์ เวลล์ ผู้กำกับจากภาคแรกกลับมาสานต่อเรื่องราวเดิม กับความสยดสยองครั้งใหม่ของตุ๊กตาผีตัวนี้ ซึ่งภาคนี้ยังได้ นักแสดงฝีมือดีอย่าง เคธี่ โฮมส์ จาก Batman Begins และ The Gift มารับบทนำอีกด้วย ซึ่งจากตัวอย่าง หนังก็ได้กระแสแง่บวกพอสมควร คาดว่าน่าจะสยองและดูเพลินไม่ต่างจากหนังภาคแรก

 

กำหนดฉาย : 12 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

A Quiet Place Part II



          คงจะไม่เกินจริงนัก ถ้าจะกล่าวว่านี่คือหนังเขย่าขวัญที่มีคอหนังทั่วโลกต่างรอคอยมากที่สุด เพราะหนังภาคแรกคือปรากฏการณ์อย่างแท้จริง จากทุนสร้างเพียง 17 ล้านเหรียญฯ หนังสามารถกวาดรายได้จากทั่วโลกไปมากถึง 340 ล้านเหรียญฯ หรือทำกำไรให้กับค่ายหนังพาราเมาต์ไปมากถึง 20 เท่า นอกจากนี้หนังยังได้รับคำชมอย่างล้นหลาม เรื่องความระทึกเนื่องด้วยพล็อตที่เล่าถึง โลกมนุษย์ที่โดนสัตว์ประหลาดโจมตีจนรกร้าง ผู้รอดชีวิตต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางความเงียบ เพราะสัตว์ลึกลับนี้ ล่าเหยื่อจากการฟังเสียง ที่ใดที่มีเสียงขยับเขยื้อน เสียงพูด หรือแม้แต่เสียงอะไรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พวกมันก็จะไปล่าเหยื่อที่นั่น ทำให้หนังทั้งเรื่อง แทบจะไม่มีบทสนทนาหรือเสียงประกอบใดๆ บรรยากาศในโรงภาพยนตร์จึงเงียบสงัดเช่นกัน

 

          โดยภาคต่อนี้ ได้ผู้กำกับและพระเอกจากภาคแรกอย่าง จอห์น คราซินสกี้ กลับมาคุมโปรเจ็คเหมือนเดิม และได้ เอมิลี่ บลันต์ (ภรรยาของเขาในชีวิตจริง) กลับมารับบทนำ เป็นคุณแม่ที่ต้องพาลูกๆทั้ง 3 คนเอาชีวิตรอด ท่ามกลางสังคมที่กลายเป็นเมืองร้าง เธอจึงออกตามหาผู้รอดชีวิตคนอื่นๆเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อเธอได้พบกับคนกลุ่มใหม่ เธอกลับพบว่า สิ่งที่น่ากลัว ณ ตอนนี้ ไม่ใช่เพียงสัตว์ประหลา่ดเท่านั้น แต่ยังมีบางอย่างที่น่ากลัว และชวนสยดสยองไม่แพ้กัน

 

          สำหรับหนังภาคใหม่นี้ ได้สมาชิกใหม่มาร่วมจอ คือ ซิลเลี่ยน เมอร์ฟีย์ จาก 28 Days Later และจิมอน ฮอนชู จาก Guardians of the Galaxy ในขณะที่ จอห์น คราซินสกี้ แม้ตัวละครของเขาจะเสียชีวิตไปในภาคแรกแล้ว แต่ยังคงกลับมาปรากฏตัวในฉากแฟลชแบ็ค ของภาคนี้ด้วย ซึ่งล่าสุดนักวิเคราะห์ Box Office ของอเมริกา เผยว่ากระแสหนังกำลังร้อนแรงมากๆ และอาจจะเปิดตัวสุดสัปดาห์แรกได้มากถึง 70 ล้านเหรียญฯเลยทีเดียว ซึ่งเปิดตัวเลขที่สูงไม่แพ้กับหนังฟอร์มยักษ์เลย ทั้งๆที่ใช้ทุนสร้างต่างกันลิบลับ

 

กำหนดฉาย : 19 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

The New Mutants



          ในบรรดารายชื่อหนังเขย่าขวัญปีนี้ The New Mutants ถือเป็นว่าโปรเจ็คที่มีความแตกต่างมากที่สุด เพราะมันคือหนังซูเปอร์ฮีโร่ ที่ถูกเล่าเรื่องในโทนของหนังเขย่าขวัญ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่หนังในจักรวาลของ X-Men จะถูกถ่ายทอดใน Mood & Tone นี้ ซึ่งโดยปกติแล้วหนังในเครือของ X-Men เส้นเรื่องปกติ จะถูกเล่าในบรรยากาศของหนังแอ็กชั่นทั่วไป หรือเรื่องแยกอย่าง Deadpool ก็จะเป็นหนังแอ็กชั่นเบาสมองอย่างชัดเจน นี่จึงเป็นครั้งแรกที่หนังจะลองเชิง ในแง่มุมของการเป็นหนังเขย่าขวัญ

 

          The New Mutants เล่าเรื่องราวของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์วัยรุ่น ที่ถูกคุมขังไว้ในสถานบำบัดแห่งหนึ่ง โดยมีตัวละครเดินเรื่องคือ แดเนี่ยล มูนสตาร์ หรือ มิราจ (รับบทโดยนักแสดงสาวหน้าใหม่ บลู ฮันต์) มิวแตนท์ที่มีความสามารถในการสร้างภาพลวง มนุษย์กลายพันธุ์น้องใหม่ที่ถูกส่งเข้ามาอาศัยในสถานที่แห่งนี้ แม้ภาพรวมจะดูเหมือนโรงเรียนกึ่งสถานบำบัด แต่อันที่จริงแล้ว มันคือคุกดีๆนี่เอง พวกเขาจึงวางแผนจะหลบหนีเอาตัวรอดจากสถานที่แห่งนี้ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังอันมหาศาล ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 

          ความน่าสนใจของ The New Mutants คือการที่หนังได้นักแสดงวัยรุ่นที่กำลังโด่งดังมากมาย มาร่วมจอ ไม่ว่าจะเป็น อันย่า เทย์เลอร์ จอย เจ้าแม่หนังสยองขวัญรุ่นใหม่จาก The Witch และ Split มาเจอกับ เมซีย์ วิลเลี่ยม ที่คอซีรีส์คุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากบท อาร์ย่า สตาร์ค ในซีรีส์สุดฮิตอย่าง Game of Thrones รวมถึงชาร์ลี ฮีตตั้น จากซีรีส์ Stranger Things โดยหนังเป็นผลงานชิ้นล่าสุดจาก จอช บูน ผู้กำกับจาก The Fault In Our Stars แต่สิ่งที่น่ากังวลสำหรับโปรเจ็คนี้ คือหนังถ่ายไปนานกว่า 2 ปีแล้ว และใช้เวลาแก้ไขหนังค่อนข้างนาน ซึ่งคอหนังก็ได้แต่ลุ้นกันว่า ผลลัพภ์ท้ายสุด จะออกมาน่าพอใจ คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

 

กำหนดฉาย : 2 เมษายนนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

Fantasy Island



          ต้นฉบับคือทีวีซีรีส์ที่ฉายในช่อง ABC เมื่อปลายยุค 70 ถูกนำมาตีความใหม่เป็นหนังสยองขวัญเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ โดย เจฟฟ์ วัดโลว์ ผู้กำกับหนังสยองขวัญเรื่อง Truth or Dare ภายใต้การดูแลของค่ายหนังเจ้าพ่อหนังเขย่าขวัญยุคนี้อย่าง บลัมเฮ้าท์ ที่ประสบความสำเร็จจาก Paranormal Activity, The Purge และ Get Out เล่าเรื่องราวของบุคคลแปลกหน้า 5 คนที่ได้เดินทางไปยังเกาะสวรรค์แห่งหนึ่ง ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้ ทุกอย่างที่คุณปรารถนา ที่ใฝ่ฝัน มันจะเป็นจริงได้ ไม่ว่าคุณจะขออะไรก็ตาม สิ่งนั้นก็จะเกิดขึ้นที่เกาะแห่งนี้ แต่ไม่นานหลังจากที่คุณสมปรารถนา เหตุการณ์สยองขวัญก็จะค่อยๆตามมา กลายเป็นเรื่องราวของคนแปลกหน้า 5 คน ที่จะต้องเอาชีวิตรอดจากเกาะนรกแห่งนี้ สถานที่ที่ถูกล้อมรอบโดยมหาสมุทร สถานที่ที่คุณไม่สามารถหนีออกไปได้

 

          ผู้สร้างเผยว่า หนัง Fantasy Island ฉบับนี้จะมีกลิ่นอายคล้ายกับซีรีส์ Westworld บวกกับ The Cabin In The Wood ซึ่งล่าสุดหนังเข้าฉายในอเมริกาและบางประเทศทั่วโลกไปแล้ว สามารถเก็บรายได้จากสุดสัปดาห์แรกไป 21 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างเพียง 7 ล้าน ถือว่าทำกำไรไปเป็นที่เรียบร้อย โดยหนังมีนักแสดงที่คอหนังคุ้นหน้าคุ้นตามาร่วมจอหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล พีน่า จาก Ant-Man, แม็กกี้ คิว จาก Divergent และลูซี่ ฮอลล์ จากซีรีส์ Pretty Little Liars ที่เพิ่งร่วมงานกับผู้กำกับเรื่องนี้กันไปใน Truth or Dare ด้วย

 

กำหนดฉาย : 15 เมษายนนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

Antebellum



 
         
หนึ่งในหนังเขย่าขวัญที่มาพร้อมกับไอเดียสดใหม่ไม่กี่เรื่องในปีนี้ ที่ถูกจับตามองว่า อาจจะขึ้นแท่นหนังฮิตระดับเดียวกับ Get Out หรือ Us ก็เป็นอันได้ เล่าเรื่องราวของ นักเขียนหญิงที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ที่พบว่าเธอกำลังติดอยู่ในโลกของฝันร้าย ที่ถูกคั่นบางๆระหว่างความเป็นจริงกับความฝัน ทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งสยองที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเธอ อะไรคือโลกที่แท้จริงกันแน่

 

          ความน่าสนใจคือหนังได้ ชาเนล โมเน่ต์ นักแสดงนักร้องหญิงจาก Hidden Figures มารับบทดังกล่าว และเป็นผลงานการกำกับของ เจอราร์ด บุช และคริสโตเฟอร์ เรนท์ สองผู้กำกับหน้าใหม่ที่กำลังมาแรง นอกจากนั้นแล้ว ภาพรวมของโปรเจ็คยังคงถูกปิดเป็นความลับอย่างมาก แม้แต่พล็อตเรื่องเองก็ถูกเล่าเพียงผิวเผินเท่านั้น (ตามที่เล่าไปก่อนหน้านี้) ทำให้โปรเจ็คหนังเขย่าขวัญเรื่องนี้ ยิ่งสร้างความยั่วยวนในบรรดากลุ่มคอหนังเขย่าขวัญ เพราะยิ่งรู้น้อยที่สุด ยิ่งอยากดูมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ตัวอย่างแรกที่ปล่อยออกมา ก็สร้างความตื่นตะลึงให้กับแฟนๆ เพราะมีการผสมผสานกันของสังคมในโลกปัจจุบัน กับอเมริกาในยุคสมัยสงครามกลางเมือง ทำให้แฟนๆต่างงงว่ามันมาผสมผสานกันได้อย่างไร ซึ่งคำตอบทั้งหมด คงต้องไปค้นหากันเอาเองในหนังเท่านั้น

 

กำหนดฉาย : 23 เมษายนนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

The Woman In The Window



          ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันนี้ของ เอ.เจ.ฟินน์ กลายมาเป็นหนังเขย่าขวัญ ผลงานชิ้นล่าสุดของผู้กำกับ โจ ไรท์ ที่สร้างหนังคุณภาพมากมายทั้ง Pride & Prejudice, Atonement และ Darkest Hours และได้นักแสดงยอดฝีมืออย่าง เอมี่ อดัมส์ มารับบทนำ ในบทบาทของ ดร.แอนนา ฟ็อกซ์ หญิงสาวที่ชอบปลีกวิเวกจากสังคม แม้ว่าเธอจะอาศัยอยู่ในเมืองที่พลุกพล่านอย่างนิวยอร์ก แต่สิ่งที่เธอชื่นชอบก็คือการดื่มและแอบสอดส่องชีวิตของเพื่อนบ้าน จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้พบเห็นเหตุการณ์ประหลาดขึ้น และเรื่องราวสุดระทึกขวัญทั้งหมด ก็เริ่มต้นขึ้นที่ตรงนี้

 

          นอกจาก เอมี่ อดัมส์ แล้ว ทีมนักแสดงของหนังเรื่องนี้ ถือว่าเกรดเอแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสองนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง แกรี่ โอลด์แมน จาก Darkest Hours และจูลี่แอนน์ มัวร์ จาก Still Alice ร่วมด้วย แอนโธนี่ แม็คคีย์ จากหนัง Captain America ซึ่งนอกจากทีมนักแสดงที่จะเชิญชวนคอหนังให้มาชมแล้ว จากตัวอย่างแรกที่ปล่อยออกมา หลายเสียงบอกว่าหนังเรื่องนี้มีกลิ่นอายคล้ายหนังเขย่าขวัญเรื่อง Rear Window ของเจ้าพ่อหนังสยองขวัญอย่าง อัลเฟร็ด ฮิชต์ค็อก เป็นอย่างมาก รวมถึงน่าจะให้อารมณ์คล้ายคลึงกับ The Girl on The Train อีกหนึ่งหนังทริลเลอร์ก่อนหน้านี้ ที่มาพร้อมกับพล็อตเรื่องและบทสรุปที่คาดเดาไม่ได้

 

กำหนดฉาย : 15 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

The Conjuring : The Devil Made Me Do It



 
            
ภาคล่าสุดของหนังในจักรวาล The Conjuring ต่อจากภาคแรกและภาคสองเมื่อปี 2013 และ 2016 หลังจากแวะไปเล่าเรื่องของผีร่วมจักรวาลอย่าง Annabelle และ The Nun ล่าสุดทางค่ายวอร์เนอร์ก็พร้อมกลับมาเล่าเส้นเรื่องหลักอีกครั้ง กับเคสใหม่ของ สามีภรรยาตระกูลวอร์เรน นักปราบผีมืออาชีพ ที่ได้ แพทริค วิลสัน และเวร่า ฟามิงก้า กลับมารับบทเดิมอีกครั้ง โดยพล็อตคร่าวๆของหนังภาคนี้ที่ทางค่ายหนังเปิดเผยคือ จะเป็นการเล่าถึงเคสที่อ่อนไหวสุดของสามีภรรยาคู่นี้ เมื่อพวกเขาต้องเผชิญกับคดีฆาตกรรม ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่า เขาถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงในขณะที่ก่อเหตุ ช่วงเวลาที่คนร้ายฆ่าคนตายนั้น ไม่ใช่ตัวเขาเอง แต่กลับถูกวิญญาณของเด็กผู้ชายสุดอาฆาตเข้ายึดร่าง

 

          เหตุผลหนึ่งที่แฟนๆของ The Conjuring อาจจะต้องรอภาคใหม่นี้นานกว่าปกติ เนื่องจาก เจมส์ วาน ผู้กำกับจากสองภาคแรก และโปรดิวเซอร์ของภาคนี้ เผยว่า พวกเราให้เวลากับการทำสคริปค่อนข้างนานมาก เนื่องจากผลตอบรับจากสองภาคแรกดีมาก แฟนๆรักหนังของเรา ดังนั้นจึงไม่อยากที่จะรีบ และใช้เวลากับบทภาพยนตร์จนกระทั่งมั่นใจมากที่สุด โดยในภาคที่ 3 นี้จะขยับเส้นเรื่องมาเล่าในช่วงยุค 80 ต่างจากสองภาคแรกที่เล่าเหตุการณ์ในช่วงยุค 70 ดังนั้นบรรยากาศของหนังภาคนี้ ก็จะให้อารมณ์ที่แตกต่างจากภาคก่อนหน้า

 

กำหนดฉาย : 10 กันยายนนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

Halloween Kills



 

          หนึ่งในหนังเขย่าขวัญที่สุดคลาสสิคตลอดกาล ต้องยกให้หนังชุด Halloween ที่เริ่มสร้างชื่อตั้งแต่ยุค 70 จนกระทั่งมีภาคต่อตามออกมาเรื่อยๆ นอกจากจะสร้างชื่อเสียงให้กับนางเอกอย่าง เจมี่ ลี เคอร์ติส แล้ว ยังทำให้ชื่อของ ไมเคิล เมเยอร์ ฆาตกรโรคจิตที่ไล่ฆ่าคนในเรื่อง ขึ้นแท่นหนึ่งในตัวละครที่น่าหวาดกลัวมากที่สุดตลอดกาล ชุดของตัวละครนี้ ยังคงถูกสวมใส่ในเทศกาลฮัลโลวีนจริงๆในทุกปี

 

          จนกระทั่งเมื่อ 2 ปีหนัง Halloween ถูกนำมาสร้างภาคใหม่อีกครั้ง โดยนางเอกต้นฉบับอย่าง เจมี่ ลี เคอร์ติส และได้ผู้กำกับจากต้นฉบับอย่าง จอห์น คาร์เพนเตอร์ มานั่งแท่นเป็นที่ปรึกษา และประสบความสำเร็จอย่างมาก ทางค่ายยูนิเวอร์แซลจึงได้ไฟเขียวสร้างภาคต่อตามออกมา กลายเป็น Halloween Kills ที่จะเข้าฉายในปีนี้ ซึ่งถ้านับรวมหนัง Halloween ทั้งหมดที่มีการสร้างมา นี่ถือเป็นหนังเรื่องที่ 12 แล้ว โดยในภาคนี้ เจมี่ ลี เคอร์ติส ก็ยังคงกลับมารับบทนำอีกครั้ง ในบทบาทของ ลอรี่ ที่ต้องมาหนีการไล่ล่าของ ไมเคิล แต่เรื่องราวของภาคนี้จะเดินไปในทิศทางไหน จะระทึกยิ่งกว่าเดิมหรือไม่คงต้องมาลุ้นกัน

 

กำหนดฉาย : 15 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

 

**************************************

ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online Work hard Chill Hard ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 
******************************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN

บันเทิง