SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN

รีวิว The Closet หนังผีจากเกาหลีใต้ที่สะท้อนสังคม

 

HIGHLIGHTS

 

  • พระเอก ฮาจองอู จาก Along With The Gods กับบทบาทคุณพ่อที่ลูกสาวหายตัวไปอย่างปริศนาในบ้านหลังใหม่ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับวิญญาณร้ายที่อาฆาตพวกเขา โดยนักแสดงแถวหน้าท่านนี้เผยว่านี่คือครั้งแรกสำหรับเขาในการเล่นหนังผีอย่างเต็มตัว โดยครั้งแรกที่อ่านบท เขาก็สัมผัสได้ว่าเรื่องนี้น่าสนใจมาก และตัดสินใจจะร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้แทบจะทันที

 

  • นอกจากจะเป็นหนังผีที่มีฉากชวนหลอนตลอดทั้งเรื่องแล้ว แก่นแท้ของ The Closet คือหนังดราม่าที่สะท้อนสถาบันครอบครัวในเกาหลี อีกทั้งยังวิพากษ์สังคมในยุคปัจจุบันอีกด้วย เนื่องจากแรงจูงใจในการกระทำของตัวละครต่างๆในเรื่อง ล้วนมีผลมาจากปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมแทบทั้งสิ้น

 

  • นักวิจารณ์หลายคนเทียบเคียง The Closet กับหนังผีฮอลลีวู้ดที่ประสบความสำเร็จอย่างมากอย่าง Insidious ซึ่งมีส่วนของโครงสร้างพล็อตที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หนังเกาหลีเรื่องนี้ ยังมีอีกหลายส่วนที่แตกต่าง อีกทั้งยังมีฉากที่สร้างความน่ากลัวให้กับผู้ชมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉากที่พระเอกต้องหลับตาในห้องนอน ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของหนังเลยทีเดียว

         

**************************************

 

          ในช่วงเวลานี้ ภาพยนตร์จากประเทศเกาหลีใต้ กำลังเป็นที่จับตามองมากในตลาดภาพยนตร์ทั่วโลก หลังความสำเร็จของ Parasite ของผู้กำกับ บองจุนโฮ ที่สามารถผงาดคว้ารางวัลออสการ์ ในฐานะของภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2019 ได้สำเร็จ เอาชนะภาพยนตร์จากฮอลลีวู้ดได้ทั้งหมด ทำให้ Parasite กลับมากวาดรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่อเมริกาที่ทำเงินติด Top 10 ประจำสัปดาห์เป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับที่ประเทศบ้านเกิดอย่างเกาหลีใต้ แม้ว่าหนังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่นั่น มานานถึง 8 เดือนแล้ว แต่ทันทีที่หนังคว้ารางวัลใหญ่สุดของวงการภาพยนตร์ในสหรัฐฯ ก็ทำให้หนังกลับมาติดตารางหนังทำเงินอีกครั้ง

 

          แต่ถ้าหากมองเฉพาะตารางหนังทำเงินในเกาหลีตลอดเดือนที่ผ่านมา ชื่อของนักแสดงที่น่าจะถูกไฮไลต์มากที่สุดคือ "ฮาจองอู" พระเอกวัย 41 ปีจากผลงานหนังระดับบล็อกบัสเตอร์อย่าง Along With The Gods ทั้ง 2 ภาคและหนังคุณภาพอย่าง The Handmaiden ที่เพียงผ่านเข้าปีมาไม่เกิน 2 เดือน เขามีหนังทำเงินที่ขึ้นอันดับ 1 เกาหลีแล้วถึง 2 เรื่อง นั่นคือ Ashfall หนังภัยพิบัติฟอร์มมโหฬาร ที่ครองแชมป์ตารางหนังทำเงินในเกาหลีใต้นานถึง 3 สัปดาห์ซ้อน และล่าสุดคือ The Closet หนังผีที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของพ่อลูก ที่แม้โรงหนังในเกาหลีใต้จะเงียบเหงา เพราะเหตุการณ์ไวรัสโคโรน่าระบาด ทำให้ผู้คนหวาดกลัวในการไปดูหนัง แต่ The Closet ก็สามารถขึ้นอันดับ 1 หนังยอดนิยมประจำสัปดาห์ได้ ด้วยพลังดาราเกรด A ของ ฮาจองอู และฟอร์มของหนังที่ดึงดูดคอหนังผีมาชมได้สำเร็จ และเนื่องด้วย The Closet กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราสัปดาห์นี้ คอลัมน์ So Watch จึงขอหยิบเอาหนังผีฟอร์มดีเรื่องนี้ มารีวิวให้คอหนังได้อ่านกัน ก่อนจะไปชมกันในสุดสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง

 

         
         “นี่คือความพยายามครั้งแรกสำหรับผมในการแสดงหนังเขย่าขวัญ" ฮาจองอู ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง The Closet ที่ได้ชื่อไทยแล้วว่า ตู้นรก..ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด เขาเผยว่า สิ่งที่ยากที่สุดคือการแสดงสีหน้าที่หวาดกลัวและตกใจ ซึ่งในเรื่องนี้จะได้เห็นเขาทำหน้าดังกล่าวประมาณ 13-15 แบบตามสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป แม้ว่าเขาจะเคยแสดงใน Along With The Gods มาแล้ว ซึ่งเรื่องนั้นจะเล่าถึงปีศาจหรือขุมนรก แต่มันคือหนังแอ็กชั่นแฟนตาซี ไม่ใช่หนังผีอย่างเต็มตัวแบบเดียวกับเรื่องนี้

 


          ในเรื่อง The Closet ฮาจองอู รับบทเป็นคุณพ่อ-สามีที่บ้างาน ด้วยอาชีพสถาปนิกทำให้เขาต้องใช้เวลากับการปั้นงานค่อนข้างมาก และห่างจากภรรยากับลูกสาว จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุทำให้ภรรยาของเขาเสียชีวิต ครอบครัวจึงเหลือเพียงเขาและลูกสาววัย 11 ปีแค่เพียงสองคนเท่านั้น ท่ามกลางความโศกเศร้า เขาตัดสินใจย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่นอกเมือง เพื่อหวังจะเยียวยาจิตใจลูกสาว ซึ่งตอนนี้กลายเป็นคนเก็บตัวเงียบ ไม่ยอมพูดคุยกับใคร แม้แต่ตัวเขาเอง แต่ถึงแม้ว่าจะย้ายบ้านแล้ว สถานการณ์ต่างๆก็ดูจะไม่ดีขึ้น เพราะพฤติกรรมของพ่อยังเหมือนเดิม ยังคงบ้างาน และจ้างแม่บ้านมาอยู่กับลูกสาวเพียงแค่สองคน จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเขากลับบ้าน ก็พบว่า ลูกสาวของเขาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่ตำรวจและอาสาสมัคร ที่ปูพรมกันตามหาเป็นเวลานานนับเดือน ก็ไม่พบตัวลูกสาวของเขา แต่แล้วก็มีหมอผีติดต่อมาที่เขา พร้อมกับถามว่า ลูกสาวของเขามีพฤติกรรมเปลี่ยนไปไหม เพราะหมอผีคนนี้เชื่อว่า สิ่งที่ทำให้ลูกสาวของพระเอกหายตัวไปคือวิญญาณร้ายที่อาฆาตแค้น และสถานที่ซึ่งทำให้ลูกสาวของพระเอกหลงเข้าไปในโลกมืด ในมิติของวิญญาณ คือตู้เสื้อผ้าเก่าแก่ ที่อยู่ในห้องนอนของเธอ



 

          “สำหรับผมมันง่ายมากที่จะแสดงบทพ่อ แม้ว่าตัวผมเองจะไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็กก็ตาม" ฮาจองอู เผยถึงบทบาทล่าสุดในหนังเรื่องนี้ สิ่งที่ทำให้เขาไม่กังวลสำหรับบทพ่อในหนังเรื่องนี้ เป็นเพราะตัวละครในหนัง เป็นคุณพ่อที่ไม่ค่อยสนิทกับลูกสาว เพราะเป็นสถาปนิกที่บ้างาน ทำให้เกิดช่องว่างระยะห่างระหว่างสองตัวละครนี้ การที่เขาเองไม่สนิทกับเด็กคนไหนนั้น ทำให้เขาสามารถถ่ายทอดบทนี้ได้อย่างเป็นธรรมดา เพราะชายที่มีลูกแล้ว มักจะสนิทกับลูก ดังนั้น ความไม่เคยชินในการอยู่กับเด็กของเขา จึงเหมาะสำหรับบทพ่อในหนัง The Closet



          แม้ว่าจะเข้าฉายหลังจาก Ashfall แต่ฮาจองอู ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ก่อนด้วยซ้ำ เขาใช้เวลาช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ในการถ่ายทำเรื่อง The Closet ในขณะที่ Ashfall ถ่ายทำในช่วงกลางปี 2019 และถูกเร่งขั้นตอน Post-Production ให้เสร็จสิ้นทันช่วงเวลาคริสต์มาส นอกจาก ฮาจองอู แล้ว อีกหนึ่งนักแสดงที่มีบทบาทไม่แพ้กันในหนังเรื่อง The Closet ก็คือ คิมนานกิล ในบทบาทของหมอผีที่เข้ามาเป็นกุญแจไขปริศนาเรื่องการหายตัวไปของลูกสาวพระเอก ซึ่งตัวละครนี้เองก็มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เขาแจ้งเกิดจากหนังภัยพิบัติเรื่อง Pandora และมีผลงานตามมาอย่าง Memoirs of a Murderer และ One Day

 


          โดย The Closet ถือว่าเป็นผลงานหนังใหญ่เรื่องแรกของผู้กำกับ กิมควังบิน ซึ่งก่อนหน้านี้กวาดรางวัลมามากมายจากผลงานหนังสั้น ไม่ว่าจะเป็นรางวัลหนังสั้นยอดเยี่ยมจาก The Dallas Asian Film Festival Short Film Awards จากเรื่อง Modern Family เมื่อปี 2011และรางวัล BIFAN2016 – Best Korean Short Film Awards จากเรื่อง How To Pick A Lock เมื่อปี 2016 ทำให้เมื่อเขาจับผลงานหนังใหญ่ชิ้นแรก ก็เป็นที่จับตามองอย่างมากจากบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเกาหลีใต้ โดยเขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในเกาหลีใต้ว่า "บางครั้ง ผมก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนยืนอยู่ในเงามืด หรือด้านหลังของประตู หลายครั้งเราสัมผัสได้ถึงบรรยากาศชวนขนลุก ซึ่งผมเชื่อว่าผู้ชมส่วนใหญ่น่าจะรู้สึกแบบเดียวกัน ถ้าเอาสิ่งเหล่านี้มาใส่ไว้ในหนัง"



 

          นอกจากนี้ ผู้กำกับ กิมควังบิน ยังเผยว่า แม้ว่า The Closet จะเล่าเรื่องของวิญญาณร้ายและสิ่งลี้ลับที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า แต่อันที่จริงแล้ว มันคือหนังเขย่าขวัญ-ดรามา ที่เน้นเรื่องราวของครอบครัว และสังคมที่พวกเราอาศัยอยู่เป็นหลัก หนังไม่ได้ถ่ายทอดผ่านมุมมองความเชื่อของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง มันมีองค์ประกอบหลายๆอย่างในการผสมผสานให้ออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ นอกจากนี้พระเอกของเรื่องอย่าง ฮาจองอูยังเผยว่า ครั้งแรกที่เขาได้อ่านบทภาพยนตร์ เขาสัมผัสได้ทันทีถึงความปรารถนาของผู้กำกับที่อยากจะสร้างหนังแนวนี้ และก่อนหน้านี้เขาเองก็ไม่เคยทำหนังแนวนี้มาก่อน นี่คงเป็นโอกาสดีที่เขาจะร่วมงานกับผู้กำกับ กิมควังบิน ในการทำหนังแนวนี้ด้วยกัน



 

          หลังจากที่ผู้เขียนได้มีโอกาสดู The Closet แล้วพบว่า หนังเรื่องนี้มีพล็อตที่คล้ายคลึงกับหนังผีฮอลลีวู้ดที่โด่งดังอย่าง Insidious พอสมควร ด้วยเค้าโครงเรื่องที่ว่าด้วยผู้ปกครองที่ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งไม่นานหลังจากนั้นลูกของพวกเขาก็หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา หลังจากสิ้นหวังในการตามหาด้วยวิธีปกติ พวกเขาจึงต้องอาศัยหมอผีเป็นตัวช่วย จนกระทั่งพบว่า ลูกของพวกเขาหายไปในโลกมืดอีกด้านหนึ่ง โดยความแตกต่างระหว่างทั้งสองเรื่องคือ Insidious จะมีทั้งตัวละครพ่อและแม่ ส่วน The Closet จะเหลือพ่อแค่เพียงคนเดียว ในขณะที่ The Closet เป็นลูกสาว แต่ Insidious เป็นลูกชาย ด้านหมอผีในเรื่อง Insidious มาเป็นหมู่คณะ แต่ใน The Closet ทำงานเพียงคนเดียว นอกจากนี้เรื่องหลัง ยังใช้ตู้เสื้อผ้า เป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนในการเชื่อมต่อระหว่างทั้งสองโลก แม้ว่าหลายๆอย่างจะดูคล้ายกัน แต่ต้องยอมรับว่า The Closet มีประเด็นด้านสังคมที่ค่อนข้างกว้างและลึกกว่าพอสมควร



          ในแง่ของบทภาพยนตร์ The Closet เป็นมากกว่าหนังผีที่เล่าถึงคุณพ่อที่ตามหาลูกสาวที่หายไปในตู้ปริศนา แต่หนังกำลังวิพากท์สถาบันครอบครัว และระดับชั้นทางสังคมที่เราอาศัยอยู่ ปัญหาหลักของหนังทั้งหมด เกิดขึ้นจากความห่างเหินระหว่างพ่อและลูก จากการที่คุณพ่อบ้างานอย่างหนัก ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความกดดันทางสังคม ที่จำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว อันที่จริงประเด็นพ่อลูกและความห่างเหินไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่เลยในหนังเกาหลี แม้แต่หนังซอมบี้ฟอร์มยักษ์อย่าง Train To Busan ก็เล่าเรื่องนี้มาแล้ว แต่ก็ยังเป็นประเด็นที่ทำงานได้ดีในหนังและไม่เคยล้าสมัยเลย นอกจากนี้ ผู้ชมจะได้เห็นแรงขับเคลื่อนของตัวละคร ที่เป็นผลจากการเหลื่อมล้ำของชนชั้นทางสังคม ทั้งตัวละครคุณพ่อพระเอกในเรื่อง หรือแม้แต่ตัวละครหมอผี และตัวผีเองก็ตาม แม้จะไม่สามารถเผยได้ในบทความนี้ เพราะจะเป็นการเผยจุดสำคัญในหนัง แต่จะพบว่า แรงจูงใจของเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ล้วนมีผลจากความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมทั้งสิ้น ทำให้ The Closet ไม่ใช่หนังผีที่เน้นแต่ฉากเขย่าขวัญผู้ชมเท่านั้น แต่ยังมีมุมมองที่สะท้อนสังคม ได้อย่างน่าสนใจ

 


          ส่วนองค์ประกอบสำคัญในหนังเขย่าขวัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือความน่ากลัวในหนัง ซึ่งสิ่งที่ The Closet ทำได้ดีที่สุดคือการรักษาบรรยากาศความน่ากลัว ความไม่น่าไว้วางใจไว้ได้ตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะครึ่งหลังที่หนังสามารถไต่ระดับความเครียดได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากไฮไลต์ของหนัง คือฉากที่พระเอกต้องหลับตาในห้องนอนลูกสาว (ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรไม่ขอเปิดเผย) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฉากสยองขวัญในหนังผีเอเชีย ที่บีบอารมณ์สุดๆ และทำได้ดีเยี่ยมในรอบปีเลยทีเดียว แต่ส่วนที่อาจจะทำให้ผู้ชมรู้สึกถูกใจหรือไม่ถูกใจนั้น อาจจะเป็นตัวละครหมอผี ที่ปรากฏตัวในช่วงครึ่งหลังของหนัง ที่มาพร้อมกับคาแร็คเตอร์ที่ไม่จริงจังมากนัก หลังจากหนังรักษาบรรยากาศตึงเครียดมาตลอด 40 นาทีแรก การปรากฏตัวของหมอผีนั้น ถือว่าแอบเขย่า Mood & Tone ของหนังพอสมควร โดยเฉพาะมุกแรก ที่ค่อนข้างเกรียนอย่างมาก สำหรับผู้ชมที่คาดหวังให้หนังไม่หลุดความหลอน อาจจะขัดใจเล็กน้อย แต่สำหรับผู้ชมที่ไม่ติดในมุมตลกของหนัง ก็ถือว่าฉากดังกล่าวเข้ามาเบรกอารมณ์ ให้ได้หายใจหายคอจากความตึงเครียดได้บ้าง



 

          อีกหนึ่งส่วนที่จะไม่ชื่นชมไม่ได้เคย คือพระเอกอย่าง ฮาจองอู เพราะหนังเรื่องนี้แทบจะเป็น One Man Show สำหรับเขา เพราะเขาต้องปรากฏตัวในทุกฉากตั้งแต่แรกจนกระทั่งตอนจบ อยู่ที่ว่าฉากนั้นเขาจะเข้ากับใคร จะต้องประกบลูกสาว ประกบหมอผี หรือว่าเจอกับวิญญาณเฮี้ยน เขาสามารถแบกหนังทั้งเรื่องไว้ได้อย่างไม่ยากนัก แม้ว่าคาแร็คเตอร์นี้จะเป็นเพียงคุณพ่อธรรมดาๆที่ไม่สนใจลูกสาว ไม่ได้เป็นคาแร็คเตอร์ฮีโร่ให้ชวนเท่ห์หรือหลงไหล แต่ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวบางอย่างบวกกับบทภาพยนตร์ที่ชวนให้ผู้ชมติดตาม แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะไม่มีคาแร็คเตอร์อีกมากมาย ก็สามารถพาผู้ชมให้ตามดูไปได้ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งถึงตอนจบ



          สรุปแล้ว The Closet ถือว่าเป็นหนังระทึกขวัญจากประเทศเกาหลีใต้ที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว ในแง่ของเรื่องราว นอกจากจะถ่ายทอดเรื่องของผี วิญญาณร้ายแล้ว แก่นแท้ของมันคือเรื่องครอบครัวและสังคม ทำให้หนังมีคุณค่าไม่ใช่แค่หวังจะทำให้ผู้ชมรู้สึกกลัวเพียงอย่างเดียว ในขณะเดียวกัน ในความเป็นหนังสยองขวัญ ถือว่า The Closet มีฉากผีที่น่ากลัวหลายฉาก หนังเก่งกาจในการรักษาบรรยากาศความหลอนได้ตลอดทั้งเรื่อง และมีฉากที่น่ากลัวระดับเกรด A ให้เป็นที่จดจำ ใครที่คิดถึงหนังผีจากฝั่งเอเชีย นี่คืออีกหนึ่งผลงานที่น่าสนใจอยู่ในน้อย น่าจะทำให้หายคิดถึงหนังประเภทนี้ได้พอสมควร

 

 

********************************************
 
ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online Work hard Chill Hard ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 
******************************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN

บันเทิง