SO WATCH BY GOSSIPGUN |

SO WATCH BY GOSSIPGUN

เตรียมตัวก่อนไปดู Bloodshot หนังแอ็กชั่นสุดมันส์ของ วิน ดีเซล

 

HIGHLIGHTS

 

  • นี่คือโปรเจ็คแรกที่เป็นการจับมือกันระหว่างค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง Sony Pictures และ Valiant Comics ที่มีแผนการจะพัฒนาหนังจากตัวละครในคอมมิคเป็นจำนวนถึง 5 เรื่องด้วยกัน โดยเริ่มจากตัวละคร Bloodshot เป็นเรื่องแรก และหวังว่าหนังเรื่องอื่นๆจากนี้ จะขยายจักรวาลหนังของ Valiant ให้ใหญ่โตขึ้น

 

  • Bloodshot คือเรื่องราวของนาวิกโยธินที่เสียชีวิต ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ฟื้นกลับขึ้นมาจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่ปรับร่างกายให้เป็นครึ่งคนครึ่งหุ่น จนกระทั่งเขามีพลังที่แกร่งเหนือมนุษย์ ซึ่งเดิมทีบทนี้ วางให้ จาเรด เลโต้ แสดง ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นพระเอกกล้ามโต วิน ดีเซล ในที่สุด

 

  • กระแสตอบรับของ Bloodshot อยู่ในระดับปานกลาง หนังถูกมองว่าเป็นหนังบันเทิงหนึ่งเรื่อง ที่มาพร้อมกับการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ และฉากแอ็กชั่นที่เว่อร์ตามสไตล์หนังบู๊ของพระเอกคนนี้ เช่นเดียวกับหนังตระกูล Fast & Furious ที่เหมือนเป็นเอกลักษณ์ของเขาไปเสียแล้ว

         

**************************************

 

          ความน่าตื่นเต้นของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ช่วงซัมเมอร์นี้ หนึ่งโปรแกรมที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือโปรเจ็ค Fast & Furious ที่เดินทางมาถึงภาค 9 แล้ว แน่นอนว่านี่คือหนังแฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของพระเอกกล้ามโตอย่าง วิน ดีเซล ที่นอกจากหนังตระกูล Fast & Furious แล้ว เขาก็พยายามจะสร้างหนังภาคต่อไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังแอ็กชั่นเอ็กซ์ตรีมอย่างตระกูล xXx รวมถึงหนังแอ็กชั่นไซไฟอย่างตระกูล Riddick นอกจากนี้ยังมีรายงานล่าสุดว่า เขาพยายามจะสร้างภาคต่อของหนังแอ็กชั่นแฟนตาซีอย่าง The Last Witch Hunter อีกด้วย

 

          โดยอีกหนึ่งโปรเจ็คที่เป็นความหวังของ วิน ดีเซล คือการสร้างหนังแอ็กชั่นไซไฟจากคอมมิคดังอย่าง Bloodshot ที่เล่าถึงคนที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรม จนกระทั่งแกร่งเกินมนุษย์ ซึ่งต้นฉบับคือหนังสือการ์ตูนที่ได้รับความนิยม โดยเขาและค่ายหนังอย่าง โซนี่ พิคเจอร์ หวังแบบไกลๆว่า หนังอาจจะทำให้เกิดภาคต่อได้มากถึง 5 เรื่องด้วยกัน (ส่วนจะเป็นจริงได้หรือเปล่านั้น คงต้องติดตามกันต่อไป) ส่วนภาคแรกมีโปรแกรมจะเข้าฉายในไทยสุดสัปดาห์นี้ ดังนั้นคอลัมน์ SO WATCH จึงขอพาผู้อ่านทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับที่มาของหนังเรื่องนี้ ก่อนที่จะได้ไปมันส์กันต่อ ในโรงภาพยนตร์



ต้นกำเนิด Bloodshot ตัวละครจากคอมมิคดัง

 

          Bloodshot คือความพยายามล่าสุดของทาง โซนี่ พิคเจอร์ ที่จะต่อยอดความสำเร็จของหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ นอกจากทางค่ายจะมีลิขสิทธิ์ตัวละครในเครือ สไปเดอร์แมน อยู่ในมือ ทำให้พวกเขาสามารถขยายเป็นหนังมากมายทั้ง Spider-Man : Into The Spider-Verse, Venom และล่าสุดปีนี้คือ Morbius พวกเขาก็พยายามมองหา หนังสือการ์ตูนคอมมิคจากค่ายอื่นๆ มาเพื่อพัฒนาเป็นโปรเจ็คภาพยนตร์ จนกระทั่งได้เจอกับค่าย Valiant Comics

 

          โดยตัวละครแรกที่ Valiant Comics เห็นถึงศักยภาพและพยายามผลักดันให้ขึ้นจอใหญ่คือ Bloodshot เดิมทีเขาคือนาวิกโยธินของสหรัฐฯ ที่ถูกสังหารในภารกิจ แต่ฟื้นคืนชีพขึ้นมา จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ปรับแต่งภายในร่างกายทำให้เขากลายเป็นคนเหนือมนุษย์ ที่มีพละกำลังมหาศาลและสามารถรักษาตัวเองจากการบาดเจ็บให้หายได้ในเวลาอันรวดเร็ว ตัวละครนี้ปรากฏตัวครั้งแรกในคอมมิคเมื่อปี ค.ศ.1992



 

          เหตุผลหนึ่งที่ทาง Valiant Comics เลือกที่จะหยิบเอาตัวละคร Bloodshot มาสร้างเป็นหนังใหญ่ก่อนใครเพื่อนก็เพราะว่า หนังสือที่เล่าถึงตัวละครนี้ ติดอันดับขายดีที่สุดของทางค่าย ซึ่งมีการเปิดเผยว่า สามารถขายได้กว่า 7 ล้านเล่มจากการแปลในทุกภาษา ซึ่งความนิยมของ Bloodshot นั้น แรงอย่างต่อเนื่องในบรรดากลุ่มแฟนคอมมิค จนกระทั่งในปี 2012 ที่ผ่านมา หนังสือชุด Bloodshot ก็สามารถติด Top 10 คอมมิคที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปีดังกล่าวด้วย ท่ามกลางคอมมิคจากค่ายใหญ่ยักษ์มากมาย

 

          จากความนิยมของ Bloodshot ทำให้ทางค่ายพัฒนาเรื่องราวให้เกิดเป็น Share Universe ในการข้ามเรื่องไปเจอกับตัวละครอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาไปสร้างเป็นวีดีโอเกมส์ เป็นเว็บซีรีส์ และล่าสุดกลายเป็นหนังใหญ่ที่นำแสดงโดย ดาราระดับโลกอย่าง วิน ดีเซล ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อว่าท้ายที่สุดแล้ว Bloodshot จะไปได้ไกลขนาดไหน

 

 

กว่าจะเป็น Bloodshot หนังไซไฟสุดมันส์ของ วิน ดีเซล



            โซนี่ พิคเจอร์ และแวเลี้ยนคอมมิค จับมือกันเพื่อประกาศสร้างหนังเรื่อง Bloodshot เป็นครั้งแรก ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมปี 2012 โดยที่ได้ เจฟฟ์ วาดส์โลว์ ผู้กำกับจาก Kick-Ass 2 มาทำหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์ให้ในตอนนั้น ซึ่งเขาใช้เวลานานถึง 3 ปีในการพัฒนาบทภาพยนตร์ จนกระทั่งเมื่อปี 2015 โซนี่และแวเลี้ยน ประกาศว่าพวกเขาจะพัฒนาหนังร่วมกันทั้งหมด 5 เรื่อง โดยมี Bloodshot เป็นโปรเจ็คแรก ซึ่งอีก 4 เรื่องหลังจากนี้ มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นตัวละครอื่นๆในค่าย ก่อนที่จะมาร่วมเป็นจักรวาลเดียวกันในที่สุด นอกจากนี้ยังสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศว่า พวกเขาได้จ้างให้ เดวิด ลีนซ์ และแชด สตาเฮลสกี้ ผู้กำกับคู่หูที่กำลังโด่งดังมากจาก John Wick ภาคแรกมาคุมโปรเจ็คดังกล่าว แต่เมื่อพัฒนาโปรเจ็คไปซักระยะ ปรากฏว่าตารางการทำงานไม่ลงตัว ทำให้ทั้งคู่ต้องบอกผ่านโปรเจ็คนี้ และส่งต่อให้ผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง เดฟ วิลสัน มาแสดงฝีมือเป็นครั้งแรก

 

            ต่อมาในปี 2017 มีการประกาศว่าพระเอกเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง จาเรด เลโต้ ที่เพิ่งสวมบทบาทเป็นโจ๊กเกอร์ ในหนัง Suicide Squad ของทางค่ายวอร์เนอร์ฯ จะมารับบทดังกล่าว แต่ปรากฏว่าการเจรจาไม่ลงตัว จนกระทั่งเดือนมีนาคมปี 2018 ทางโซนี่ พิคเจอร์ จึงได้ประกาศใหม่ว่า หนังได้ วิน ดีเซล พระเอกเจ้าของหนังแฟรนไชส์ดังอย่าง Fast & Furious มารับบทดังกล่าวแทน ควบด้วยตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างอีกด้วย ต่อด้วยการประกาศรายชื่อนักแสดงสมทบตามออกมา แต่ที่ฮือฮาสุดคือการที่หนังได้ กาย เพียร์ซ นักแสดงฝีมือดีจาก Memento และ Prometheus มาเสียบแทน มาร์ติน ชีน ในบทของ ดร.เอมิล ฮาร์ตติ้ง นักวิทยาศาสตร์เจ้าขององค์กรที่ชุบชีวิตพระเอกขึ้นมาอีกครั้ง

 

            สำหรับ Bloodshot นั้น ใช้ทุนสร้างเพียงแค่ 40 ล้านเหรียญฯ โดยเป็นการร่วมทุนกันระหว่าง โซนี่ พิคเจอร์ และโบน่า ฟิล์ม บริษัทโปรดักชั่นยักษ์ใหญ่ในจีน ซึ่งคาดหวังว่านอกจากในอเมริกาแล้ว จีนแผ่นดินใหญ่น่าจะเป็นตลาดสำคัญในการที่หนังจะทำเงิน เช่นเดียวกับ xXx : The Return of Xander Cage หนังแอ็กชั่นของพระเอก วิน ดีเซล ซึ่งไม่ทำเงินในอเมริกา แต่กลับสามารถกวาดรายได้ถล่มทลายในจีน มากกว่า 100 ล้านเหรียญฯที่นั่น

 

 

เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนจอ ใน Bloodshot


          สำหรับฉบับภาพยนตร์นั้น วิน ดีเซล รับบทเป็นตัวละครที่ชื่อว่า เรย์ แกริสัน เขาคือนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่ตนและภรรยาถูกจับตัวไป และโดนคนร้ายฆ่าทิ้งระหว่างปฏบัติการ แต่ไม่นานหลังจากนั้น เรย์ ก็ฟื้นคืนชีพจากการทดลองของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ที่นำเอานาโนเทคโนโลยี มาใช้ปรับสภาพร่างกายของเขาให้แกร่งเกินมนุษย์ เป็นครึ่งคนครึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่ล้ำสมัย ซึ่งถูกขนานนามว่า "Bloodshot”



          ไม่นานหลังจากฟื้นคนชีพ ในช่วงเวลาที่เรย์กำลังปรับตัวให้เข้ากับสภาพร่างกายใหม่ของเขา เรย์ก็ค่อยๆค้นพบว่า ความทรงจำในอดีตกำลังทยอยกลับคืนมา เขาเริ่มจะจำได้ว่า เขาเป็นใคร และสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นเพราะใคร เรย์จึงวางแผนหลบหนีออกจากห้องทดลอง เพื่อตามล่าล้างแค้นคนที่ทำให้เขาต้องเสียชีวิต ก่อนที่จะพบว่า ความจริงไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเห็น เบื้องหลังการตายของเขานั้น เกี่ยวพันและซับซ้อนมากกว่าที่เขาคิด

 

 

ความรู้สึกของเหล่าคอหนังหลังชม Bloodshot



          จากตัวอย่างหนังเชื่อว่าคอหนังหลายคนมองว่า Bloodshot น่าจะเป็นหนังแอ็กชั่นไซไฟ ในระดับเดียวกับผลงานชิ้นก่อนๆของ วิน ดีเซล อย่าง Babylon A.D. และ The Last Witch Hunter ด้วยทุนสร้างที่ไม่ได้มากมายเท่าไรนัก น่าจะทำให้ผลลัพภ์ออกมาในระดับปานกลาง เช่นเดียวกับหนังไซไฟของค่ายโซนี่หลายๆเรื่อง อาทิ Ultraviolet และ Resident Evil ภาคหลังๆ แต่ผลปรากฏว่า Bloodshot มีความสนุกและลีลามากกว่าที่คาดหวังไว้พอสมควร

 

          เริ่มต้นจากการเล่าเรื่อง จะพบว่าสิ่งที่ค่ายหนังโปรโมทผ่านเรื่องย่อหรือตัวอย่างหนัง เป็นเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น เมื่อหนังดำเนินเรื่องไปสักพัก จะพบว่า หนังมีเส้นเรื่องและลีลาในการเล่าที่น่าสนใจพอสมควร กลายเป็นทำให้ผู้ชมติดตามและอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ความจริงแล้วคืออะไร เป็นหนังแอ็กชั่นที่สไตล์การเล่าเรื่องชวนให้ติดตาม มากกว่าหนังบู๊ทั่วไป ซึ่งจุดนี้เองกลายเป็นจุดเด่นพอสมควร บวกกับการเดินเรื่องที่รวดเร็ว ไวปานจรวด ทำให้หนังแทบจะไม่มีส่วนไหนที่น่าเบื่อเลย ความกระชับช่วยให้เวลา 1 ชั่วโมง 50 นาทีของหนังผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

          ในขณะที่ฉากแอ็กชั่นของหนังนั้น น่าพอใจเกินทุนสร้างระดับ 40 ล้านเหรียญฯเช่นกัน เป็นหนังไซไฟที่แม้จะไม่ได้เว่อร์วังอลังการเท่ากับหนังฟอร์มยักษ์ แต่ก็ไม่ได้ดูด้อยหรือทุนต่ำเลย หลายฉากของหนังค่อนข้างเว่อร์เกินจริง ซึ่งแทบจะกลายเป็นเอกลักษณ์ของหนังพระเอก วิน ดีเซลไปแล้ว นับจาก The Fast & The Furious ที่โม้มากขึ้นทุกภาค กลายเป็น Bloodshot ก็มีหลายฉากที่ทำให้คนดูอ้าปากค้างไม่แพ้กัน ซึ่งทำให้หนังบันเทิงขึ้นอย่างน่าพอใจ บวกกับงาน CG ที่ช่วยเสริมความเว่อร์เข้าไป ทำให้ภาพรวมของ Bloodshot น่าจะถูกอกถูกใจคอหนังแอ็กชั่นวิทยาศาสตร์ได้อย่างไม่ยากนัก

 

          นอกจากข้อดีในแง่ของการเล่าเรื่องและฉากแอ็กชั่นแล้ว สิ่งหนึ่งที่สร้างสีสันได้อย่างดีใน Bloodshot คือกลุ่มของตัวประกอบ เหมือนผู้สร้างจะทราบดีว่า คาแร็คเตอร์ของ วิน ดีเซล คือคนที่นิ่งๆเงียบๆ พูดน้อยต่อยหนัก ดังนั้นเพื่อเพิ่มความบันเทิงให้กับหนัง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใส่ตัวละครคลายเครียดเข้ามา เพื่อเบรกอารมณ์หนังให้เพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น ซึี่งในกรณีของ Bloodshot นั้น คือตัวละครเล่านักวิทยาศาตร์และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ในหนัง กลายเป็นตัวเพิ่มเสน่ห์และเพิ่มความฮาให้กับหนังได้อย่างดีเยี่ยม

 



          สรุปแล้ว Bloodshot แม้จะไม่ใช่หนังฟอร์มใหญ่โตอะไรมากนัก แต่ก็ถือว่าบันเทิงตามที่ควรจะเป็น อย่างน้อยหนังก็ทำงานได้ดีกว่าหนังแอ็กชั่นไซไฟฟอร์มปานกลางทั่วไป หนังมาพร้อมกับการเล่าเรื่องที่ชวนติดตาม บวกกับฉากแอ็กชั่นที่โม้สะใจ ไม่แพ้หนังตระกูล Fast & Furious นอกจากตัวละครพระเอกแล้ว ยังแวดล้อมด้วยตัวละครสมทบที่สร้างสีสันได้พอสมควร ถือเป็นหนังป็อปคอร์นที่ดูได้อย่างเพลิดเพลินกว่าที่คาดหวังเอาไว้

 

********************************************

 

เกร็ดน่าสนใจเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง Bloodshot

 

  • ภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือว่าเป็นการปรากฏตัวบนจอหนังครั้งแรกในรอบ 3 ปีของพระเอก วิน ดีเซล นับตั้งแต่ Fast & Furious 8 เมื่อปี 2017 โดยตลอดระยะเวลาระหว่างหนังเรื่องดังกล่าว และ Bloodshot ผลงานหลักของ วิน ดีเซล มีเพียง Avengers : Infinity War และ Avengers : Endgame ซึ่งทั้งสองเรื่อง เขาไม่ได้ปรากฏตัว เพียงแค่พากย์เสียงเป็นตัวละคร กรูท เท่านั้น

 

  • แม้ว่าเหตุการณ์ในหนัง จะเล่าเรื่องหลักๆที่เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และอีกหลายเมืองในยุโรป แต่ในความเป็นจริง หนังไม่ได้ยกกองมาถ่ายทำที่มาเลเซียเลย โดยใช้เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นโลเคชั่นหลัก และถ่ายเสริมในอีกบางเมืองของยุโรปเท่านั้น

  • นักแสดงที่น่าจับตามองมากที่สุดใน Bloodshot คือ อีซ่า กอนซาเลส นักแสดงหญิงชาวเม็กซิกัน ที่รับบทเป็น เคที ทหารครึ่งคนครึ่งหุ่นที่ได้รับการผ่าตัดเช่นเดียวกับพระเอก ที่ก่อนหน้า Bloodshot เธอร่วมแสดงใน Fast & Furious : Hobbs & Shaw หนังภาคแยกที่ตระกูล Fast & Furious ที่ไม่มี วิน ดีเซล ร่วมจอ แต่ในที่สุดเธอก็ได้ร่วมงานกับเขาในหนังเรื่องนี้แทน



********************************************
 
ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online Work hard Chill Hard ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 
******************************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN

บันเทิง