Tiger King : Murder, Mayhem and Madness สารคดีอื้อฉาวที่สุดในอเมริกา ณ ตอนนี้ |

Tiger King : Murder, Mayhem and Madness สารคดีอื้อฉาวที่สุดในอเมริกา ณ ตอนนี้

 

Tiger King : Murder, Mayhem and Madness 

สารคดีอื้อฉาวที่สุดในอเมริกา ณ ตอนนี้

 

HIGHLIGHTS

 

  • Tiger King คือสารคดีที่โด่งดังและอื้อฉาวมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ณ ขณะนี้ ด้วยการสามารถขึ้นอันดับ 1 รายการที่มีคนชมมากที่สุดใน Netflix ในช่วงที่หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน นอกจากนี้ยังเกิดกระแสความนิยมมากมายทั่วโลกออนไลน์ ทำให้ #TigerKing ติดเทรนด์ความนิยม และมีการทำ Meme จากสารคดีเรื่องนี้แชร์กันอย่างหลากหลาย

 

  • ศูนย์กลางของสารคดีเรื่องนี้คือ นายโจ เอ็กซอติก ชายที่คลั่งไคล้ใน "เสือ" ด้วยการเปิดสวนสัตว์เป็นของตัวเองและเป็นเจ้าของเสือกว่า 200 ตัว แต่ชีวิตของเขาหรรษายิ่งกว่านั้น ทั้งในแง่ของชีวิตส่วนตัว และความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง โดยเฉพาะคนในแวดวงคนรักเสือ ที่ดูจะไม่รักกันเอาเสียเลย

 

  • สิ่งที่น่าตกใจสุดคือ ในขณะนี้ โจ ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำนานถึง 22 ปี ด้วยข้อหาพยายามฆ่า ซึ่งหลายคนมองว่า เป็นโทษจำคุกที่เกินกว่าเหตุ จนกระทั่งมีคนมากมายออกมาเรียกร้องให้ลดโทษเขา รวมถึงนักร้องหญิงชื่อดังอย่าง คาร์ดี้ บี ที่สร้างกองทุนเพื่อช่วยเหลือให้ปล่อยตัวโจ ก่อนครบกำหนด

 

********************************************

 

ในช่วงเวลาที่ทั่วโลกเผชิญกับสถานการณ์เชื้อโควิด-19 ระบาดหนัก ทำให้โรงภาพยนตร์ในหลายประเทศต้องปิดชั่วคราว รวมถึงยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงอย่าง สหรัฐอเมริกาฯ ที่มีความจำเป็นต้องปิดการให้บริการของโรงภาพยนตร์เช่นเดียวกัน ทำให้ทางเดียวที่ผู้คนจะหาความบันเทิงในช่วงเวลาวิกฤตนี้ คือ ทางหน้าจอโทรทัศน์ รวมถึงบริการสตรีมมิ่งมากมาย ทั้ง Netflix, Amazon Prime, HBO Go และล่าสุดคือ Disney+

 

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใจเลย ถ้าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จะมีหนังหรือซีรีส์ใน Netflix ถูกพูดถึงมากเป็นพิเศษ สำหรับในบ้านเราอาจจะเป็นซีรีส์เกาหลีอย่าง Itaewon Class, Kingdom และ Clash Landing on You แต่สำหรับในฝั่งสหรัฐอเมริกานั้น กลับเป็นซีรีส์สารคดี ที่สามารถขึ้นอันดับที่ 1 ความนิยมได้สำเร็จ สารคดีเรื่องดังกล่าวเป็นสารคดีความยาว 7 ตอนจบ ที่มีชื่อว่า 'Tiger King : Murder, Mayhem and Madness'

 

 

ใครคือ โจ เอ็กซอติก เจ้าของฉายา Tiger King ?



 'Tiger King : Murder, Mayhem and Madness' เล่าถึงเรื่องราวของชายที่ชื่อว่า "โจ เอ็กซอติก" ซึ่งแน่นอนว่านี่ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา แต่เป็นชื่อใหม่ที่ทำให้คนทั่วไป สามารถจดจำเขาได้มากยิ่งขึ้น เดิมทีเขาก็เป็นคนทั่วไป จนกระทั่งเขาได้พบความรักที่มีต่อสัตว์ป่า การที่ได้ค่อยๆคลุกคลีและใกล้ชิดกับเสือ ทำให้ความชอบ กลายเป็นความคลั่งไคล้ เขาจึงเริ่มสะสมเสือ เริ่มซื้อเสือมาเลี้ยง จนกระทั่งเขากลายเป็นเจ้าของ G.W.Zoo ในรัฐโอกลาโฮม่า ในสหรัฐอเมริกา สวนสัตว์ของเขาที่สร้างชื่อเสียงจากการที่มีเสือมากกว่า 200 ตัวในพื้นที่ รวมถึงโดดเด่นขึ้นมาจากคาแร็คเตอร์ของ "โจ เอ็กซอติก" เอง ที่ออกแสดงผาดโผนกับเสือ และเป็นเหมือนหน้าตาของสวนสัตว์แห่งนี้

 

สิ่งที่ทำให้ชีวิตของ "โจ เอ็กซอติก" สามารถกลายมาเป็นสารคดีได้ คือคาแร็คเตอร์ความสุดโต่งของเขา และเรื่องราวแวดล้อม ทั้งแวดล้อมตัวเขาเอง และในแวดวงของคนรักเสือ ที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์น่าเหลือเชื่อ เริ่มจากตัวโจเอง ที่มีชีวิตส่วนตัวแบบที่ไม่เหมือนใคร เขาเปิดตัวว่าเป็นเกย์ตั้งแต่สมัยวัยรุ่น และครองชีวิตรักด้วยการแต่งงาน แต่แต่งงานกับชายถึง 2 คนพร้อมๆกัน โดยใช้ชีวิตแบบรักของเรา 3 คนอย่างเปิดเผย ความทะเยอทะยานของเขาถึงขั้นประกาศตัวว่า จะลงแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในปี 2020 แม้ว่าความพยายามทางการเมืองของเขา จะพังไม่เป็นท่า เพราะปัจจุบัน เขาโดนตัดสินใจให้รับโทษจำคุกนานถึง 22 ปี จากข้อหาพยายามฆ่า แต่เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร อยากให้ไปติดตามกันในสารคดี แล้วคุณจะพบกับเรื่องราวที่ชวนอึ้งยิ่งกว่านี้



 นอกจากชีวิตอันสุดแสนจะโลดโผนของ "โจ เอ็กซอติก" แล้ว สารคดีเรื่องนี้ยังเผยให้เห็นถึงสังคมของคนรักเสือ ที่เปรียบเสมือนอีกโลกหนึ่ง ที่คนทั่วโลกไม่เคยเข้าไปสัมผัสมาก่อน เพราะฟังดูภายนอก ดูจะเป็นเรื่องราวของคนรักสัตว์ที่น่าจะรักใคร่กลมเกลียว แต่อันที่จริงแล้ว กลับเต็มไปด้วยความเลวร้าย การแก่งแย่งชิงดีกัน คดีฟ้องร้องที่พัวพันมากมาย และเกี่ยวข้องกับเงินมูลค่าหลายล้าน ตัวละครที่สำคัญสุดคือ "แครอล บาสกิ้น" ประธานขององค์กร Big Cat Rescue ที่เชื่อเหลือเกินว่าเสือไม่ควรถูกใครเป็นเจ้าของ และไม่ควรถูกคุมขังในกรง เธอพยายามผลักดันเรื่องกฏหมายไม่อนุญาตให้เลี้ยงเสือให้ผ่าน ทำให้เธอกลายเป็นศัตรูกับเจ้าของสวนสัตว์รายใหญ่ๆในสหรัฐฯ รวมถึง โจ เอ็กซอติกด้วย จนกระทั่งกลายเป็นคู่แค้นอาฆาต โจถึงขั้นไลฟ์สดรายการเพื่อด่ากราดเธอทุกวัน แถมยังถึงขั้นแต่งเพลงเพื่อด่าทอเธอ และทำ Music Video เสียดสีเธออีกด้วย

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องราวเพียงแค่เสี้ยวเดียวของสารคดี 'Tiger King : Murder, Mayhem and Madness' เท่านั้น ซีรีส์เรื่องนี้ยังมีเส้นเรื่องสุดอึ้งอีกมากมาย (ที่ไม่อยากเผยในบทความนี้ เพราะเดี๋ยวจะเสียอรรถรส) รวมถึงยังมีตัวละครอื่นๆเข้ามาพัวพันอีกเพียบ ทำให้ไม่แปลกใจเลย ที่เรื่องราวของ โจ เอ็กซอติก จะกลายมาเป็นสารคดีที่ได้รับความนิยมขั้นสุดในอเมริกา ณ ขณะนี้

 

กระแสความร้อนแรงของสารคดี Tiger King



 กระแสความร้อนแรงของ Tiger King เริ่มจากการที่สารคดีเรื่องนี้ สามารถขึ้นอันดับ 1 Content ที่มีคนดูในอเมริกามากที่สุดใน Netflix ได้สำเร็จ เอาชนะซีรีส์ที่เพิ่งปล่อยมาใหม่อย่าง Money Heist และ Ozark ได้ นอกจากนี้ยังติด Top 10 ของ Netflix ในอีกหลายประเทศทั้ง แคนาดา และสหราชอาณาจักร 

 

สิ่งหนึ่งที่การันตีได้ว่า Tiger King กำลังถูกพูดถึงไปทั่วอเมริกา คือการที่โลกอินเตอร์เน็ตของสหรัฐฯในขณะนี้ เต็มไปด้วยการเล่น Meme จากสารคดีเรื่องดังกล่าว ผ่านทาง #TigerKing ในทวิตเตอร์ ที่หยิบเอาเรื่องราวในเรื่องมาแซวกันอย่างสนุกสนาน เริ่มตั้งแต่การแต่งตัว ทำผมของ โจ เอ็กซอติก ที่แปลกประหลาดจนชาวเน็ตอดแซวไม่ได้, ความย้อนแย้งในการให้สัมภาษณ์ของแต่ละคน อาทิ แครอล ที่รณรงค์ให้ปลดปล่อยสัตว์จากการคุมขัง แต่เธอกลับจับเสือใส่กรงไว้ในบริเวณบ้านของเธอ หรือแม้แต่ตัวละครแวดล้อมทั้งหมด ทั้งเจ้าของสวนสัตว์คู่แข่งโจ, พนักงานในสวนสัตว์ของโจ, สามีของแครอล หรือแม้กระทั่งตำรวจที่สืบสวนคดีที่ทำให้โจติดคุก ทุกคนล้วนมีมุมประหลาดที่ทำให้ชาวเน็ตอดไม่ได้ ที่จะหยิบมาทำ Meme เพื่อแซลกันใน #TigerKing

 

จากกระแสความสำเร็จของสารคดี Tiger King ในขณะนี้ ถึงขั้นมีกระแสเรียกร้องให้หยิบเอาเรื่องราวชีวิตของ โจ เอ็กซอติกไปสร้างเป็นภาพยนตร์ จนกระทั่งมีผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ โจจากในเรือนจำ โดยเจ้าตัวเผยว่า เขาอยากให้ แบรด พิตต์ มารับบทเป็นเขา แต่ด้วยความแรงของเรื่องราว ทำให้ดาราดังหลายคน ออกตัวแรงว่าอยากคว้าบทนี้ ไม่ว่าจะเป็น เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน หรือนักแสดงตลกชื่อดังอย่าง เด็กซ์ เชพเพิร์ด นอกจากนี้ จอห์น ฟินเล่ย์ อดีตสามีในชีวิตจริงของโจ ได้ให้สัมภาษณ์กับทางCNN ว่าเขาอยากได้ดาราคนดังอย่าง แชนนิ่ง เททั่ม หรือไชอา ลาบัฟ มาแสดงเป็นเขาในฉบับภาพยนตร์



 ความร้อนแรงของสารคดี Tiger King ทำให้เหล่าคนดังมากมาย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ที่แรงสุดคือนักร้องแร็ปเปอร์หญิง คาร์ดี้ บี ที่เธอกลายเป็นแฟนคลับตัวยงของโจ และออกมาตั้งกองทุน GoFundMe เพื่อช่วยเหลือให้ โจ ออกมาจากเรือนจำก่อนครบกำหนด เธอยังแสดงความคิดเห็นผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า พวกเขาทำกับโจมากเกินไป และเขาควรได้รับอิสรภาพ

 

ความสำเร็จของ Tiger King ถึงขั้นที่ล่าสุดทาง Netflix  ประกาศว่าจะปล่อยตอนใหม่ของสารคดีออกมาเพิ่มอีก 1 ตอน โดยโปรดิวเซอร์ของสารคดีเผยว่า เขากำลังถ่ายทำบทสัมภาษณ์ใหม่เพิ่มเติม และผสมผสานกับฟุตเทจเก่าที่เคยถ่ายทำไว้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หนึ่งในตัวละครสำคัญของสารคดีอย่าง แครอล บาสกิ้น คู่อริตลอดกาลของ โจ เอ็กซอติก ออกมาเปิดเผยว่าเธอจะไม่ได้ปรากฏตัวในสารคดีเรื่องนี้ และถึงแม้ว่าถ้าทางผู้สร้างติดต่อมา เธอก็จะไม่ให้ความร่วมมือในการถ่ายทำอีกแล้ว (ส่วนสาเหตุใดที่ทำให้แครอลไม่อยากจะให้ความร่วมมือ ถ้าดูสารคดีแล้ว น่าจะพอเข้าใจกัน)

 

 

ความรู้สึกหลังชมสารคดีแห่งปี Tiger King



 สิ่งที่โดดเด่นสุดของ 'Tiger King : Murder, Mayhem and Madness' คงหนีไม่พ้นตัวเรื่องของมันเอง ที่ยิ่งดูยิ่งเหวอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้ชมรู้เรื่องของ "โจ เอ็กซอติก" มาน้อยที่สุด เหมือนคุณจะได้เปิดโลกใบใหม่ ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนอย่างแน่นอน ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ แวดวงของคนรักเสือ ทำไมมันช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน ไปๆมาๆ คนรักเสืออาจจะขย้ำกันเอง และอันตรายมากกว่าเสือเสียอีก นอกจากนี้ การแบ่งสารคดีเรื่องนี้ ออกเป็น 7 ตอนย่อย ทำให้ผู้ชมสามารถโฟกัสกับเรื่องราวได้มากขึ้น เพราะแต่ละตอนก็จะมีธีมของมัน พาไปเล่าแต่ละมุมของเรื่องราว ซึ่งบางตอนแทบจะไม่ได้เล่าถึงโจด้วยซ้ำ แต่กลับสนุกและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะเรื่องราวแวดล้อมเขาช่างน่าติดตามเสียเหลือเกิน

 

สิ่งที่กลายเป็นข้อได้เปรียบสำหรับสารคดี 'Tiger King : Murder, Mayhem and Madness' คือการที่ โจ เอ็กซอติก เป็นคนที่หลงตัวเองขั้นสุด ทำให้เขาถึงขั้นจ้างโปรดิวเซอร์รายการทีวี มาตามถ่ายเขาเพื่อทำเป็นรายการเรียลลิตี้ รวมถึงโจยังมักชอบ Live สดรายการผ่านอินเตอร์เน็ต และทำมิวสิควีดีโอเพลงของเขาเองมากมาย กลายเป็นว่าสารคดีเรื่องนี้ เลยมีฟุตเทจที่น่าสนใจเพียบ เพราะโจถ่ายทำสิ่งที่เราควรจะเห็นไว้หมดแล้ว สารคดีจึงสามารถหยิบเอาฟุตเทจเหล่านี้ มาตัดต่อไล่เรียงเรื่องราว สลับกับบทสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งผู้สร้างสามารถตามติดไปสัมภาษณ์บุคคลที่เป็น Key Person ได้ทั้งหมด ยิ่งทำให้สารคดีสามารถเล่าภาพกว้างของเรื่องราวได้ เมื่อผู้ชมดู 'Tiger King : Murder, Mayhem and Madness' ไปเพียงไม่กี่ตอน จะสามารถมองภาพรวมของเรื่องราวได้ทั้งหมด ก่อนที่จะค่อยๆเล่าถึงรายละเอียด และจุดหักเหที่มาแบบไม่คาดคิดในแทบทุกตอน



นอกจากเรื่องราวที่ชวนติดตาม มีปมปริศนาที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราวมากมายแล้ว สิ่งที่สารคดีเรื่องนี้ทำได้ดี คือการไม่ตัดสินใคร สารคดีเล่าด้วยมุมมองกลางๆ ที่หยิบเอาแง่มุมต่างๆ จากคำพูดแต่ละคนมาถ่ายทอด ด้วยโทนสีเทาๆ ทุกตัวละครมีด้านดีด้านร้าย ไม่ว่าจะโจหรือใคร ทุกคนมีความเป็น "มนุษย์" ที่แสดงสัญชาตญาณดิบออกมา ทั้งโจและแครอลเอง ต่างทำดีและชั่วไม่แพ้กัน ต่างจริงใจในบางครั้ง แต่ก็แสร้งทำในบางคราว 

 

และนี่คือบางส่วนของสารคดีที่อื้อฉาวและโด่งดังสุดในนาทีนี้อย่าง "Tiger King : Murder, Mayhem and Madness” ซึ่งทุกคนสามารถรับชมได้แล้วทาง Netflix

 

********************************************

ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online Work hard Chill Hard ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 
******************************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN

 

 

 

 

บันเทิง