เตรียมตัวให้พร้อมก่อนดู Ju-On : Origin จากหนังผีสุดสยองสู่ซีรีส์หลอนใน Netflix |

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนดู Ju-On : Origin จากหนังผีสุดสยองสู่ซีรีส์หลอนใน Netflix

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนดู Ju-On : Origin

จากหนังผีสุดสยองสู่ซีรีส์หลอนใน Netflix

 

HIGHLIGHTS

 

  • ก่อนจะมาถึง Ju-On ฉบับใหม่ในรูปแบบซีรีส์ของ Netflix คุณทราบหรือไม่ว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา คอหนังทั่วโลกได้มีโอกาสชม จูออน ในฉบับภาพยนตร์มาแล้ว มากถึง 13 เรื่อง ! ทั้งในรูปแบบของ หนังญี่ปุ่น และหนังฮอลลีวู้ด จากทั้งหมดทั้งมวล ที่เริ่มต้นขึ้นด้วยหนังสั้น โดยชายที่ชื่อว่า ทาเคชิ ชิมิสุ

 

  • Ju-On ฉบับซีรีส์ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับบ้านอาถรรพ์หลังหนึ่ง เช่นเดียวกับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ แต่เลือกเล่าเรื่องราวในหลากหลายช่วงเวลา เริ่มต้นตั้งแต่ยุค 80 ค่อยๆฉายภาพให้เห็นถึงภาพรวมที่เกิดขึ้นกับบ้านหลังนี้ ว่าอะไรกันแน่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของอาถรรพ์สุดสยอง และเรื่องราวสยองในบ้านหลังนี้ มีอะไรบ้าง

 

  • ถ้าคุณกำลังเบื่อหน่ายกับแฟรนไชส์ Ju-On โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากฉบับหนังฮอลลีวู้ดเรื่อง The Grudge ที่เพิ่งเข้าฉายช่วงต้นปีที่ผ่านมา คุณอาจจะกำลังพลาด เพราะจูออน ฉบับซีรีส์เรื่องนี้ หลายคนยกเป็นให้จูออน ฉบับที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่ฉบับภาพยนตร์ญี่ปุ่น ที่สร้างชื่อให้กับแฟรนไชส์นี้เลยทีเดียว

 

********************************************

ย้อนรอยเส้นทาง Ju-On ตลอด 20 ปี

 

ทาเคชิ ชิมิสุ" ชายผู้นี้ คือคนให้กำเนิด Ju-On (หรือชื่อไทยต้นฉบับว่า จูออน ผี..ดุ) ใครจะไปคิดว่า หนังผีญี่ปุ่นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว จะสามารถต่อยอดความสำเร็จออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังภาคต่อ หนังรีเมกฉบับฮอลลีวู้ด ภาคต่อของหนังรีเมกฉบับฮอลลีวู้ด หนังภาคพิเศษที่ไปผสมกับหนังผีดังเรื่องอื่น จนกระทั่งล่าสุด ที่ Ju-On ถูกนำมาดัดแปลงกลายเป็นซีรีส์ ลงในแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ณ ขณะนี้อย่าง Netflix 

 

ก่อนที่จะเป็นหนังใหญ่เรื่องแรกในปี 2000 Ju-On ถือกำเนิดขึ้นในรูปแบบหนังสั้นก่อน ในปี 1998 ใช้ชื่อว่า Katasumi และ 4444444444 (หรือ Ten Fours) แล้วจึงถูกนำมาสร้างเป็นหนังใหญ่เรื่องแรกในอีก 2 ปีต่อมา เล่าถึงเรื่องราวอาถรรพ์ที่เกิดจากความอาฆาตในบ้านหลังหนึ่ง ผ่านช่วงเวลาหลากหลาย ที่ไม่ว่าใครที่ย่างกรายเข้าไปในบ้านหลังนี้ ก็จะได้โดนวิญญาณร้ายหลอกหลอน และอาถรรพ์ก็จะติดตัวออกมา จนกระทั่งไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาล้วนเสียชีวิต

 

จากความสำเร็จของหนังสองเรื่องแรกคือ Ju-On : The Curse 1-2 ในปี 2000 ที่ปล่อยฉายในรูปแบบส่งตรงลงวีดีโอไปเลย ทำให้มีการสร้าง Ju-On ในอีกหลายเวอร์ชั่นตามออกมา แต่โด่งดังสุดคือ Ju-On : The Grudge ในปี 2002 ซึ่งเป็นหนังจูออนเรื่องแรกที่ได้เข้าโรงภาพยนตร์ (ที่ดังมากในไทย ทำให้ทุกคนจดจำภาพผีเด็กตัวขาวได้) ความสำเร็จทำให้ ทาเคชิ ชิมิสุ สร้างภาคต่ออย่าง Ju-On : The Grudge 2 ตามออกมาแบบทันทีแล้วเข้าฉายในปีถัดมา คือปี 2003

 

ความโด่งดังของจูออนไปไกลถึงฮอลลีวู้ด หลังจากความสำเร็จของการหยิบเอา The Ring ไปรีเมกใหม่และทำเงินอย่างมาก ทำให้โซนี่ พิคเจอร์ไฟเขียวโปรเจกต์ฉบับรีเมกอย่างง่ายดาย ในชื่อ The Grudgeโดยดึงเอา แซม ไรมี่ เจ้าพ่อหนังสยองขวัญจาก Evil Dead มากุมบังเหียนในฐานะผู้อำนวยการสร้าง แต่ที่พีคสุดคือการคว้าตัว ทาเคชิ ชิมิสุ ผู้ให้กำเนิดหนังจูออน และผู้กำกับหนังต้นฉบับของญี่ปุ่น มากำกับภาพยนตร์ในฉบับฮอลลีวู้ดด้วย ! เรียกว่าเปิดโอกาสให้รีเมกหนังตัวเองกันไปเลย ซึ่งหนังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากทุนสร้างเพียง 10 ล้านเหรียญฯ กลับสามารถกวาดรายได้จากทั่วโลกไปถึง 187 ล้านเหรียญฯ ทำให้มีการสร้างภาคต่อออกมามากมาย รวมไปถึง The Grudge หนังเวอร์ชั่นล่าสุดที่เพิ่งเข้าฉายไปเมื่อต้นปี 2020 ที่ผ่านมา แม้คำวิจารณ์จะมาในแง่ลบสุดๆ แต่หนังก็ยังคงสามารถทำกำไรให้กับค่ายโซนี่พิคเจอร์อยู่ดี


จนกระทั่งถึงปัจจุบัน
Ju-Onมีหนังยาวแล้วทั้งหมด 13 เรื่อง ภายในระยะเวลา 20 ปี มีการนำมาเขียนเป็นหนังสือนิยายอีกถึง 7 เล่ม และมีการเขียนในรูปแบบคอมมิคอีก 3 เล่ม แถมยังต่อยอดไปเป็น กราฟฟิกโนเวล และมีการนำไปสร้างเป็นวีดีโอเกมส์อีกต่างหาก อาจกล่าวได้ว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ถ้ากล่าวถึงหนังผีญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น Ju-On และ Ringu ที่โด่งดังมากที่สุด (แถมยังเคยมีหนังเรื่อง Sadako vs. Kayako เป็นผีจากหนังทั้งสองเรื่องที่เผชิญกันอีกด้วย เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา)

 

 

เรื่องราวใน Ju-On : Origins ฉบับซีรีส์



 

เรื่องราวทั้งหมดใน Ju-On : Origins เริ่มต้นขึ้นกับ ฮารุกะ นักแสดงสาวที่กำลังมาแรง เธอเดินทางไปออกรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง เพื่อเล่าถึงประสบการณ์หลอนที่เกิดขึ้นกับเธอและแฟนหนุ่ม ทั้งคู่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่มั่นคง สิ่งแรกที่แฟนหนุ่มของเธอทำ คือการออกตามหาบ้านหลังใหม่ ที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน แต่เขากลับไม่ทราบมาก่อน ว่าบ้านหลังนั้นมีอาถรรพ์ และสิ่งหลอนบางอย่างได้ตามเขากลับไปที่คอนโดด้วย ฮารุกะเองเริ่มสังเกตถึงพฤติกรรมที่แปลกประหลาดไปของแฟนหนุ่ม ทำให้เธอกังวลเป็นอย่างมาก และพยายามทำทุกทางเพื่อแก้ไข



 

เรื่องราวของฮารุกะไปเตะหูของ ยาซูโอะเข้า เขาคือนักเขียนนักค้นคว้าที่มักจะรวบรวมเรื่องราวสุดหลอนเอาไว้เพื่อเขียนหนังสือ เขาได้เดินทางไปยังสถานที่จริง รวมถึงพบปะสัมภาษณ์คนที่เจอกับวิญญาณแบบจริงๆมากมาย และพยายามจะเข้าหาฮารุกะเพื่อสืบค้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งยาซูโอะเชื่อว่าน่าจะเชื่อมโยงไปถึงบ้านหลังเดียวกัน บ้านหลังที่เขาเองนั้นเคยอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยเด็ก และเกิดเหตุการณ์ปริศนาบางอย่างขึ้นกับครอบครัวเขา ทำให้ทุกวันนี้ เขายังจมทุกข์ และยังไม่สามารถใช้ชีวิตแบบอื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับวิญญาณร้ายได้



 

โดยอีกเส้นเรื่องที่ Ju-On : Origins เลือกเล่าคู่ขนานกันไป คือเด็กนักเรียนหญิงเก็บตัวคนหนึ่ง ที่เพิ่งย้ายเข้าไปในโรงเรียนแห่งใหม่ หลังจากที่เธอและแม่ตัดสินใจย้ายบ้าน เพื่อลืมเรื่องราวในอดีต เธอไปโรงเรียนแห่งใหม่ โดยที่ไม่มีเพื่อน เธอต้องพยายามปรับตัวเข้ากับสังคมแห่งนี้ พร้อมกับพยายามลืมเรื่องที่เป็นปมในใจ ไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ได้ทำความรู้จักกันเพื่อนใหม่ ซึ่งอยากสร้างความตื่นเต้น เลยพยายามชวนเธอแอบเข้าไปในบ้านร้างแห่งหนึ่ง บ้านหลังที่เขาว่ากันว่า เคยมีเรื่องสยองในอดีตเกิดขึ้น แต่แล้วเมื่อพวกเข้าเธอไปในบ้านหลังดังกล่าว ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่คาดไม่ถึง

 

นี่เป็นเพียงเสี้ยวเดียว ไม่ถึง 15% ของเรื่องราวใน Ju-On : Origins ที่สามารถเล่าให้ฟังก่อนได้ นอกจากนี้จะเป็นเรื่องราวที่คุณไม่ควรรู้ก่อนดู เพื่ออรรถรสระหว่างการชม และความเซอร์ไพรสของเรื่องราว ถ้าคุณอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับบ้านอาถรรพ์หลังนี้ ก็ไม่ควรพลาด Ju-On ในฉบับล่าสุด ยิ่งเป็นแฟนคลับของหนังผีชุดนี้ ยิ่งไม่ควรพลาด



ความรู้สึกหลังชม Ju-On ฉบับ Netflix 



 

คงจะไม่เกินจริงไปนัก ถ้าจะกล่าวว่า Ju-On : Origins มีคุณสมบัติที่มากพอ ที่จะเป็นหนังหนังหรือซีรีส์ในตระกูล Ju-On ที่ดีที่สุดในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่ Ju-On : The Grudge หนังฉบับญี่ปุ่นเรื่องแรกที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อปี 2002 แล้วสร้างชื่อให้กับหนังตระกูลนี้ ต้องยอมรับว่าผู้เขียนเกือบจะมองข้ามซีรีส์เรื่องนี้ไปเสียแล้ว เพราะความเบื่อหน่ายในหนังชุดนี้ ที่ออกมาถี่เหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวอร์ชั่นภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่องล่าสุดอย่าง The Grudge ที่เพิ่งเข้าฉายเมื่อต้นปีที่ผ่านมาแล้ว แล้วได้รับกระแสตอบรับในแง่ลบอย่างมาก ถึงขั้นคะแนนเฉลี่ยผู้ชมในอเมริกาหรือ CinemaScore มอบเกรด F ให้กับหนังเรื่องนั้น ทำให้เกือบมองข้ามซีรีส์เรื่องนี้ไป



 

ข้อดีที่สุดของ Ju-On คือการไม่ยั้งมือในการใส่ฉากสยองและสร้างบรรยากาศชวนขนลุกตลอดทั้งเรื่อง ผู้สร้างเลือกที่จะไม่เล่นกับฉากผีแบบ Jump Scare ให้ผู้ชมตกใจกลัวแล้วก็ผ่านไป แต่กลับเลือกสร้างบรรยากาศหลอนๆตลอดทั้งเรื่อง สร้างความไม่น่าไว้ใจตลอดการชม ใน 3 ตอนแรกอาจจะยังไม่มีฉากหลอนโหดๆมากนัก เพราะเน้นการปูเรื่อง และแนะนำตัวละคร รวมถึงค่อยๆให้ผู้ชมได้เห็นถึงความโหดและสร้างอารมณ์เกี่ยวกับบ้านอาถรรพ์เป็นหลัก จนกระทั่งเข้าสู่ครึ่งหลังของเรื่อง ตั้งแต่ตอนที่ 4 เป็นต้นไป ผู้สร้างก็ไม่ยั้งมือในการถาโถมฉากสุดสยองเข้ามา แบบไม่ให้ผู้ชมได้ตั้งตัว กลายเป็นภาพจำที่ติดตา และยกระดับความหลอนของหนังชุดนี้ไปเลย ด้วยบรรยากาศที่บิ้วมาตั้งแต่แรก ทำให้ Ju-On : Origins กลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่หลอนสุดในแฟรนไชส์ไปแล้ว



 

อีกหนึ่งข้อดีของ Ju-On : Origins คือเมื่อเลือกที่จะเล่าในรูปแบบซีรีส์ ทำให้โครงสร้างค่อนข้างต่างจากภาพยนตร์ ผู้สร้างมีเวลาในการเล่าเรื่องมากกว่าเดิมกว่าเท่าตัว ทำให้คนดูมีเวลาผูกพันกับตัวละคร ผู้สร้างมีเวลาที่จะเล่าปมของแต่ละตัว จนเข้าใจว่าความแค้นมันเป็นอย่างไร ปมในจิตใจอะไรที่ทำให้แต่ละตัวละครเป็นเช่นนี้ เช่นเดียวกันเมื่อเวลาในการเล่ามากขึ้น ผู้สร้างก็สามารถใส่ตัวละครในแต่ละช่วงเวลาได้เพิ่มขึ้น ขยายให้เห็นว่าบ้านอาถรรพ์หลังนี้ เคยหลอกหลอนใครมาบ้าง พอยิ่งเพิ่มปมเข้าไป ความเข้มข้นก็มากขึ้นเท่านั้น และพอเล่าเป็นซีรีส์ ทำให้มีโอกาสไต่ระดับความพีค และจบแรงๆได้ในทุก Episode แทนที่จะพีคแค่รอบเดียวในช่วงท้ายแบบหนัง Ju-On : Origins สามารถกระจายความพีคได้ ผู้สร้างใส่จุดสูงสุดไว้ในแต่ละตอน และค่อยๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ



 

อีกหนึ่งข้อดีของ Ju-On : Origins คือการกระจายเส้นเรื่องในหลากหลายช่วงเวลา ต้องยอมรับว่าบรรยากาศของประเทศญี่ปุ่นในยุค 80 ทำให้สามารถเพิ่มความสยองได้มากขึ้น บรรยากาศที่วังเวง ยังไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวมากนัก ส่วนโลเคชั่นบ้านที่เป็นสถานที่เกิดเหตุหลักของเรื่อง แม้จะไม่ได้แตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนๆเท่าไหร่ แต่ด้วยปมของตัวละคร และเหตุการณ์สยองที่เกิดขึ้นในบ้าน ช่วยบิ้วให้บ้านธรรมดาๆหลังหนึ่ง กลายเป็นบ้านสยองได้อย่างดีทีีเดียว



 

สิ่งหนึ่งที่ต้องเตือนคุณผู้ชมกันก่อนคือ Ju-On เป็นหนังผีที่การเล่าเรื่องแตกต่างจากทั่วไป เพราะหนังมีหลากหลายตัวละคร หลากหลายไทม์ไลน์ จึงต้องอาศัยความตั้งใจในการดูพอสมควร และต้องนำเส้นเรื่องต่างๆมาผูกกันอย่างช้าๆ ถ้าดูอย่างผิวเผินอาจจะไม่เข้าใจปมและความสัมพันธ์ของตัวละครกับบ้านอาถรรพ์หลังนี้ก็เป็นอันได้ และหลายปมก็ยังไม่ค่อยเคลียร์เท่าไหร่นัก อาจจะต้องอาศัยการตีความ หรือรอลุ้นกันว่า เราจะได้ดู Ju-On : Origins Season 2 หรือไม่

 

สำหรับ Ju-On :Origins มีความยาว 6 ตอนจบ สามารถรับชมได้แล้วใน Netflix 

 

********************************************

ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online Work hard Chill Hard ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 
******************************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN

 

บันเทิง