ส่อง 10 หนังโปรแกรมเด็ดเดือนตุลาคม ทั้งในโรงภาพยนตร์และทาง NETFLIX |

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

ส่อง 10 หนังโปรแกรมเด็ดเดือนตุลาคม ทั้งในโรงภาพยนตร์และทาง NETFLIX

ส่อง 10 หนังโปรแกรมเด็ดเดือนตุลาคม  ทั้งในโรงภาพยนตร์และทาง NETFLIX


ส่อง
10 หนังโปรแกรมเด็ดเดือนตุลาคม

ทั้งในโรงภาพยนตร์และทาง NETFLIX

 

เหลืออีกเพียง 3 เดือนสุดท้ายก็จะหมดปี 2020 อันแสนสาหัสสำหรับหลายๆคนแล้ว เช่นเดียวกับแวดวงภาพยนตร์ ที่ตอนนี้ถือว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอยู่ไม่น้อย เพราะยังคงต้องเผชิญกับวิกฤตจากโควิด-19 อยู่ แม้ว่าสถานการณ์ในแถบเอเชียจะเริ่มดีขึ้น แต่เพราะสถานการณ์อเมริกายังคงวิกฤต โรงภาพยนตร์ในเมืองใหญ่ๆอย่าง นิวยอร์กและลอสแองเจลิส ยังคงปิดต่อไป ทำให้ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ ตัดสินใจเลื่อนฉายหนังบล็อกบัสเตอร์ อย่าง Wonder Woman 1984 และ Black Widow สองโปรแกรมยักษ์ของเดือนตุลาคมนี้ออกไปก่อน ส่งผลให้หนังโปรแกรมใหญ่ตลอดเดือนนี้ แทบจะไม่มีหนังฮอลลีวู้ดที่ลงทุนสูงเลยก็ว่าได้ จะเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดฟอร์มปานกลางเท่านั้น ถ้าเป็นหนังที่ดูมีความหวังที่จะทำเงิน ก็เป็นหนังจากในตลาดเอเชียด้วยกันเองเสียมากกว่า

 

ผลจากการที่หนังฮอลลีวู้ดโปรแกรมเด็ดหายไปจากโรงภาพยนตร์ ทำให้หนังจะฝั่งอเมริกาที่น่าจับตามองประจำเดือนนี้ ส่วนใหญ่จะไปอยู่ใน Netflix แทน เช่นเดียวกับหลายเดือนที่ผ่านมา บางโปรแกรมก็เป็นหนังที่ตอนแรกมีแพลนจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เรื่องดังกล่าว ถูกปล่อยฉายในสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มแทน ส่วนตลอดเดือนตุลาคมนี้ จะมีหนังเรื่องอะไรที่ห้ามพลาดบ้าง คอลัมน์ So Watch ประจำสัปดาห์นี้ ได้รวบรวมมาไว้ให้คุณแล้ว

********************************************

Vanguard



 

ภาพยนตร์แอ็กชันโปรแกรมยักษ์จากประเทศจีน ที่เดิมทีวางโปรแกรมฉายไว้ ในวันตรุษจีน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นความหวังสำคัญที่จะกวาดรายได้ในช่วงวันฉลองปีใหม่ของคนจีน แต่เพราะเชื้อโควิด-19 ที่กำลังเริ่มระบาด ทำให้โรงภาพยนตร์ที่จีน ต้องปิดทำการ เพียงแค่ 3 วันก่อนที่หนังเรื่องนี้จะฉาย แล้วก็ถูกเลื่อนโปรแกรมมา จนกระทั่งได้เข้าฉายในสุดสัปดาห์แรกของเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์แบบพอดี ซึ่งหนังเรื่องนี้ ถือเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ เฉินหลง และผู้กำกับ สแตนลี่ ตง หลังร่วมงานกันมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง รวมไปถึงในหนังชุด วิ่งสู้ฟัด ภาคที่ 3-5 อีกด้วย

 

เฉินหลงรับบทเป็นหัวหน้าทีมแวนการ์ด องค์กรคุ้มกันภัยของบุคคลระดับวีไอพี ซึ่งภารกิจหลักในหนังเรื่องนี้ คือการคุ้มครองนักธุรกิจชาวจีนในกรุงลอนดอน หลังจากที่เขาถูกผู้ก่อการร้ายไล่ล่าจากเหตุที่เขารู้ที่ซ่อนเงินก้อนสำคัญ การไล่ล่าจากในกรุงลอนดอน นำไปสู่การตามจับลูกสาวนักธุรกิจท่านนี้ในแอฟริกา รวมไปถึงในมหานครอย่างดูไบ นี่คือหนังแอ็กชั่นฟอร์มยักษ์ที่ถ่ายทำในหลากหลายโลเคชั่นทั่วโลก ด้วยความสนุกแบบสไตล์หนังเฉินหลงยุคก่อน ที่ฉากแอ็กชั่นมีผสมผสานระหว่างความมันส์และความฮา แต่ที่พิเศษขึ้นมาคือในหนังเรื่องนี้ใส่ความไฮเทคของอุปกรณ์และความเว่อร์ของคิวบู๊ ที่น่าจะสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี รวมถึงหนังได้ หยางหยาง นักแสดงหนุ่มขวัญใจสาวๆมาร่วมจอ ในบททหารหนุ่มฝีมือเยี่ยมที่เข้าร่วมในทีมของเฉินหลงอีกด้วย นี่คือหนังโปรแกรมสำคัญที่น่าจะสร้างความคึกคักให้กับโรงภาพยนตร์ได้อย่างดี ทั้งในประเทศจีน รวมไปถึงในไทยด้วย

 

▸ เข้าฉาย 1 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

Deliver Us From Evil



 

ขึ้นแท่นภาพยนตร์เกาหลีที่กวาดรายได้ในบ้านเกิดมากที่สุดของปีนี้ ในช่วงเวลาหลังจากโควิดเริ่มระบาดเป็นต้นมา สามารถเอาชนะหนังซอมบี้ภาคต่ออย่าง Train To Busan : Peninsula และหนังซอมบี้เอาตัวรอดอย่าง Alive ได้อีกด้วย โดย Deliver Us From Evil ได้สองนักแสดงรุ่นเดอะแห่งวงการภาพยนตร์เกาหลีอย่าง ฮวางจางมิน ที่คอหนังคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจาก Ode To My Father และ Veteran มารับบทนำเป็นนักฆ่าสุดเหี้ยมที่กำลังจะวางมือ มาประกบกับ ลีจองแจ พระเอกจาก II Mare และหนังดังมากมายทั้ง Assassination และ Along with The Gods มาแสดงในบทร้ายสุดโหด เป็นมาเฟียลูกครึ่งเกาหลีญี่ปุ่น ที่คอยตามล่าเพื่อจะล้างแค้นพระเอก

 

นี่คือหนังเกาหลีสุดดิบที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยมากกว่า 70% ด้วยพล็อตที่ตัวละครนำ จะต้องเดินทางมายังกรุงเทพฯ เพื่อช่วยเหลือลูกสาวของเขาที่ไม่เคยพบหน้า ซึ่งถูกแก๊งค้ามนุษย์ลักพาตัวไป เพื่อจะตัดอวัยวะภายในไปขายต่อในตลาดมืด โดยนอกจากนักแสดงชาวเกาหลีแล้ว คนไทยจะได้เห็นนักแสดงชื่อดังชาวไทย มาร่วมปรากฏตัวบนจออีกมากมาย โดยหนังสามารถเล่าเรื่องไต่ระดับความระทึกได้อย่างดีเยี่ยม และนำไปสู่ความมันส์ในช่วงท้าย บวกกับโลเคชั่นในการถ่ายทำที่ไทย ที่เพิ่มความดิบและความเถื่อนให้กับหนังเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหนังจะมาสายโหด แต่ก็มีมุมอบอุ่นสอดแทรกอยู่ แสดงให้เห็นถึงคาแร็คเตอร์พระเอกที่แม้จะเป็นนักฆ่าสุดเลือดเย็น แต่เขาเองก็มีหัวใจเช่นกัน

 

▸ เข้าฉาย 1 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

The Eight Hundred



 

กลายเป็นภาพยนตร์ที่กวาดรายได้มากที่สุดในโลกประจำปี 2020 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับหนังจีนฟอร์มมหึมาเรื่องนี้ ที่กวาดรายได้ไปแล้วถึง 441 ล้านเหรียญฯ (จนถึงวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา) เอาชนะ Bad Boys For Life กลายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่หนังฮอลลีวู้ด ไม่ได้ทำเงินมากที่สุดในโลก ซึ่งต้องติดตามกันต่อว่าถ้า 3 เดือนสุดท้าย ไม่มีหนังจากฝั่งตะวันตกเรื่องไหนมาแรง หนังเรื่องนี้ก็มีโอกาสครองแชมป์ของปีไปครอง เล่าเรื่องราวสงครามความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศจีน และญี่ปุ่น ย้อนกลับไปในปี 1937 บอกเล่าถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของทหารจีนในยุทธการที่เซี่ยงไฮ้ในการต้านทัพของญี่ปุ่น ซึ่ง ณ สถานการณ์ตอนนั้นยิ่งใหญ่และมีกำลังพลมากกว่า

 

เดิมที The Eight Hundred มีโปรแกรมฉายตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ก่อนที่จะถูกขยับวันฉายมาเป็นช่วงกลางปีนี้ กลายเป็นหนังฟอร์มยักษ์เรื่องแรกที่เข้าฉายในประเทศจีน หลังวิกฤตโควิด-19 ผ่านพ้นไป โดยหนังทุ่มทุนสร้างมหาศาลมากถึง 80 ล้านเหรียญฯ เพื่อเนรมิตให้ฉากสงครามและสมรภูมิรบออกมายิ่งใหญ่และสมจริงมากที่สุด โดยในประเทศจีนภาพยนตร์เรื่องนี้ มีการเข้าฉายในระบบ IMAX จอยักษ์ด้วย เพื่อให้คอหนังสัมผัสความโหดร้ายของสงครามได้อย่างเต็มตา แต่น่าเสียดายที่ในไทยยังไม่มีกำหนดว่าหนังเรื่องนี้จะเข้าฉายในระบบ IMAX แต่อย่างใด 

 

▸ เข้าฉาย 8 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

Love You Forever



 

ภาพยนตร์โรแมนติกดราม่าจากจีน ที่ทำเงินอย่างน่าจับตามองเมื่อวันแห่งความรักของจีนที่ผ่านมา (ที่คนรู้จักในชื่อของ Qixi Festival) ด้วยการเปิดตัววันแรกสูงถึง 38 ล้านเหรียญฯ หรือมากกว่า 1 พันล้านบาท จากการเข้าฉายที่จีนแค่วันเดียวเท่านั้น เล่าเรื่องราวของ เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ผูกพันกับเด็กสาวข้างบ้านตั้งแต่วัยเด็ก แล้วก็ต้องแยกจากกันไปจนกระทั่งกลับมาเจอกันอีกครั้งสมัยเรียน ม.ปลาย ในขณะที่ความรักของพวกเขากำลังไปได้ดี เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเธอประสบอุบัติเหตุรถชน ทำให้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เด็กหนุ่มจึงอธิษฐานกับนาฬิกาเรือนเก่า แล้วเกิดเหตุเหนือธรรมชาติขึ้น เมื่อหญิงสาวกลับมาฟื้นคืนชีพได้ แต่ความทรงจำที่เกี่ยวกับชายหนุ่มทั้งหมดต้องหายไป และตัวพระเอกเองก็กลายเป็นคนที่อายุมากขึ้น เพราะเหมือนสละเวลาชีวิตบางส่วนไปให้กับเธอ..

 

นี่คือหนังโรแมนติกดราม่าที่มาพร้อมกับพล็อตแฟนตาซีนิดๆ แบบเดียวกับหนังประเภท About Time และ The Time Traveller's Wife ที่มีฉากน่ารักๆระหว่างพระนางอยู่มากมาย บวกกับโลเคชั่นในช่วงกลางเรื่องที่ไปดำเนินเรื่องในประเทศแถบยุโรป ยิ่งเพิ่มความโรแมนติกให้กับหนังได้อย่างดี แถมยังมีหลายฉากที่ตรึงอารมณ์และอาจทำให้ผู้ชมเสียน้ำตาได้ ใครที่เป็นคอหนังรักไม่ควรพลาด ระยะหลังมาจากนี้อาจจะไม่ได้ชมหนังรักจากจีนกันมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นหนังญี่ปุ่นหรือเกาหลี นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ชมกันในโรงภาพยนตร์

 

▸ เข้าฉาย 8 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

เฮ้ย ! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ



 

ภาพยนตร์ไทยฟอร์มดีที่เป็นความหวังให้โรงภาพยนตร์ในบ้านเรากลับมาคึกคักอีกครั้ง และเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของพระเอกและผู้กำกับจากละครสุดฮิต บุพเพสันนิวาส อย่าง โป๊ป ธนวรรธน์ และ ใหม่ ภวัต แถมยังได้พระเอกร้อยล้านอย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ มาร่วมสร้างความฮา ประกบกับนางเอกจากวิกหมอชิตอย่าง แซมมี่ เคาวเวลล์อีกด้วย โดยในเรื่องนี้ โป๊ป รับบทเป็นชายที่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ทำให้เขาย้อนเวลากลับไปสมัยก่อน แล้วดันไปเจอคุณพ่อของเขา (ซึ่งรับบทโดยเต๋อ) สมัยยังเป็นวัยรุ่นหัวโจก ก่อเรื่องราววุ่นๆมากมาย ซึ่งเป็นช่วงเวลาเพียงแค่ 1 ปีก่อนที่เขาจะเกิดเท่านั้น 

 

แน่นอนว่าเพียงแค่ปล่อยตัวอย่างหนังออกมา ก็เรียกเสียงฮาจากแฟนๆได้แล้ว โดยเฉพาะเคมีระหว่าง โป๊ปและเต๋อ ที่สนุกสนานและรับส่งมุกกันได้อย่างดี แถมหนังยังสอดแทรกเรื่องราวมิตรภาพระหว่างพ่อกับลูกไว้อีก ส่วนเส้นเรื่องจะออกมาเป็นอย่างไร พระเอกจะสามารถข้ามเวลากลับมาสู่ปัจจุบันได้หรือไม่คงต้องไปติดตามกันในโรงภาพยนตร์

▸ เข้าฉาย 13 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

Honest Thief



 

หนังทริลเลอร์เข้มข้น ผลงานชิ้นใหม่ล่าสุดของ เลียม นีสัน จาก Taken และ Non-Stop รับบทเป็นอดีตอาชญากร โจรปล้นแบงก์ ที่กลับตัวกลับใจอยากจะเป็นคนดี เลยวางแผนจะมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เขากลับถูกตำรวจกังฉินหักหลัก วางแผนใส่ร้ายเขาในความผิดที่ไม่ได้ก่อ นำไปสู่เรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นตามมา โดยนอกจาก เลียม นีสันแล้ว หนังยังได้นักแสดงรุ่นใหญ่มาร่วมจออีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เคต วอช จาก Grey's Anatomy, โรเบิร์ต แพทริค จาก Terminator 2 และไจ คอร์ทนีย์ จาก Suicide Squad

 

โดยผลงานหนังชิ้นนี้ เป็นการเขียนบทและกำกับโดย มาร์ก วิลเลี่ยม ที่เคยฝากผลงานไปกับซีรีส์สุดเข้มข้นอย่าง Ozark ทาง Netflix สำหรับตัวละครของเลียม นีสันในเรื่องนี้ ถือว่าเป็นตัวละครสีเทาอย่างแท้จริง เพราะเดิมทีเขาคือ นาวิกโยธิน แต่เพราะไม่มีทางเลือกเขาจึงเลือกการปล้นธนาคารเป็นทางเอาตัวรอด เขาปล้นมากกว่า 12 ธนาคารใน 7 รัฐของอเมริกา จนกระทั่งวันหนึ่งเขาอยากจะมอบตัวกับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับเขา  ในวันที่เขาอยากจะลืมอดีตทั้งหมด เพื่อเริ่มต้นใหม่กับหญิงที่เขารัก แต่อดีตกลับไม่ยอมให้เขาหนีพ้น 

 

▸ เข้าฉาย 13 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

ฺBLACKPINK : Light Up The Sky



 

ขึ้นแท่นสารคดี K-POP เรื่องแรกสำหรับสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix หลังจากเคยมีผลงานสารคดีที่เกี่ยวข้องกับแวดวงดนตรีโลกมากมาย แต่นี่คือครั้งแรกกับการเล่าเรื่องราวของศิลปินจากแดนกิมจิ ซึ่งเรื่องแรกก็ขอเปิดด้วยวงเกิร์ลกรุ๊ปที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ณ ตอนนี้ นั่นคือ BLACKPINK นั่นเอง โดยผู้บริหารของ Netflix เผยว่า “ปรากฏการณ์ K-POP เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และBLACKPINK ได้กลายเป็นเกิร์ลกรุ๊ปยอดนิยมและเป็นที่จดจำที่สุดในโลก ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับจีซู เจนนี่ โรเซ่ และลิซ่า จนเราได้เห็นโมเมนต์ที่เป็นธรรมชาติและตรงไปตรงมาของพวกเธอ ซึ่งผู้ชมเองก็จะรับรู้ได้ถึงความจริงข้างในของ BLACKPINK และจะได้เห็นความทุ่มเท การเตรียมตัวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของสมาชิกทุกคนในทุกๆ เพลงฮิต”

 

โดยในภาพยนตร์เรื่องนี้จะมาพร้อมบทสัมภาษณ์สุดพิเศษของ จีซู เจนนี่ โรเซ่ และลิซ่า ที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน เล่าเรื่องราวตั้งแต่วันที่เป็นศิลปินฝึกหัดจนมาถึงความสำเร็จในระดับโลกอย่างทุกวันนี้ หนังจะพาไปเห็นภาพแรกในกระบวนการอัดเสียง, ได้เห็นจังหวะขึ้นลงของการเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ป K-POP, ความสามารถอันเหลือเชื่อของสมาชิกที่มารวมตัวกันจนกลายเป็นดีเอ็นเอที่โดดเด่นของ BLACKPINK และภาพประวัติศาสตร์บนเวที Coachella 2019 ที่พวกเธอทำให้ BLACKPINK กลายเป็นเกิร์ลกรุ๊ป K-POP วงแรกที่ขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกแห่งของโลกทุกวันนี้ ฟังแค่นี้ ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงแล้ว 

 

▸ เข้าฉาย 14 ตุลาคมนี้ใน Netflix

 

 

The Trial of Chicago 7



 

นี่คือภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดที่กำลังถูกจับจ้องเป็นอย่างมาก นี่คือผลงานการกำกับเรื่องล่าสุดของ แอรอน ซอร์กิ้น นักเขียนบทหนังมือต้นๆของฮอลลีวู้ดจาก The Social Network และ Moneyball และเป็นหนังที่รวมเอานักแสดงยอดฝีมือมารวมกันไว้อย่างแน่นจอ ไม่ว่าจะเป็น เอ็ดดี้ เรดเมย์น พระเอกเจ้าของออสการ์จาก The Theory of Everything, โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ จาก (500) Days of Summer, มาร์ค ไรแลนซ์ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Bridge of Spies และนักแสดงรุ่นใหญ่ ไมเคิล คีตัน จาก Spotlight และ Birdman

 

หนังเล่าถึงเหตุการณ์การประท้วงอย่างสันติ ณ งานประชุมแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในปี 1968 กลายเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานกองกำลังพิทักษ์ชาติ แกนนำผู้ประท้วงอย่างแอ็บบี้ ฮอฟแมนเจอรรี่ รูบินทอม เฮย์เดน และบ็อบบี้ ซีลถูกจับข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการปลุกปั่นการจราจล และการพิจารณาคดีที่ตามมากลายเป็นเหตุการณ์ที่อื้อฉาวที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งหนังเรื่องนี้เดิมทีมีโปรแกรมจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ แต่ทางพาราเมาท์ตัดสินใจขายสิทธิ์ให้กับ Netflix เพื่อให้เข้าฉายในเดือนตุลาคมนี้ ทันเวลาแบบพอดีก่อนที่การเลือกตั้งใหญ่ในอเมริกาจะมาถึง

 

▸ เข้าฉาย 16 ตุลาคมนี้ใน Netflix

 

 

Rebecca



 

ต้นฉบับคือนิยายเก่าแก่ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี 1938 ถูกนำมาปัดฝุ่นสร้างเป็นหนังอีกครั้ง โดยผู้กำกับ เบน วีทลีย์ ที่เครดิตผลงานไม่ธรรมดาอย่าง High-Rise และ Free Fire โดยได้ ลิลลี่ เจมส์ นางเอกจาก Cinderella และ Baby Driver มารับบทนำเป็นเจ้าสาวป้ายแดง ที่เพิ่งวิวาห์กับแฟนหนุ่ม อดีตพ่อม้าย ซึ่งรับบทโดย อาร์มี่ แฮมเมอร์ จาก Call Me By Your Name หลังจากทั้งคู่แต่งงานกันเสร็จ ก็ย้ายเข้าไปอาศัยในคฤหาสน์สุดหรู ที่ริมชายฝั่งของอังกฤษ ซึ่ง ณ สถานที่แห่งนี้เองได้รับการดูแลโดย มิสซิสเดนเวอร์ (รับบทโดย คริสติน สก็อตต์ โธมัส จาก The English Patient) คนสนิทเก่าของ รีเบ็กก้า อดีตภรรยาของพระเอกที่เสียชีวิตไปแล้ว และดูเหมือนว่าการย้ายเข้ามาอาศัยในบ้านหลังนี้ของ นายผู้หญิงคนใหม่ ดูจะไม่ง่ายดายนัก เพราะเงาในอดีตของรีเบ็กก้า ยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่เสมอ

 

ก่อนที่จะมาถึงฉบับนี้ อันที่จริงนิยายเล่มนี้ของ ดาฟนี ดู โมริเอร์ เคยถูกนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาแล้ว เพียงแค่สองปีหลังจากตีพิมพ์ โดยเจ้าพ่อแห่งหนังเขย่าขวัญอย่าง อัลเฟรด ฮิชค็อก โดยในฉบับดังกล่าวได้รับคำชมเป็นอย่างมาก จนกระทั่งสามารถชนะรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาแล้ว กลายเป็นผลงานชิ้นเดียวตลอดชีวิตการทำงานผู้กำกับระดับตำนานท่านนี้ ที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติในแวดวงภาพยนตร์มาได้สำเร็จ ส่วนฉบับใหม่จะออกมาในรูปแบบไหน คงต้องติดตามกันใน Netflix

 

▸ เข้าฉาย 21 ตุลาคมนี้ใน Netflix

 

 

Over The Moon



 

ภาพยนตร์ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Original Musical Animation เรื่องแรกของ Netflix ที่เป็นผลงานการกำกับของ เกล็น คีแอน นักวาดการ์ตูนที่มีส่วนสำคัญในการสร้างแอนิเมชั่นสุดคลาสสิกที่ได้รับความนิยมมากมายของดิสนีย์ อาทิ Beauty and the Beast, Aladdin และ Tarzan กับหนังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทศกาลไหว้พระจันทร์ เล่าเรื่องราวของเด็กหญิงแสนเฉลียวฉลาดที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและใจรักวิทยาศาสตร์ เธอสร้างยานอวกาศขึ้นไปยังดวงจันทร์เพื่อพิสูจน์ว่าเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ในตำนานนั้นมีจริง เธอได้มีประสบการณ์กับภารกิจที่ไม่คาดคิด ได้เจอคนพิเศษที่ไม่คาดฝัน และค้นพบดินแดนแสนมหัศจรรย์เหนือจินตนาการ

 

โดยเกล็นเผยว่า “ทุกสิ่งที่ผมเชื่อว่าควรมีในอนิเมชั่น ถูกรวบรวมไว้ในภาพยนตร์ Over The Moon โดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องของการทำสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ให้เป็นจริงได้ เมื่อผมอ่านบทผมรู้สึกเชื่อมโยงกับภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเฉพาะฉากที่ เฟย เฟย อยู่บนยานอวกาศที่เธอสร้างขึ้นมาเอง และกำลังมุ่งหน้าไปดวงจันทร์ มันทำให้ผมนึกย้อนถึงวัยเด็ก ที่มีความใฝ่ฝันอยากที่จะเข้าไปนั่งในยานอวกาศเหมือนกัน และผมเองพยายามที่จะถ่ายทอดเรื่องราวในจินตนาการอันสุดมหัศจรรย์นี้ ออกมาเป็นภาพยนตร์ให้ดีที่สุด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความสุขแก่ผู้ชมต่อไป”


▸ เข้าฉาย 23 ตุลาคมนี้ใน Netflix

 

********************************************

ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online Work hard Chill Hard ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 
******************************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN