อ่านก่อนดูซีรีส์สยองต้อนรับฮัลโลวีน The Haunting of Bly Manor |

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

อ่านก่อนดูซีรีส์สยองต้อนรับฮัลโลวีน The Haunting of Bly Manor

อ่านก่อนดูซีรีส์สยองต้อนรับฮัลโลวีน  The Haunting of Bly Manor

อ่านก่อนดูซีรีส์สยองต้อนรับฮัลโลวีน

The Haunting of Bly Manor

HIGHLIGHTS

 

  • ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไมค์ ฟลานากาน ได้สร้างซีรีส์สยองขวัญเรื่อง The Haunting of Hill House ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือเขย่าขวัญเรื่องดัง ซึ่งผลลัพภ์ที่ได้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก แม้แต่เจ้าพ่อนิยายสยองอย่าง สตีเฟ่น คิง ยังออกมาชื่นชมผลงานชิ้นนี้ โดยกล่าวว่า เป็นงานที่ใกล้เคียงกับคำว่าอัจฉริยะ

 

  • ซีซั่นใหม่อย่าง The Haunting of Bly Manor สานต่อความสำเร็จด้วยทีมงานชุดเดิม นักแสดงบางคนจากภาคแรกก็กลับมา แต่รับบทใหม่ กับเส้นเรื่องใหม่ที่ไม่เชื่อมโยงกับภาคแรก เล่าถึงพี่เลี้ยงสาวชาวอเมริกัน ที่ได้รับการว่าจ้างให้เลี้ยงดูเด็กกำพร้าสองพี่น้องที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ห่างไกลเมืองในอังกฤษ แล้วเรื่องราวสยองก็เกิดขึ้น

 

  • คงไม่แปลกนัก ที่ผู้ชมจะบอกว่า The Haunting of Bly Manor คือซีรีส์รัก เพราะแม้แต่ผู้สร้างและตัวละครในเรื่องก็ให้คำนิยามเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็น Love Story เช่นกัน แม้ว่าองค์ประกอบแวดล้อมจะห่อหุ้มให้ซีรีส์เรื่องนี้มาในแนวเขย่าขวัญ แต่แกนหลักของเรื่องนั้น เหล่าถึงมุมมองของความรักในหลากหลายแง่มุม

 

********************************************

 

ย้อนความสำเร็จซีรีส์สยองขวัญ The Haunting of Hill House



 

ชื่อของ "ไมค์ ฟลานากาน" ค่อยๆกลายเป็นที่คุ้นเคยของคอหนังสยองขวัญมากขึ้นเรื่อยๆ จากผลงานอย่าง Oculus และ Before I Wake ที่เป็นที่เลื่องลือของเหล่าคนดู ว่านี่คือหนังสยองขวัญทุนต่ำที่ทำออกมาได้ดีไม่แพ้หนังเขย่าขวัญแถวหน้า จนกระทั่งเขาได้มากำกับ Ouija : Origins of Evil ภาคต่อของหนังสยองขวัญกระดานผี ที่ผลลัพภ์ออกมาดียิ่งกว่าภาคแรก ไมค์ได้กำกับหนังระทึกขวัญจากนิยายของ สตีเฟ่น คิงอย่าง Gerard's Game ให้กับทาง Netflix จนได้รับความไว้วางใจจากวอร์เนอร์ ให้สร้าง Doctor Sleep ภาคต่อของหนังระทึกขวัญสุดคลาสสิกอย่าง The Shining ซึ่งต้นฉบับคือนิยายของ เจ้าพ่อหนังสือสยองขวัญ สตีเฟ่น คิง เช่นเดียวกัน

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ไมค์ ได้ตอกย้ำความแม่นยำในผลงานแนวนี้ ด้วยการหยิบเอานิยายเก่าเมื่อปี 1959 เรื่อง The Haunting of Hill House ของ เชอร์ลีย์ แจ็คสัน มาปัดฝุ่นสร้างเป็นมินิซีรีส์ความยาว 10 ตอนจบทาง Netflix ซึ่งคอหนังสยองอาจพอคุ้นเคยกับพล็อตอยู่บ้าง เพราะเคยถูกนำมาสร้างเป็นหนังใหญ่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์แล้วถึงสองครั้ง ทั้งฉบับ The Haunting ในปี 1963 และที่น่าจะเคยดูกันคือ The Haunting ในปี 1999 ที่นำแสดงโดย เลียม นีสัน และแคทเธอรีน ซีต้า-โจนส์


 

 

สำหรับซีรีส์ฉบับใหม่นี้ จะเล่าเหตุการณ์ในสองช่วงเวลาคู่ขนานกันไป เส้นเรื่องแรกเกิดขึ้นในปี 1992 เล่าถึง คู่สามีภรรยา ฮิวจ์และโอลิเวีย กับลูกๆของพวกเขาทั้ง 5 คน ที่ต้องย้ายเข้าไปอาศัยในคฤหาสน์หลังหนึ่ง หน้าที่ของครอบครัวนี้คือการบูรณะบ้านหลังนี้ให้ใหม่หมดจด เพื่อที่จะขายและนำเงินไปซื้อบ้านจริงๆของพวกเขาแทน แต่ด้วยเหตุไม่คาดคิด ทำให้พวกเขาต้องอาศัยในบ้านหลังนี้นานกว่าที่คิด และแต่ละคนก็ค่อยๆเริ่มเผชิญกับเหตุการณ์สยองเหนือธรรมชาติ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าคืออะไรกันแน่ จากนั้นนำไปสู่โสกนาฏกรรมและการสูญเสียที่ทำให้พวกเขาต้องหนีออกจากบ้านหลังดังกล่าว และอีกเส้นเรื่องคือในอีก 26 ปีให้หลัง ช่วงเวลาปัจจุบัน ที่เหล่าบรรดาเด็กๆพี่น้องทั้ง 5 คนได้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่แล้ว พวกเขาต่างเจอกับเหตุการณ์ประหลาด ที่บีบบังคับให้ต้องกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และเผชิญหน้ากับสิ่งที่ซ่อนอยู่ในคฤหาสน์หลังเก่าที่พวกเขาทิ้งออกมา

 

The Haunting of Hill House ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์และผู้ชมอย่างล้นหลาม โดยซีรีส์เรื่องนี้ได้คะแนนแง่บวกจากนักวิจารณ์ในเว็บไซด์ Rotten Tomatoes สูงถึง 93% เลยทีเดียว สื่อยักษ์ใหญ่อย่าง The Telegraph ให้คะแนนซีรีส์เรื่องนี้มากถึง 5 คะแนนเต็มพร้อมเผยว่า มันคือซีรีส์สยองขวัญที่ซับซ้อนแต่ก็ลงตัวอย่างพอดีที่สุดในยุคนี้เลย ผู้กำกับสายโหด เควนติน ทารันติโน่ จาก Once Upon a Time In Hollywood ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า "ซีรีส์โปรดของผมใน Netflix คือ  The Haunting of Hill House อย่างแน่นอน ชนะแบบไร้คู่แข่ง" แม้แต่เจ้าพ่อนิยายเขย่าขวัญอย่าง สตีเฟ่น คิง ยังทวีตข้อความเพื่อชื่นชมว่า "ปกติผมไม่ค่อยสนใจพวกงานรีเมกเหล่านี้ แค่ผลงานชิ้นนี้มันยอดเยี่ยมมาก ใกล้เคียงกับคำว่าอัจฉริยะ ผมคิดว่า เชอร์ลีย์ แจ็คสัน (เจ้าของนิยายต้นฉบับ) น่าจะชื่นชอบเวอร์ชั่นนี้ แต่ใครจะรู้ละ"



 

นิตยสาร Forbes ได้ลงบทความเกี่ยวกับซีรีส์พร้อมกับพาดหัวว่า นี่อาจจะเป็นซีรีส์ออริจินัล ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ Netflix ก็เป็นอันได้ ผู้เขียนเผยว่า เขาคิดถึงซีรีส์เรื่องนี้ตลอดเวลา นับตั้งแต่ดูตอนสุดท้ายจบ เขาพบว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะลบความคิดเกี่ยวกับมันออกไปจากหัว ไม่ใช่เพราะว่าฉากผีหลอกที่น่ากลัว หรือภาพอันสยดสยองที่อยู่ในซีรีส์ แต่เพราะว่ามันเยี่ยมมากเลยต่างหาก ทั้งการกำกับ การแสดง การเขียนบท พอมันรวมกันแล้วออกมาเป็นผลงานที่ลงตัวเสียมากๆ

 

ทันทีที่ The Haunting of Hill House ออกฉายทาง Netflix และได้รับความนิยมจากผู้ชมจากทั่วโลก ไมค์ ฟลานากาน ก็ออกมาเผยทันทีว่า เขาได้วางแผนสำหรับการสร้างภาคต่อไปไว้แล้ว แต่จะไม่เกี่ยวข้องกับเส้นเรื่องในภาคแรก โดยในอีก 4 เดือนต่อมา Netflix ก็ได้ออกมายืนยันว่า พวกเขาได้ไฟเขียวให้สร้างซีรีส์ชุดนี้ต่อแล้ว ในนาม "The Haunting Anthology Series” ที่จะเล่าเรื่องราวสยองที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์ แต่จะมาพร้อมกับเส้นเรื่องใหม่ที่ซ้ำเดิมในแต่ละซีซั่น

 

 

เส้นทางก่อนขึ้นจอ ของซีรีส์ The Haunting of Bly Manor



 

ไมค์ ฟลานากาน สานต่อความสำเร็จของซีซั่นแรก ด้วยการหยิบเอาเรื่อง The Turn of the Screw นิยายสยองขวัญของ เฮนรี่ เจมส์ ที่เก่าแก่ ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1898 มาดัดแปลงเป็น The Haunting of Bly Manor โดยแม้ว่าทีมงานหลักๆจะกลับมาทั้งหมด แต่เรื่องราวของซีรีส์ทั้งสองภาคนั้น ไม่เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิง สามารถดูแยกกันได้ สไตล์เดียวกับ American Horror Story ที่ในแต่ละซีซั่นให้อารมณ์คล้ายคลึงกัน แต่ไม่ได้เชื่อมโยงกันโดยเส้นเรื่อง ไมค์เผยว่า เขาพยายามหาเรื่องราวสยองของ เฮนรี่ เจมส์ ว่าเรื่องราวไหนน่าหยิบมาถ่ายทอดบ้าง จนกระทั่งเจอเรื่องนี้ มันเป็นหนทางใหม่ในการสานต่อสิ่งที่เขาชื่นชอบในซีซั่นแรก ไมค์เผยต่อว่า สำหรับแฟนๆของเฮนรี่ เจมส์ นี่จะเป็นการหยิบเอาเล่าในแบบที่ไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน ส่วนสำหรับใครที่ไม่เคยติดตามผลงานของเฮนรี่มาก่อน คุณจะได้พบกับเรื่องราวสยองอันน่าเหลือเชื่อ ไมค์มั่นใจว่า สิ่งที่เขากำลังจะเล่าในซีซั่นใหม่นี้ ชวนสยดสยองมากกว่าตอนเดิมอย่างแน่นอน



 

วิคตอเรีย เพดเรตตี้ นักแสดงนำที่รับบทเนลล์ ใน The Haunting of Hill House กลับมารับบทนำในซีซั่นนี้ ในบทบาทใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม ในบทของแดนี่ สาวจากอเมริกาที่เดินทางมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอังกฤษ เพื่อหนีจากอดีตบางอย่าง เธอกำลังจะเริ่มงานใหม่ในการเป็นคุณครูและพี่เลี้ยง เพื่อดูแลเด็กกำพร้าสองคน ในคฤหาสน์หลังโตที่ บลาย เมืองอันห่างไกลในชนบท หลังจากที่เธอเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ เหตุการณ์ลึกลับเหนือธรรมชาติก็ค่อยๆเกิดขึ้น สำหรับบทบาทนี้ ไมค์ ฟลานากานเผยว่า เขาและวิคตอเรีย คุยกันอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรให้คาแร็คเตอร์ของตัวละครนี้ แตกต่างไปจากเนลล์ ตัวละครที่เธอแสดงไว้ในซีซั่นก่อน เนลล์เป็นตัวละครที่ไม่เคยหลุดพ้นจากเงามืดที่เธอเผชิญสมัยยังเด็ก ความมืดมิดติดตัวเธอไปโดยตลอด สำหรับซีซั่นใหม่นี้ใน Bly Manor เลือกที่จะเล่าเหตุการณ์ในช่วงยุค 80 ดังนั้นคงจะเป็นการดีที่จะเล่าถึงหญิงสาวชาวอเมริกันกับการผจญภัยครั้งใหม่ที่ไกลบ้าน เริ่มจากทุกอย่างที่มีแสงสว่าง ก่อนที่จะค่อยๆเผชิญความมืดมิด

 

 

ความรู้สึกหลังชม The Haunting of Bly Manor ซีรีส์รักในอารมณ์หลอน



 

คงไม่แปลกนัก ที่ผู้ชมจะบอกว่า The Haunting of Bly Manor คือซีรีส์รัก เพราะแม้แต่ผู้สร้างและตัวละครในเรื่องก็ให้คำนิยามเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็น Love Story เช่นกัน แม้ว่าองค์ประกอบแวดล้อมจะห่อหุ้มให้ซีรีส์เรื่องนี้มาในแนวเขย่าขวัญ แต่แกนหลักของเรื่องนั้น เหล่าถึงมุมมองของความรักในหลากหลายแง่มุม ทั้งความรักของหนุ่มสาว ความรักในแง่ของครอบครัว ความรักที่ไม่สมหวัง การแอบรักข้างเดียว ความรักในเพศเดียวกัน ความรักของพี่น้อง ถ้าลองถอยออกมามองปัจจัยต่างๆที่ทำให้เกิดเรื่องราวของแต่ละตัวละคร ปมที่เกิดขึ้นในเส้นเรื่องต่างๆ ล้วนเกี่ยวกับกับความรักแทบทั้งสิ้น ถ้ามันไม่ได้ถูกเล่าในอารมณ์แบบสยองขวัญ ถ้าซีรีส์เรื่องนี้ถูกเล่าแบบซีรีส์ชีวิตทั่วไป มันก็คือเรื่องราวดราม่าที่เข้มข้นมากๆเรื่องนึงเลย



 

สิ่งที่ ไมค์ ฟลานากาน เก่งกาจมาโดยเสมอ คือการสร้างบรรยากาศชวนหลอน เช่นเดียวกับใน The Haunting of Hill House ภาคใหม่นี้ ยังคงสร้างบรรยากาศความไม่น่าไว้วางใจได้ตลอดทั้งเรื่อง และซีรีส์ไม่ได้เร่งรีบในการเล่าเรื่อง ยิ่งเพิ่มความชวนขนลุกมากขึ้นไปอีก ผู้สร้างค่อยๆพาคนดูไปทำความรู้จักกันแต่ละตัวละคร ค่อยๆพาเราไปเยี่ยมชมแต่ในซอกมุมของคฤหาสน์ ก่อนที่เราจะค่อยๆเห็นภาพกว้าง ภาพรวมทั้งหมดของเส้นเรื่อง อีกสิ่งที่ไมค์ ฟลานากาน เก่งกาจคือการค่อยๆพาผู้ชมต่อจิ๊กซอว์ของเรื่องราว เขาค่อยๆแย้มปมของแต่ละตัวละคร ทำให้ชวนน่าติดตาม และค่อยๆเฉลยทีละนิด ผู้ชมเหมือนเหยื่อที่เกี่ยวเบ็ดของผู้เล่า เราจะตามไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถเห็นภาพกว้างทั้งหมดของเรื่องราว และสิ่งที่เซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อย คือภาพใหญ่ของ The Haunting of Bly Manor คือ "ความรัก" อย่างที่กล่าวไปตอนต้น



 

ถ้าจะให้เอ่ยถึงข้อด้อยของซีรีส์ น่าจะเป็นเรื่องความคาดหวังกับพาร์ทเขย่าขวัญ ซึ่ง The Haunting of Hill House ทำไว้ได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังที่ขนลุกในแทบทุกตอน มีหลายฉากที่ผู้ชมไม่กล้าแม้แต่มองจอ อยากจะเบือนหน้าหนี แต่สำหรับภาค Bly Manor ต้องยอมรับว่า ระดับความน่ากลัวนั้นลดลงอย่างชัดเจน ซีรีส์ไม่ได้มีฉากสยองแบบพีคๆเช่นเดียวกับภาคแรก แม้แต่ฉากที่ตัวละครผีหลักปรากฏตัว ก็ไม่ได้สยดสยองมากมายเท่าไหร่นัก กลายเป็นจุดด้อยสุดสำหรับภาคนี้ ที่การบิ้วเรื่องราวทำได้ดี การค่อยๆเฉลยปมเรื่องทำได้น่าติดตาม สร้างบรรยากาศชวนขนลุกได้อย่างยอดเยี่ยม มีเพียงฉากน่ากลัวที่ถูกลดระดับลงไป



 

อย่างไรก็ตามแม้ว่า The Haunting of Bly Manor จะไม่ได้น่ากลัวมากเท่า The Haunting of Hill House แต่ต้องยอมรับว่า มันคือซีรีส์เขย่าขวัญที่ภาพรวมทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว และพยายามฉีกเรื่องราวให้ไม่ซ้ำทางกับภาคก่อร ให้อารมณ์ที่แตกต่างไปจากเดิม จนอยากจะลิ้มลอง The Haunting ภาคต่อไป ว่า ไมค์ ฟลานากาน จะพาผู้ชมไปในทิศทางไหน จานต่อไปจะมีกลิ่นอายเช่นไร เชื่อว่าเมื่อดูซีซั่นนี้จบ แฟนๆของเขา ยังคงเหนียวแน่นเช่นเดิม



 

********************************************

ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online Work hard Chill Hard ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 
******************************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN